วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานโครงการนำสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือภาคเอกชนนำสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก ตั้งเป้าหมายในปี 2564 เพิ่มมูลค่าการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็น 360,000 ล้านบาท และเป็นผู้นำการส่งออกเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงนโยบายการพัฒนาสมุนไพรไทยสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาล ในโครงการนำสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก (Thailand KISS the World) โดยมี นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมด้วยภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนโครงการประกอบด้วยผู้แทนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน สานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้บริหารบริษัทคิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด และผู้บริหาร ซีพี ออลล์ จากัด (มหาชน)
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นแกนกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพืชสมุนไพรไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศตามแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ.2560-2564) กำหนดเป้าหมายให้เพิ่มมูลค่าการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพร 1 เท่าตัว จาก 180,000 ล้านบาท เป็น 360,000 ล้านบาท และเป็นผู้นำการส่งออกสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน โดยปัจจุบันตลาดสมุนไพรในโลกมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราการขยายตัวของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีศักยภาพมากที่สุด ได้แก่ อาหารเสริมและเวชสำอาง ซึ่งในปี 2561 ไทยมีมูลค่าการบริโภคสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร 280,168 ล้านบาท มูลค่าการส่งออก 2,241 ล้านบาท และถูกจัดให้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจด้านสมุนไพรสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยมูลค่าการตลาดสูงสุดของ Product Champions คือ ขมิ้นชัน คิดเป็นมูลค่าการตลาดทั่วโลกประมาณ 570 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 18,240 ล้านบาท
.png)
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดสมุนไพรของประเทศไทยมีการเติบโตมากกว่าร้อยละ 30 กระทรวงสาธารณสุข องค์กรภาครัฐ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และภาคธุรกิจเอกชน อาทิ บริษัทคิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด และซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันโครงการนำสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก (Thailand KISS the World) เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ร่วมกับการส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้ผ่านตลาดทั้งในและ
ต่างประเทศ โดยคัดเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพที่ได้มาตรฐานมาพัฒนารูปแบบให้สวยงาม น่าสนใจ ดึงดูด กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และตลาดค้าปลีกในประเทศ
ด้านนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล กล่าวว่าโครงการนำสมุนไพรคุณภาพสู่ตลาดโลก ภายใต้แนวคิด สมุนไพรไทยตำรับไทย มรดกโลก ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่1.การอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตามตลาดที่ได้รับการส่งเสริม อาทิ ตลาดนักท่องเที่ยว ตลาดร้านยา ฯลฯ 2.การเจรจาจับคู่ธุรกิจกับบริษัทชั้นนำ ได้แก่ KING POWER และ CP X-TA ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้นจำนวน 11 บริษัทจากผู้ประกอบการทั้งสิ้น 35 บริษัท 3.การออกนิทรรศการแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น LANNA HERB 2019 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรในงานทั้งสิ้น 3,806,284 บาท งาน Thai Festival in Hanoi 2019 (Local Best, Global Taste) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย การออกนิทรรศการร้านค้าณ KING POWER สาขาศรีวารี และสาขารางน้ำ เป็นต้น 4.การเพิ่มช่องทางการขาย อาทิ ร้านค้าปลอดภาษีอากรของ KING POWER ร้านยา SEVEN-X-TA ฯลฯ และ On Line คือ Thai Herbal pavilion Online Shop บนเว็บการค้าที่มีชื่อเสียงอาทิ เว็บไซต์www.taobao.com เว็บไซต์ https://www.thailandpostmart.com
ส่วน นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่ากรมการแพทย์แผนไทยได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อสนับสนุน อำนวยความสะดวก และส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นทางให้มีวัตถุดิบสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน ป้อนสู่อุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย และมีประสิทธิผล สร้างโอกาสทางการตลาดของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร เพิ่มช่องทางการจำหน่ายวัตถุดิบสมุนไพร นำไปสู่การสร้างความมั่นคงของวัตถุดิบสมุนไพรเพื่อใช้ในการวางแผนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมสมุนไพรได้ในอนาคต ส่วนกลางทาง อาทิ การพัฒนาคุณภาพสารสกัดการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า และส่วนปลายทางคือ การส่งเสริมการขายทั้งในและต่างประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี