วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
คำว่าชายชาติทหารตามความรู้สึกและความเข้าใจของคนทั่วไป อาจหมายถึงความแข็งกระด้าง เพราะความเคยชินกับภาพทหารอยู่คู่กับอาวุธสงคราม หรืออยู่ในสนามรบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทหารหาญคนหนึ่งที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน แต่ในใจส่วนลึกกลับมีความอ่อนละมุน และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีเสียงเพลงอยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยมตลอดเวลา ทหารหาญท่านนั้นคือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษของประเทศไทย
รายการ แนวหน้าวาไรตี้ โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับ คุณณัฐ ยนตรรักษ์ หรือหลายๆ คน เรียกว่าครูณัฐ นักเปียโนชื่อดังฝีมือระดับครูของเมืองไทยและของเอเชีย คุณณัฐบอกเล่าถึงความอ่อนละมุนในจิตใจของ พลเอกเปรมติณสูลานนท์ หรือที่คนไทยเรียกท่านว่า ป๋าเปรม โดยเฉพาะแง่มุมของความโรแมนติกของป๋าที่แสดงผ่านบทประพันธ์เพลงและเสียงดนตรี
บทบาทของพลเอกเปรม ในการรับรู้ของสาธารณชนมีมากมาย ตั้งแต่บทบาทของทหารผู้ผ่านสงครามมามากมาย บทบาทของนักปกครองระดับนายกรัฐมนตรี บทบาทของนักการเมือง แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนทึ่งในความสามารถของท่านคือ การเป็นนักประพันธ์เพลง และเป็นผู้มีเสียงดนตรีในหัวใจ ในฐานะที่คุณณัฐได้รับความเมตตาจากพลเอกเปรมมาก ในฐานะผู้ประพันธ์ทำนองเพลงให้กับบทเพลงของท่าน คุณณัฐช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับว่า พลเอกเปรม มีความโรแมนติกมากมายแค่ไหนครับ
ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่าผมโชคดีมากที่ได้รับความเมตตาจากพลเอกเปรม และขอแก้ข่าวที่บอกกันผิดๆ มานานแล้วว่า ผมคือครูสอนเปียโนให้ท่าน อันที่จริงท่านเรียนเปียโนจาก พันโทวิวัฒน์ คมศิลป์ นายทหารจากกรมดุริยางค์ทหารบก ส่วนที่สาธารณชนอาจเห็นว่าท่านกรุณาไปชมคอนเสิร์ตที่ศาลาสุทธสิริโสภา ซึ่งตั้งอยู่ในบ้านหรือโรงเรียนดนตรีของผมบ่อยๆ นั้น เป็นเพราะว่าท่านรักเสียงดนตรี และท่านเอ็นดูผมกับสมาชิกในครอบครัวสิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คือ ท่านเป็นคนรักเสียงเพลงทุกครั้งเมื่อท่านเล่นเปียโน และร้องเพลง หรือแม้กระทั่งได้ฟังเพลง ท่านจะอารมณ์ดี เบิกบาน และหลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่าท่านประพันธ์บทเพลงไว้เกือบ 200 บท โดยท่านมาเริ่มประพันธ์อย่างจริงๆ จังๆ เมื่อท่านมีอายุ 80 ปีแล้ว ซึ่งคงเป็นช่วงเวลาที่ท่านปลอดโปร่งจากภารกิจของงานประจำ
ใช่ครับ ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งก่อนที่มาสัมภาษณ์คุณณัฐ ประมาณสัก 1 ปีก่อน คุณณัฐเพิ่งทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จคือ เพลงของป๋า ดนตรีเสียงสวรรค์ โดยเลือกสรรจากบทเพลงของพลเอกเปรม มา 10 บท แล้วทำเป็นอัลบั้มปกสีส้มสดใสมาก และผมอยากเรียนถามประเด็นที่คุณณัฐประพันธ์ทำนองให้กับบทเพลงของพลเอกเปรมว่าต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง แล้วที่สำคัญคือเลือกเพลงอย่างไร เพราะท่านเขียนเพลงไว้มากมายเกือบ 200 เพลง
