วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถ นานา
สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศผลทุนสนับสนุโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลและควบคุมวัณโรค (TB Grant 2018)มุ่งสร้างแรงพลังขยายผลในชุมชนเพื่อหยุดยั้งวัณโรคตามนโยบาย WHO
ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถ นานา นายกกรรมการบริหาร สมาคมปราบวัณโรค แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2478 ได้ดำเนินการสนับสนุน และร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันรักษา ควบคุม และกำจัดวัณโรคมาอย่างต่อเนื่อง และปีที่ผ่านมา สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยฯ ได้ริเริ่ม “โครงการรณรงค์ประเทศไทยปลอดวัณโรค” หรือ End TB Thailand โดยมีทุนสนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลและควบคุมวัณโรค ปี 2561 (TB Grant 2018) ให้แก่โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์บริการสาธารณสุขประชาสังคม และอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้โรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตื่นตัวและคิดหานวัตกรรมเพื่อการควบคุมวัณโรคที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด
.jpg)
นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์
สำหรับ “ทุนสนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลและควบคุมวัณโรค ปี 2561” (TB Grant 2018) สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินงานร่วมกับกรรมการที่ปรึกษาโครงการรณรงค์ประเทศไทยปลอดวัณโรคและผู้เชี่ยวชาญที่มีบทบาทสำคัญทางการควบคุมและดูแลวัณโรคในประเทศไทย เป็นผู้ตัดสินและคัดเลือกทีมผู้ชนะได้รับทุนสนับสนุนรวม 3 ทีม ซึ่งในปีนี้ผลการพิจารณา และตัดสิน คืออันดับที่ 1) โครงการ “การพัฒนาระบบไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาวัณโรค” โดยโรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และอันดับที่ 2 ร่วมกัน 2 ทีม ได้แก่ โครงการ “รู้เร็ว รักษาหาย ไม่แพร่กระจายเชื้อ” โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 จังหวัดสุพรรณบุรี และโครงการ“เพิ่มประสิทธิภาพระบบการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” โดยกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย กทม.
นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์วัณโรคในกรุงเทพมหานครและความท้าทาย ซึ่งมีหลายประเด็น คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ และกลับเป็นซ้ำในกรุงเทพฯ ประมาณ 12,886 รายต่อปี ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ป่วยขึ้นทะเบียนรักษาแล้ว 12,035 รายยังคงมีผู้ป่วยวัณโรคอีกไม่ถึง 1,000 รายที่อาจจะยังไม่ได้รับการวินิจฉัย และรักษาและแพร่เชื้อในสังคม หรือได้รับการวินิจฉัยแล้วแต่ยังไม่ได้รายงานมายังกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ คนที่อพยพเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีซึ่งอาจจะเป็นแรงงานต่างจังหวัด หรือแรงงานข้ามชาติก็ได้ ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาวัณโรคในแรงงานข้ามชาติในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี พ.ศ.2560 มีแรงงานข้ามชาติที่ขึ้นทะเบียนรักษาวัณโรคในระบบ 853 ราย และเพิ่มเป็น 1,123 ราย ในปี พ.ศ.2561 แต่จากการคาดการณ์ทางระบาดวิทยาเชื่อว่าจะมีแรงงานข้ามชาติที่ป่วยเป็นวัณโรคในกรุงเทพมหานครประมาณ 2,300 รายต่อปี ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายอย่างมากของหน่วยงานที่ทำงานด้านสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร จะได้ช่วยกันค้นหา และรักษาแรงงานข้ามชาติที่ป่วยด้วยวัณโรคโดยเร็ว เป็นการตัดวงจรการแพร่เชื้อทำให้สังคมไทยปลอดจากวัณโรคได้มากขึ้น
.jpg)
ทั้ง 3 ทีมผู้ชนะได้รับทุนสนับสนุน TB Grant 2018
สำหรับ โรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครผู้ได้รับทุนสนับสนุนผู้ชนะอันดับ 1 TB Grant 2018 โดย พญ.ชุลีกร โสอุดรอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจโรงพยาบาลสิรินธร กล่าวว่า โครงการ “การพัฒนาระบบไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาวัณโรค” โรงพยาบาลสิรินธรได้นำระบบไลน์เข้ามาใช้ในการทำงานร่วมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างแพทย์ ทีมพยาบาล ผู้ป่วย และคนใกล้ชิดผู้ป่วย สามารถติดต่อสอบถามข้อสงสัยเรื่องอาการของโรคหรือผลข้างเคียงจากยาให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เข้าถึงการรักษาได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ LINE ID : LINE TB Clinic Sirindhorn Hospital ซึ่งเป็นการดำเนินงานคลินิกวัณโรคแบบ One Stop Service โดยมีการประเมินและติดตามผลในปี 2561 มีผู้ป่วยจำนวน 246 ราย เป็นผู้ป่วยวัณโรคที่ใช้ระบบไลน์ร้อยละ 69 และผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่ใช้ระบบไลน์ร้อยละ 31 ผลปรากฏว่าในกลุ่มที่ใช้ระบบไลน์ มีประสิทธิผลในการรักษาสำเร็จสูงถึงร้อยละ 94.1 ส่วนในกลุ่มที่ไม่ใช้ระบบไลน์ ได้ประสิทธิผลในการรักษาสำเร็จเพียงร้อยละ 76.7 โรงพยาบาลได้เห็นถึงประโยชน์ของการพัฒนาระบบไลน์ในการใช้เพื่อดูแล รักษาผู้ป่วยวัณโรค จึงได้พัฒนาต่อยอด โดยใช้เพื่อการแจ้งเตือนการกินยาวัณโรคอัตโนมัติ รวมถึงแจ้งเตือนวันนัดพบแพทย์ล่วงหน้าก่อนวันนัดหมาย ทำให้ผู้ป่วยทานยาต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ขาดยาและไม่ขาดนัด ผู้ป่วยและครอบครัวพึงพอใจและมั่นใจในการรักษาที่มีระบบไลน์เข้ามาร่วมกับการรักษาแบบทั่วไป
ขณะที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ได้รับทุนสนับสนุนสำหรับผู้ชนะอันดับ 2 ได้เล่าถึงโครงการ “รู้เร็ว รักษาหายไม่แพร่กระจายเชื้อ” ว่า เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลประสบปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น การค้นหา รวมถึงการรักษายังไม่ครอบคลุม และยังมีสถานการณ์ของผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เพิ่มขึ้นด้วย โรงพยาบาลจึงเห็นความสำคัญในการพัฒนาการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรค ด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกโดยใช้รถเอกซเรย์เคลื่อนที่ลงไปในชุมชน ในอำเภอสองพี่น้อง เมื่อปี 2561 ทำให้ค้นหาและตรวจพบผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มขึ้น โดยในปี 2560 พบผู้ป่วย จำนวน 111 ราย และเพิ่มขึ้นเป็น 125 รายในปี 2561 และยังมีอัตราความสำเร็จจากการรักษาสูงขึ้นเป็นร้อยละ 92.44 จากเดิมอยู่ที่ร้อยละ 85.15 โดยที่มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 2.52 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดอัตราเสียชีวิตควรต่ำกว่าร้อยละ 5 โรงพยาบาลมีการจัดตั้งคณะทำงาน TB ในการดูแลเฝ้าติดตามผลผู้ป่วยทุกขั้นตอน โดยได้นำ “สองพี่น้องโมเดล” เข้ามาปรับใช้ในชุมชน รวมถึงตำบลต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี กว่า 100 แห่ง เพื่อช่วยค้นหาและลดการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคในชุมชน ลดอัตราการตาย ลดอัตราการขาดยาได้ และเพิ่มอัตราความสำเร็จ
ปิดท้ายด้วย โครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพระบบการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ของกลุ่มงานวัณโรคกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย ที่สามารถคว้าทุนสนับสนุนสำหรับผู้ชนะอันดับ 2 (ร่วม) ได้มีการจัดตั้งศูนย์กลางการส่งต่อ (TB Referral Center) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการส่งต่อและโอนออกจากสถานพยาบาลหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ประสานระหว่างสถานพยาบาลต้นทาง ทำการส่งต่อ/โอนออกผู้ป่วย ให้ถึงสถานพยาบาลปลายทางเพื่อให้ผู้ป่วยวัณโรคได้รับการรักษาวัณโรคได้อย่างต่อเนื่อง ลดอัตราการขาดยาระหว่างการรักษา ลดอัตราการโอนออกโดยไม่ทราบผลการรักษา ซึ่งจะส่งผลให้ผลการรักษาวัณโรคของภาพรวมกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการป้องกันการเกิดวัณโรคดื้อยาหลายขนาน อีกทั้ง เป็นการลดภาระงานของผู้ประสานงานวัณโรคของสถานพยาบาลต่างๆที่ใช้ในการประสานงาน ซึ่งผลงานที่ผ่านมาผู้ป่วยวัณโรคไปถึงสถานพยาบาลปลายทางได้ร้อยละ 92.21 สถานพยาบาลที่ประสงค์จะส่งต่อ/โอนออกผู้ป่วยสามารถประสานได้ที่ Call Center โทร.02-860-8208
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี