กรมชลหนุนสร้างอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

กรมชลหนุนสร้างอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันอังคาร ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

 

ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญเสมอมาในฐานะผู้ผลิตอาหารและผลิตผลทางการเกษตร จนเปรียบได้ดั่งเป็น “ครัวของโลก” แม้ว่าตลอดหลายปีอุตสาหกรรมจะเข้ามาเป็นรายได้สำคัญมากขึ้น ทว่าหากพูดถึงความยั่งยืนเรื่องเกษตรกรรมอาจมาเป็นอันดับหนึ่ง


สำหรับหน่วยงานอย่าง กรมชลประทาน ที่ทำงานเกี่ยวพันกับน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการเกษตร ได้พยายามพัฒนาและส่งเสริมให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่อยู่รอบอ่างเก็บน้ำหรือแม้กระทั่งเกษตรกรในเขตชลประทานอื่นๆ แต่ด้วยความที่การสร้างอ่างเก็บน้ำไม่ใช่เรื่องเล็กๆ การจะสร้างอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่งจึงต้องศึกษาละเอียดปลีกย่อยให้ครบทุกด้าน

นายมหิทธิ์ วงศ์ษา หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ 2 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ต้องศึกษาตั้งแต่ต้นทางอย่างชาวบ้านปลูกอะไร ชนิดพันธุ์ของพืชที่ปลูกคืออะไร ไปจนถึงกระบวนการพัฒนาดินและน้ำให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก  โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวปฏิบัติการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรที่อยู่รอบอ่างเก็บน้ำ

“ประการแรกที่ต้องดูคือ ดิน ว่าเหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิดใด ประการต่อมาคือดูว่าเกษตรกรปลูกอะไร ใช้พันธุ์ของพืชที่ปลูกชนิดพันธุ์ใด ด้วยแนวคิดที่ว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำที่ต้องลงทุนมหาศาล บางโครงการมากถึงหลายพันล้าน การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเสร็จแล้ว แต่เกษตรกรยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ ยังมีคุณภาพชีวิตไม่ดีเหมือนเดิม ถือว่ากรมชลประทานขาดทุน

กรมชลประทานจึงวางแผนการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร  และ กรมพัฒนาที่ดิน ศึกษาลักษณะดิน ความเหมาะสมของชนิดพันธุ์พืช โดยที่กรมชลประทานได้สนับสนุนงบประมาณแก่กรมพัฒนาที่ดินและกรมส่งเสริมการเกษตร เกิดเป็นโครงการอบรมเกษตรกรเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องพันธุ์พืช เรื่องศัตรูพืช เรื่องปุ๋ย เป็นต้น”

ส่วนในการทำ EIA ของกรมชลประทาน (EIA Monitoring Awards : เป็นรางวัลที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มอบให้แก่สถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น) ซึ่งจะต้องคำนึงถึงเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และชีวิตคน การพัฒนาเกษตรในบริบทของกรมชลประทานจึงไม่มองแค่เรื่องผลผลิตอย่างเดียว

ปัญหาที่มักตามมากับเรื่องเกษตรกรรม คือเรื่องสารเคมีในการเกษตร เรื่องนี้กรมชลประทานก็ไม่นิ่งนอนใจ ในการฝึกอบรมจึงมีการตรวจเลือดหาค่าสารเคมีตกค้าง แล้วให้คำแนะนำ ไม่ใช่เพียงสนับสนุนให้ทำอย่างเดียว แต่ห่วงใยและดูแลสุขภาพเกษตรกรด้วย”

ปัจจุบันการทำเกษตรอินทรีย์กำลังเป็นกระแสหลักของกลุ่มคนรักสุขภาพ รวมทั้งเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 กรมชลประทานได้นำมาเป็นแนวปฏิบัติการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

“ในการประเมินครั้งล่าสุดในโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก พบว่าในแง่สังคม ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เรื่องการเกษตรที่เคยมีปัญหาการเผาตอซัง ปัจจุบันเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ใช้สารเคมีน้อยลง แม้แต่เมล็ดพันธุ์ที่ต้องซื้อก็ลดลง เพราะกรมชลประทานได้ไปทำแปลงทดลองเพื่อเพาะและเก็บเมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้ เราได้ประเมินความคุ้มทุน เบื้องต้นพบว่ามีความคุ้มทุนค่อนข้างมาก”

นั่นเพราะความมุ่งหวังที่ว่าเมื่อมีอ่างเก็บน้ำแล้วเกษตรกรต้องปลูกผลผลิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม มีความเป็นอยู่ดีขึ้น หากประสบผลสำเร็จจะส่งผลดีในหลายเรื่อง ตอนนี้ได้เห็นผลสัมฤทธิ์แล้ว คือนอกจากเกษตรกรจะมีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก มีดินที่อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงยังสร้างรายได้ให้พวกเขาอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งต่อพืชผลและอาหารคุณภาพดีไปยังผู้บริโภคอื่นๆ อีกด้วย

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top