ต้องสารภาพว่าตัวผมเองเป็นนักเปียโน ไม่ใช่นักร้อง เมื่อผมเห็นบทประพันธ์ของท่านที่มีความอ่อนหวาน และบางบทก็มีความน่ารัก มีความสนุกสนานในบทเพลง ดังนั้นในฐานะนักเปียโน ผมก็ใช้เสียงเปียโนเป็นนักร้องแทนตัวผม เมื่อให้เปียโนร้องเพลงของท่าน ผมก็ต้องพยายามรักษาเนื้อหาและความไพเราะของบทเพลงเอาไว้ให้มากที่สุด นอกจากให้เสียงเปียโนแล้วผมยังใช้เสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ ประกอบด้วยเพื่อให้บทเพลงมีสีสันมากขึ้น ตอนบอกว่าบทเพลงของท่านเอื้อให้สามารถใช้เครื่องดนตรีอื่นๆ ประกอบได้รวมถึงใช้เสียงร้องประสานประกอบบทเพลง เนื่องจากบ้านเราเป็นบ้านนักเปียโน เราจึงใช้เสียงเปียโนเป็นหลัก แล้วลูก ๆ ทั้งสามคนก็เล่นเปียโนด้วย ส่วนลูกคนเล็ก คือลูกจันเล่นฮาร์ปได้ เพราะฉะนั้นในเพลงทั้งหมด 10 เพลงที่เราเลือกมาทำเป็นของขวัญวันเกิดให้ท่าน เมื่อตอนที่ท่านมีอายุครบ 8 รอบ จึงมีทั้งเสียงเปียโนเดี่ยว เปียโนสี่มือที่เล่นบนเปียโนหนึ่งตัวแล้วก็เปียโนสี่มือที่เล่นบนเปียโนสองตัว แล้วก็มีเปียโนเล่นกับฮาร์ป แล้วก็มีเปียโนคู่ ทำให้เสียงดนตรีมีสีสันมากขึ้น ส่วนบทเพลงของท่านที่เลือกมาก็มีทั้งเพลงรัก เพลงที่ฟังแล้วดูเหงาๆ แต่โรแมนติก และมีเพลงที่ฟังแล้วสนุกสนาน แต่สังเกตได้ว่าท่านประพันธ์เพลงรักไว้ค่อนข้างมาก
เพลงรักเพลงหนึ่งของท่านหวานมากเลย ชื่อเพลงกลิ่นนาง ผมเคยนำไปเปิดในรายการเพลงที่ผมจัดในสถานีวิทยุ 101 เอฟเอ็ม ผู้ฟังบอกว่าฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม และยังมีอีกบทเพลงที่ท่านเขียนเนื้อไว้ประมาณว่า ดึกแล้ว ผู้คนหลับกันหมดแล้ว แต่ตัวเองกลับข่มตาให้หลับไม่ได้ บอกตรงๆ ต้องไปฟังจากเพลงจริงๆ ของท่าน แล้วจะโรแมนติกแบบมหัศจรรย์
ท่านเขียนเพลงเหมือนคนอายุ 18-19 ปีซึ่งสะท้อนว่า ในหัวใจของท่านนั้นยังอ่อนเยาว์ และมีความละมุนนุ่มนวลตลอดเวลา บทเพลงคือเครื่องสะท้อนตัวตนอย่างหนึ่งของท่านเป็นอย่างดี และบ่งบอกได้ว่าในใจของท่านคิดอะไร ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าถ้าใครก็ตามได้รู้จักใกล้ชิดกับท่าน จะรู้ว่าท่านไม่ใช่คนที่มีความคิดแบบคนสูงอายุ แม้ท่านจะอายุมาก แต่อายุเป็นเพียงตัวเลขที่ไม่มีขอบเขตในการประพันธ์ดนตรี ผมเชื่อว่าบทเพลงของท่านคือเครื่องบ่งบอกตัวตนที่แท้จริงของท่าน ยิ่งอ่านบทเพลงของท่านก็จะยิ่งเข้าใจในตัวท่านมากขึ้น ท่านเป็นคนมีอารมณ์สุนทรียะ จึงสามารถแสดงออกทางบทเพลง ทางบทวรรณกรรมได้อย่างวิเศษ
ได้ข่าวว่าคุณณัฐจะไปแสดงเปียโนคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะนำบทเพลงต่าง ๆ ไปนำเสนอ ซึ่งมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 ด้วย และทราบว่ามีเพลงของพลเอกเปรมไปด้วย กรุณาเล่าให้ฟังด้วยครับ
คืองาน An Exclusive Preview ofPioneering Pianists of Southeast Asiaงานนี้ก็คือบริษัท Steinway Piano จัดขึ้นที่สิงคโปร์ จัดเป็นคอนเสิร์ตซีรี่ส์ ตั้งชื่อว่า Pioneering Pianists of Southeast Asia หรือนักเปียโนผู้บุกเบิกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเชิญนักเปียโนจาก 2 ประเทศ คือฟิลิปปินส์และไทย ส่วนประเทศไทยผมก็ได้รับเชิญไปครับ เขาขอให้เราเล่นเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติผมจึงใช้ชื่อช่วงของผมว่า The Light of My homeland by Nat Yontrararak ที่ต้องการบอกถึงแสงประทีปสำหรับของบ้านเมืองของเราผมจึงเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สองบทคือ Somewhere Somehow และ Love in Spring แล้วผมก็ถึงเพลงที่เกี่ยวกับชาติบ้านเมืองของเรา จึงนึกถึงเพลงของพลเอกเปรมที่เล่นด้วยเปียโนแบบสี่มือ ที่เคยเล่นกับลูกนัท (ลูกชายคนโต) คือเพลง เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งคำนี้เป็นภาษิตประจำตัวของท่าน ท่านเคยบอกทุกๆ คนในเรื่องนี้ว่า ท่านแต่งเพลงนี้ไว้เพื่อให้ทุกคนต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ผมเห็นว่าเหมาะมากกับชื่อคอนเสิร์ต จึงนำเพลงนี้ไปบรรเลงด้วย และเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ก่อนที่ท่านจะถึงแก่อสัญกรรมประมาณ 1 สัปดาห์ ผมเขียนจดหมายไปกราบเรียนท่านว่า ผมจะนำเพลงนี้ไปแสดงที่สิงคโปร์ กราบขออนุญาตท่านด้วย ท่านตอบว่าดีใจมากและอนุญาต แล้วผมยังกราบเรียนเชิญท่านไปฟังเพลงนี้ที่จะบรรเลงก่อนที่ศาลาสุทธสิริโสภาในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคมด้วย แต่ท่านก็จากพวกเราไปเสียก่อนครับ ผมมีเรื่องเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยสำหรับคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ คือผมจะนำส่วนหนึ่งของ Sonata ถวายชัยกิตติมหาราชา ซึ่งท่อนที่นำไปแสดง คือท่อนสุดท้ายชื่อว่า ฑีฆายุโกโหตุมหาราชา ผมเห็นว่าเหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบันมาก เพราะประเทศเรามีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ เพิ่งมีพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก แล้วอีกบทหนึ่งมาจากสยามโซนาตา เป็นเรื่องราวของภาคใต้ของเราเพราะว่าสิงคโปร์อยู่ใกล้กับภาคใต้ของเรา ส่วนอีกบทเพลงหนึ่งเป็นบทเพลงใหม่เพิ่งแต่งขึ้น เป็นบทเพลงซึ่งนำเค้าโครงมาจากพระคัมภีร์เรื่องบุตรน้อยหลงหาย ทุกคนที่เป็นคริสเตียนรู้จักดีเรานำมาเล่นท่อนเดียวในการแสดง โดยมีเครื่องให้จังหวะคือตะโพนของเรา โดยจะแสดงคล้ายๆ ลิเก มีการออกแขกด้วย แต่ทุกอย่างมีตัวแสดงหลักคือ เปียโน
คุณณัฐบอกว่าเลือกเพลงของพลเอกเปรมชื่อ เกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน เป็นสิ่งที่ทุกคนฟังแล้วบอกได้ถึงความเป็นคนรักชาติการรักชาตินั้นไม่จำเป็นต้องเป็นทหารเท่านั้น คนทุกคนที่เกิดมาบนแผ่นดินนี้ต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดินเหมือนกันทุกคน
ใช่ครับ ทุกคนต้องรักชาติรักบ้านรักเมืองของเรา ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนอาชีพใดอาชีพหนึ่งเท่านั้น แต่ย้ำว่าทุกคนต้องรักชาติ คนทุกคนสามารถทำได้ เรื่องนี้ พลเอกเปรมย้ำตลอดเวลา
ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับบทเพลงของเพลเอกเปรม ที่คุณณัฐทำเป็นอัลบั้มดนตรีสื่อสวรรค์ Music from Heaven ผมเชื่อเหลือเกินว่าตอนนี้หลายๆ คน อยากจะฟังเพลงของพลเอกเปรมในอัลบั้มนี้ คุณณัฐช่วยขยายความอีกนิดนะครับ
คือซีดีและหนังสือที่มีโน้ตเพลงที่เราทำจากเพลงที่เรามอบให้เป็นของขวัญวันเกิดป๋า ตอนที่ท่านครบ 8 รอบ 96 ปี ท่านมาฟังที่นี่ โดยเฉพาะหนังสือนี่สำคัญมาก เพราะมีลายมือของป๋าอยู่ด้วย แต่ที่มากกว่านั้นคือ มีภาพวาดของโดยศิลปินชื่อดังวาดประกอบบทเพลงทั้ง 10 เพลง แต่ตอนที่กำลังทำหนังสือเล่มนั้น หลังจากนั้นไม่นานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต พลเอกเปรมจึงบอกว่าหยุดโครงการไว้ก่อน ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ให้ชะลอไว้ก่อน ดังนั้นที่คิดว่าจะมอบให้เป็นของขวัญกับท่าน ก็จึงชะลอไว้ แล้วจากนั้นก็จึงมาดำเนินการต่อหลังจากเสร็จสิ้นงานพระบรมศพส่วนความประทับใจในหนังสือคือ ท่านเขียนเรื่องเกี่ยวกับดนตรี โดยท่านเขียนด้วยลายมือมาให้ว่า ดนตรีเป็นภาษาสากล ทุกคนในโลกฟังเข้าใจ ดนตรีให้แสงสว่างสดใส ให้ความชื่นใจหรรษา นี่คือฉัน แต่ท่านเขียนให้เติมอีกว่า บ้านฉันอยู่ที่ไหน อยู่ใกล้หรือไกลฉันอยู่กับใคร อยู่กับหัวใจฉันเอง อ่านแล้วรู้สึกว่า ท่านคงเหงา เพราะฉะนั้น ในความรู้สึกที่ท่านอยู่กับตัวเองนี้ ท่านจึงมีจินตนาการ ทำให้ท่านเขียนเพลงออกมาได้มากมายเหลือเกิน ขอเน้นว่าในหนังสือที่เราทำ มีโน้ตเพลงที่เราเล่นจริงๆ อยู่ด้วย และมีซีดีด้วยครับ สำหรับผู้รักดนตรี ที่อยากเก็บอัลบั้มนี้ไว้ก็เชิญติดต่อนะครับ ของมีจำนวนจำกัด ติดต่อที่ศาลาสุทธสิริโสภา โทร.02-5418662, 080-4075231
ต้องย้ำอีกทีนะครับว่า ทั้งหนังสือและซีดีมีจำกัดครับ ผมเชื่อว่าหลายๆ คน อยากจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าเวลาคุณได้ฟังเพลงที่คุณณัฐเล่นเปียโนบทเพลงของพลเอกเปรมคุณจะระลึกถึงท่านมากยิ่งขึ้น สุดท้ายของการสนทนาในวันนี้ อยากเรียนถามคุณณัฐว่า พลเอกเปรมในความคิดของคุณณัฐ มีอะไรที่ทำให้เวลาพูดถึงพลเอกเปรม คุณณัฐจะนึกถึงสิ่งนี้ลอยขึ้นมาทันทีกับคำว่า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ความเป็นคนเป๊ะและเฉียบครับ ท่านเป็นคนเฉียบมาก ท่านเป็นคนทำงานเป๊ะมาก เพราะฉะนั้นเวลาที่จะกราบเรียนท่านเรื่องอะไร ต้องแน่ใจว่าพูดถูกแล้ว แม้กระทั่งเรื่องดนตรีท่านก็ละเอียดมาก ท่านจำของท่านได้ว่าเพลงนี้ของท่านเป็นอย่างนี้ๆ อย่างเพลง สองเรา ท่านจำได้ว่าลูกตาลกับลูกจัน ลูกสาว 2 คนเล่นด้วยกัน แล้วได้อารมณ์ ท่านก็ชอบมาก แล้วเพลงอกหักท่านก็สงสัยทำไมมาเลือกเพลงนี้เพลงอกหัก ผมบอกว่ามันตลกดี คือเพลงอกหักฟังชื่อเหมือนเพลงอกหักใช่ไหม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นเพลงทหารเมาสองคนคุยกัน น่ารักมาก
คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือTrue Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี