เดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง

เดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (Easy Asthma and COPD Clinic: EACC) จัดการประชุมใหญ่ประจำปี ครั้งที่ 15 เครือข่ายคลินิกโรคหืดฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่าย EACC ให้เกียรติเป็นประธาเปิดงาน เพื่อสานต่อปณิธานในการทำให้ผู้ป่วยโรคหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยสามารถเข้าถึงบริการการรักษาโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่สถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ จนถึงโรงพยาบาลศูนย์ โดยมุ่งเน้นความสำคัญในการรักษาแบบองค์รวมร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น

นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเปิดประชุมว่า กระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็นว่าโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD & Asthma) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในประเทศไทยโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 6% มากกว่าโรคเบาหวานที่มีอัตราการเสียชีวิต 4% ซึ่งกระทรวงฯ มีแผนการจัดบริการความเป็นเลิศด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (ServiceExcellence NCDs) โดยมุ่งเน้นการดูแลรักษาแบบองค์รวมในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพซึ่งที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้สนับสนุนให้มีการขยายจำนวนเครือข่ายการดำเนินงานของคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่ายในโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้


“ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีสถานบริการสาธารณสุขโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังทั้งในระดับโรงพยาบาลศูนย์ฯ, โรงพยาบาลทั่วไป จนถึงโรงพยาบาลชุมชนทำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพนี้มีการแบ่งกันทำงานในหลายภาคส่วน ทั้งในส่วนการส่งเสริมป้องกันและรักษาโรค รวมถึงช่วยกันขยายรูปแบบและแนวทางการรักษาการส่งต่อผู้ป่วยที่คุมอาการได้แล้วไปสู่ระบบบริการระดับปฐมภูมิหรือ PCC (Primary Care Custer) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาที่ใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น สะดวกขึ้น คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นไปด้วยสมดังคำที่ว่า Zero OPD walk in ในโรงพยาบาลศูนย์ฯ”

 

 

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (Easy Asthma and COPD Clinic Network) กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมา มีผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังที่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน ได้เพียง 30% เท่านั้น จึงเป็นความท้าทายของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ ที่จะทำอย่างไรให้ผู้ป่วยในสัดส่วนที่เหลืออีก 70% เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานง่ายต่อการประเมิน และการรักษา แม้ว่าสถานบริการสาธารณสุขนั้นๆ จะไม่มีแพทย์เฉพาะทาง แต่ก็ยังสามารถรักษาผู้ป่วยได้โดยแพทย์ทั่วไป เพราะแนวทางการรักษาแบบเครือข่ายคลินิกโรคหืดฯ มีแนวทางที่ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ และได้มาตรฐานการรักษาที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุข

 

 

สำหรับการประชุมใหญ่ประจำปีครั้งที่ 15 นี้ มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ใหม่ๆ ตามแนวทางการรักษาระดับสากลที่มีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละปี ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งส่งเสริมให้สถานบริการสาธารณสุขหรือสมาชิกเครือข่ายฯ ที่ทำคลินิกได้มาตรฐานอยู่แล้ว ช่วยกันขยายรูปแบบและแนวทางการรักษาแบบเดียวกันกับที่ดำเนินการอยู่ ไปสู่ระบบบริการปฐมภูมิ เข้าถึงผู้ป่วยส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษา รวมถึงสร้างเครือข่ายในการส่งต่อผู้ป่วยที่สามารถควบคุมอาการกำเริบของโรคได้แล้ว ไปยังสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านผู้ป่วย อาทิ คลินิกหมอครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล (รพ.สต.) และร้านขายยาคุณภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสะดวกต่อการได้รับการรักษามากยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงโรงพยาบาลศูนย์ฯ เอง ก็จะไม่แออัด สามารถรองรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ จากสถิติ-สาธารณสุข ปี 2558 มีผู้ป่วยโรคหืดนอนรักษาในโรงพยาบาล 115,577 คนและมีผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 249,742 คนโดยประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหืดประมาณร้อยละ 7ของประชากร และพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอีกจำนวน 1.5 ล้านคน คาดว่าผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ประมาณร้อยละ 5 ป่วยเป็นโรคนี้ ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประมาณการว่าในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของประชากรโลก

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top