วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘มท.2’ ชงทางออกให้ ‘กฟผ.’ หั่นราคาส่ง-เจียดกำไรมาหนุนถอด ‘ค่าไฟฟ้าสาธารณะ’ ออกจาก ‘บิลประชาชน’ หรือเปิดทาง ‘กฟภ.-กฟน.’ ผลิตไฟเอง เล็งถก ‘เอกนัฏ’ หาทางออก ก่อนชง ‘นายกฯ’ พิจารณา
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) กล่าวถึงกรณีค่าไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังถูกนำไปรวมอยู่ในต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนแบกรับว่า ทั้ง 2 การไฟฟ้าเป็นตัวกลางหรือหน่วยให้บริการ คือซื้อไฟจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และเอาไปจำหน่ายต่อ หรือให้บริการพี่น้องประชาชน ส่วนค่า Ft (เอฟที) ที่รวมเก็บอยู่ในใบเสร็จค่าไฟของประชาชน กฟผ. เป็นผู้กำหนด ซึ่งเราจะต้องส่งค่าตรงนี้กลับไปที่กฟผ. ส่วนราคาขายผู้ที่กำหนดคือคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.) และตามนโยบาย3บาท200ยูนิตจะทำให้ซื้อไฟแพงแต่มาขายให้ประชาชน ในราคาต่ำกว่าต้นทุน ทำให้เกิดการขาดทุน แต่ก็เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ไม่ต้องการให้ประชาชนแบกรับภาระค่าไฟมาก
“ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ไม่ได้ติดปัญหา ว่าจะเก็บหรือไม่เพราะไม่อยากให้ประชาชนมีภาระไปมากกว่าที่มีอยู่แล้ว แต่หากไม่ต้องการให้มีค่า Ft เพื่อเก็บค่าบริการจากพี่น้องประชาชน คณะกรรมการที่กำกับดูแลหรือ Regulator ไฟฟ้าทั้งหมด สามารถปลดจากบิลได้เลยการไฟฟ้าก็พร้อมที่จะทำตามทันที” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ค่าไฟสาธารณะที่ถูกเฉลี่ยอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน
ที่ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีมูลค่ากว่า 15,000ล้านบาทต่อปี ส่วนการไฟฟ้านครหลวง 1,800 ล้านบาทต่อปี ขณะที่คำถามที่สำคัญคือหน่วยราชการจะต้องไปคิดต่อว่า เมื่อเอาภาระค่าไฟออกจากพี่น้องประชาชนใครจะเป็นคนจ่าย ซึ่งส่วนตัวมองว่า หาก กฟผ. ลดราคาส่งค่าไฟให้ 2 การไฟฟ้า เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้แล้ว เช่น ทุกๆ 10 สตางค์ ที่ กฟผ.ลดราคาให้ก็จะสามารถประหยัดได้ประมาณ เกือบ 10,000 ล้านบาท หรือถ้าไม่ลดราคา กฟผ.ควรจะนำกำไรหลายหมื่นล้านต่อปี มาดูแลค่าไฟสาธารณะไปเลย ซึ่งสามารถทำได้เช่นเดียวกัน หรือจะอนุญาตให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง สามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำ บังคับซื้ออย่างเดียว หากอนุญาตก็จะสามารถไปทำโซล่าเซลล์หรือระบบโซล่าฟาร์มลอยน้ำหรือ Solar Floating เพื่อผลิตไฟฟ้า ต้นทุนการผลิตจะถูกกว่าการซื้อจากกฟผ. อยู่แล้ว และเมื่อขายถ้ามีกำไรจากส่วนนี้ก็เอามาดูแลค่าไฟสาธารณะได้ส่วนนึง
นายพลพีร์ กล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ (27มิ.ย.) ตนจะหารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน อย่างไม่เป็นทางการ ถึงวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อเอาภาระค่าไฟออกจากพี่น้องประชาชน เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่เรื่องค่าไฟทั้งหมดจะต้องผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะคิดอย่างไร
"สิ่งสำคัญก็คือเรื่องรายละเอียดของงบประมาณส่วนไหนหรือหน่วยงานใดจะมาดูแลค่าใช้จ่ายตรงนี้ ประเด็นค่า Ft เกิดมา 30 กว่าปีแล้ว แต่เรื่องที่ออกมาตอนนี้เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญที่อยากจะช่วยพี่น้องประชาชนแบ่งเบาภาระ จริงๆไม่ใช่เรื่องใหม่เกิดขึ้นมานานแล้ว“ นายพลพีร์ กล่าว
เมื่อถามถึงแนวทางในการตั้งงบประมาณขึ้นมาดูแลตรงนี้เป็นการเฉพาะ นายพลพีร์ กล่าวว่า น่าจะยาก เพราะงบประมาณแผ่นดินมีค่าใช้จ่ายประจำสูงขึ้นมาก หลายหน่วยงานไม่ได้งบประมาณตามเท่าที่ขอ หากต้องใช้เงินเพิ่มอีก 20,000 กว่าล้านบาท อาจเกิดผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ การให้บริการพี่น้องประชาชนในหลายกรมหลายกระทรวง ดังนั้นจึงควรนำกำไรจากรัฐวิสาหกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการไฟฟ้า มาค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี