วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรี ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 16กรกฎาคม 2501 ครั้นในปีรุ่งขึ้น ก็เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีที่จุฬาฯ ในวันที่ 20 กันยายน มาโดยตลอด จนกระทั่งถึงปี 2516 เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีที่จุฬาฯ เป็นครั้งสุดท้าย ดังนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 20 กันยายน คือวันที่ระลึกวันทรงดนตรีณ จุฬาฯ และทุกปีในวันที่ 20 กันยายน จุฬาฯ จึงได้จัดงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรีสืบต่อมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่ประชาคมชาวจุฬาฯ
แนวหน้าวาไรตี้ โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับอดีตนักร้องจากวงดนตรี CU Band คุณสุนิสา วงศ์วัจฉละกุล หรือชื่อที่คนไทยผู้ชื่นชอบเพลงลูกกรุงรู้จักเป็นอย่างดีคือ จิตติมา เจือใจ (หน่อย) คุณจิตติมาคือผู้หนึ่งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์วันทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหนึ่งในคณะนักร้องที่ได้ร่วมร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่ง
l ขอบพระคุณพี่หน่อยที่กรุณามาเล่าถึงความประทับใจในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ รัชกาลที่ 9 เสด็จฯทรงดนตรีที่จุฬาฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ตามเสด็จฯด้วย พี่หน่อยจำภาพความประทับใจในวันวานเมื่อเสด็จฯทรงดนตรีอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณค่ะ ในวันนั้น เป็นวันที่พี่และเพื่อนๆ ชาวจุฬาฯ ไม่มีวันลืมเลือนเลย เป็นภาพที่พี่คิดถึงเมื่อไรก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้ง และนับว่าเป็นบุญของพี่อย่างหาที่สุดมิได้ ในปี 2515-2516 พี่ยังเรียนอยู่ในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในยุคนั้นยังไม่มีชื่อจิตติมา เจือใจ มีแต่สุนิสา วงศ์วัจฉละกุล (หัวเราะ) พี่เป็นนักร้องใน CU Band เข้าไปสมัครกับวงเพราะชอบร้องเพลงแล้วก็ได้ร่วมอยู่ในวง ก็ร้องเพลงไปด้วย เรียนหนังสือไปด้วย สนุกสนานดี มีเพื่อนๆ มากมายทั้งในและนอกคณะ ช่วงที่ร้องเพลงกับ CU Band พี่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่งในวันทรงดนตรี จนกระทั่งวันที่พระองค์ท่านเสด็จฯทรงดนตรีในปี 2515 และ 2516 พี่ได้ร่วมคณะกับ CU Band ร้องเพลงหมู่ถวาย ในใจก็นึกประหม่ามากตื่นเต้นมาก เพราะปกติเป็นคนขี้อายมาก แล้วก็มักจะทำอะไรเปิ่นๆ บ่อยๆ เช่นทำให้วงล่มอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อถึงวันเสด็จฯจริง เราก็ยังตื่นเต้น ประหม่า แต่ก็บอกกับตัวเองว่าต้องถวายงานให้ดีที่สุด และต้องทำให้ได้เมื่ออยู่หน้าพระพักตร์ พี่ก็ยิ่งตื่นเต้น จำได้ว่าในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) โดยเสด็จพระราชดำเนินด้วย ทุกพระองค์พระราชทานความเป็นกันเองให้กับอาจารย์ นิสิต และผู้เข้าเฝ้าฯ ทุกคน ทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างเป็นกันเอง และทรงเล่นแซกโซโฟนร่วมกับวงดนตรี ในปีต่อมาคือ 2516 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธร พระราชอิสริยยศในขณะนั้นปัจจุบันคือสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้าเป็นนิสิตใหม่ของจุฬาฯ ทรงเข้าศึกษาในคณะอักษรศาสตร์พระองค์ทรงเข้าร่วมพิธีรับน้องใหม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับวันทรงดนตรี แต่พี่อยากเล่าให้ฟัง เพราะประทับใจในพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่านมาก ทรงไม่ถือพระองค์ รุ่นพี่ทูลขอให้ทรงทำอย่างไร ก็ไม่ทรงขัดทรงทำตามเหมือนกับนิสิตใหม่ทุกคน พี่จำได้ว่าพระพักตร์ของพระองค์ทรงถูกแต้มด้วยดินสอพองผสมสี ทรงลอดซุ้มจามจุรี ทรงให้ความเป็นกันเองกับนิสิตทุกคน เป็นความประทับใจจริงๆ ขอกลับไปเล่าเรื่องวันทรงดนตรีต่อนะคะ ในปี 2515 นั้น พี่กับเพื่อนนิสิตในวง CU Band ขับร้องเพลงหมู่หน้าพระที่นั่งจำได้ว่าเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง ในปี 2515 ยังมีนักร้อง CU Band อีกคนหนึ่งซึ่งสวยมาก และเสียงดีมากเป็นเพื่อนในคณะครุศาสตร์ ชื่อ สีตลา เรืองศิริคุณสีตลา ร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่งในเพลงความฝันอันสูงสุด พูดแล้วก็คิดถึงคุณสีตลามากค่ะ ต่อมาในปี 2516 วันทรงดนตรี พี่ก็ยิ่งประทับใจมาก เพราะว่ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงร่วมงานวันทรงดนตรีด้วย และจำได้ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ พระราชอิสริยยศในขณะนั้น ปัจจุบันคือสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี โดยเสด็จฯด้วย ในวันนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นแซกโซโฟนกับวงดนตรี นิสิตทุกคนในหอประชุมจุฬาฯ ประทับใจมาก

l ต้องสารภาพตรงๆ รู้สึกอิจฉาพี่หน่อยมาก เพราะว่าในยุคที่พี่ยังเป็นนิสิตจุฬาฯ พี่มีโอกาสแสนพิเศษ คือได้เข้าเฝ้าฯ ในวันทรงดนตรี และพี่หน่อยยังได้ร้องเพลงถวายหน้าพระพักตร์ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าหาคนที่โชคดีเหมือนพี่ได้น้อยมากครับ พี่จำอะไรที่แสนพิเศษในวันทรงดนตรีได้อีกบ้างครับ
สมัยนั้น หอประชุมจุฬาฯ ยังไม่ติดแอร์คอนดิชันเนอร์ ยังเป็นหอประชุมที่มีเพียงพัดลม ในวันทรงดนตรีนั้น หอประชุมแน่นขนัดเต็มไปด้วยนิสิตจากคณะต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของจุฬาฯ รวมตัวกันจนเต็ม เก้าอี้ไม่พอนั่ง ก็นั่งกันบนพื้น นั่งกันจนชิดติดขอบเวที ในวันทรงดนตรีนั้นทุกคนหมายปองจะเข้าไปจับจองที่ในหอประชุมให้ได้ทุกคนอยากอยู่ในเหตุการณ์ อยากได้เข้าเฝ้าฯ และอยากได้ยินพระสุรเสียง หลายคนถึงกับยอมขาดเรียนเพื่อจะเข้าไปอยู่ในหอประชุม พี่เองก็รู้สึกว่าโชคดีมากๆ จริงๆ เพราะได้อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ และได้ร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่ง เวลาดูภาพเก่าๆ ในวันทรงดนตรีแล้วก็ยิ้มด้วยความปลื้มปีติ จำได้ติดตาว่าหอประชุมจุฬาฯ เนืองแน่นไปทุกตารางนิ้ว แม้กระทั่งบริเวณปีกของหอประชุมก็แน่นมาก สำหรับพี่แล้วถือว่าโชคดีมาก พี่ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ครั้งแรกก็คือวันทรงดนตรี ปี 2515 ต่อมาก็วันรับพระราชทานปริญญาบัตรคิดถึงวันเก่าๆ ครั้งใดก็ดีใจทุกครั้ง พูดถึงเรื่องวันทรงดนตรีนั้น มีบางปีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯทรงขับร้องเพลงด้วย พี่เคยได้ยินอาจารย์เก่าของจุฬาฯ และพี่นักดนตรีCU Band รุ่นแรกๆ เช่น พี่สันทัด ตัณฑนันทน์ เล่าให้ฟังว่าวันทรงดนตรีคือวันหนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงทรงสำราญพระราชหฤทัยมาก ทรงแย้มพระสรวลตลอดเวลา ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนิสิตอย่างไม่ถือพระองค์ คือทรงเป็นกันเองอย่างที่สุด พูดถึงวันทรงดนตรีแล้ว สำหรับพี่ พี่ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ของจุฬาฯ และของพี่ พูดแล้วคิดถึงวันเก่าๆ ที่เราได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

l พี่หน่อยช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับว่า ในครั้งนั้นเสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีช่วงกี่โมงครับ ทรงดนตรีกี่ชั่วโมงครับ
พี่จำได้ว่าเสด็จพระราชดำเนินถึงจุฬาฯ เป็นเวลาบ่ายๆ น่าจะบ่ายแก่ๆ ค่ะ บางปีทรงดนตรีถึง 2 ทุ่มเลย เท่าที่พี่ทราบคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อทั้งจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยอื่นๆคือทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย เช่น ธรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ สำหรับที่จุฬาฯ นั้น ทรงดนตรีในปีสุดท้ายคือปี 2516 ในปีหลังๆ จากนั้นทรงมีพระราชภารกิจมากมาย จึงไม่ทรงดนตรีที่จุฬาฯ และที่มหาวิทยาลัยอื่น แต่สำหรับพี่แล้ว พี่ถือว่าเป็นบุญของพี่จริงๆ พูดกี่ครั้งก็ต้องพูดแบบนี้ เพราะเราเป็นสามัญชนแต่เราก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านเราได้เห็นถึงน้ำพระทัยที่ทรงเป็นกันเองกับชาวจุฬาฯพูดแล้วปลื้มมาก แม้วันเวลาจะผ่านไปกว่า 50 ปีแล้วพี่ก็ยังระลึกถึงตลอดเวลา เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่มีอะไรทำให้ความทรงจำตรงนี้ลบเลือนไปได้ เพราะประทับแน่นในหัวใจ และในวิญญาณทุกอย่างยังประทับอยู่ในใจตลอดเวลาค่ะ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ การที่ทรงดนตรีที่จุฬาฯ นั้น พี่เห็นว่าทรงต้องการบอกกับปัญญาชนคนรุ่นใหม่ที่จะออกไปเป็นกำลังของบ้านของเมืองว่าพระเจ้าแผ่นดินไทยกับพสกนิกรไทยไม่เคยอยู่ห่างจากกันสายสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าแผ่นดินกับคนไทยยังอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยอยู่ห่างจากประชาชน ทรงไปอยู่กับชาวบ้านทุกถิ่นทุกที่ พี่มองว่าการที่เสด็จฯจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งในครั้งนั้น ก็ด้วยทรงต้องการจะให้บัณฑิตรับรู้ว่า บัณฑิตมีภารกิจสำคัญในการรับผิดชอบต่อบ้านเมือง อีกสิ่งหนึ่งที่พี่จำได้คือ ในวันทรงดนตรีนั้น เราทุกคนจะร่วมกันบริจาคสมทบทุนถวายมูลนิธิอานันทมหิดล ซึ่งเป็นมูลนิธิที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นเพื่อพระราชทานทุนการศึกษาให้กับบัณฑิตในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอันจะนำประโยชน์ด้านวิทยาการที่ทันสมัยมาปรับใช้กับบ้านเมืองและประเทศของเรา ซึ่งปัจจุบันเมื่อถึงงานวันระลึกวันทรงดนตรี ทุกปี ในวันที่ 20 กันยายน ซึ่งจุฬาฯ จัดงานนี้ที่หอประชุมจุฬาฯ ก็ยังมีการสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลเป็นประจำทุกปี
คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการ แนวหน้าวาไรตี้ออกอากาศทุกวัน อาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี