แก้ปัญหาข่าวลวงด้วยพละกำลังแห่งสติปัญญาของพลเมือง และสื่อมวลชนต้องยึดมั่นในผลประโยชน์สาธารณะ

แก้ปัญหาข่าวลวงด้วยพละกำลังแห่งสติปัญญาของพลเมือง และสื่อมวลชนต้องยึดมั่นในผลประโยชน์สาธารณะ

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

ข่าวลวง (fake news) คือสิ่งที่มนุษย์ที่คิดไม่ดีกับเพื่อนมนุษย์ก่อขึ้นมา ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ จึงต้องแก้ด้วยสติปัญญาของเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมสังคม ข่าวลวงเกิดขึ้นได้ก็จริง แต่ข่าวลวงจะไม่สามารถทำร้าย หรือทำอันตรายใดๆ ต่อสังคมที่มีสมาชิกเป็นคนที่รู้เท่าทันว่าสิ่งใดคือข้อมูลจริง และสิ่งใดคือข้อมูลเท็จดังนั้น เราต้องช่วยกันเติมสติปัญญาให้กับเพื่อนร่วมสังคมของเรา เพราะสติปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้ข่าวลวงไม่มีอิทธิพลอีกต่อไป

แนวหน้าวาไรตี้ สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับ มาดาม เฉิน อวี้ ซิ่ว (อดีต) ประธานสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน (PTS)ถึงแนวทางร่วมสร้างให้พลเมืองไต้หวันมีสติปัญญารู้เท่าทันเพื่อร่วมกันขจัดข่าวลวงไม่ให้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมไต้หวัน


l โลกยุคนี้มีปัญหาสังคม ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือ fake news ในฐานะที่มาดามเฉินเป็นผู้ที่กำหนดนโยบายของสถานีโทรทัศน์สาธารณะไต้หวัน ขอเรียนถามว่าใช้กรรมวิธีใดเพื่อให้ชาวไต้หวันรอดพ้นจากปัญหา fake news

รัฐบาลไต้หวันให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา fake news มาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากที่รัฐบาลทำก็คือตั้งศูนย์ตรวจสอบ fake newsแล้วพยายามให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนในเรื่องใดๆ ก็ตาม เพื่อให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อของ fake news ส่วนสื่อมวลชนไต้หวัน รวมถึงสถานีโทรทัศน์ที่ดิฉันดูแลก็ร่วมกันตรวจสอบข่าวทุกข่าวที่นำเสนอเพื่อป้องกันไม่ให้มีข่าวลวงใดๆ หลุดรอดออกไปจากสื่อฯ แล้วเมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีข่าวลวงเกิดขึ้นในสังคม เราก็จะช่วยกันเตือนประชาชนด้วยการให้ข้อเท็จจริงโดยทันที และย้ำว่าข่าวลวงคืออะไร ขอให้ประชาชนอย่าเชื่อ และไม่ส่งต่อข่าวลวงเหล่านั้น แล้วที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ เราต้องให้ข่าวจริงกับประชาชน และให้โอกาสประชาชนสอบถาม และแจ้งเบาะแสข่าวลวงได้ด้วย คือทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายผู้ผลิตข่าวและฝ่ายประชาชนให้ความร่วมมือกันเพื่อกำจัดข่าวลวง

l แสดงว่าไต้หวันไม่มีปัญหาเรื่อง fake news ใช่ไหมครับ

ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง และปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ของโลกไปแล้ว ข่าวลวง ข่าวปลอมมีอยู่ทั่วโลก ไต้หวันก็เผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน เราต้องช่วยกันแก้ไข เริ่มต้นจากตัวของเราเองก่อน เพราะเมื่อเรารับข่าวสารใดๆ เราต้องกรอง ต้องพิจารณาให้ดีก่อนจะเชื่อ และหากเราไม่มั่นใจว่าข่าวนั้นจริงหรือไม่ ก็ต้องไม่ส่งไปให้กับคนอื่นๆ เพราะถ้าเราไม่ช่วยเผยแพร่ข่าวลวง ข่าวชนิดนี้ก็ไม่สามารถแพร่กระจายออกไปได้ ส่วนในฐานะคนทำงานด้านข่าวสารที่เราต้องให้ข่าวกับสังคมได้รับรู้ เราก็ต้องตรวจสอบข่าวทุกข่าวของเราก่อนจะออกอากาศว่าเป็นข่าวจริง สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของแหล่งข่าวได้ เราจะไม่นำเสนอข่าวที่มีความน่าสงสัยเป็นอันขาด ยิ่งถ้าเราไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่าข่าวนั้นมาจากที่ใด ใครเป็นคนพูด เราจะไม่นำเสนออย่างเด็ดขาด เรามีกระบวนการตรวจสอบข่าวทุกข่าวก่อนนำเสนอ เรามั่นใจว่า PTS ไม่เผยแพร่ข่าวลวง ข่าวปลอม เพราะเรามีการตรวจสอบการทำข่าวทุกขั้นตอนเป็นอย่างดีถ้าเราไม่มั่นใจว่าข่าวที่จะนำเสนอมีความเที่ยงตรง เราจะสั่งไม่ให้ออกอากาศ เราจะตรวจจนกว่าเรามั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น แต่ถ้าหากข่าวที่เรานำเสนอไปแล้วเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา เราจะต้องเร่งแก้ไขทันที โดยเราจะชี้แจงให้ประชาชนทราบว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน แล้วเราก็จะแก้ไขจุดนั้น เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจที่กระจ่างชัด

l สำหรับสังคมไทยจะมีปัญหาใหญ่ในเรื่องข่าวลวง โดยเฉพาะข่าวที่มาจาก SocialMedia เช่น จาก Lines, Facebook, และwebsite ที่จงใจทำเลียนแบบ website ของสำนักข่าวที่เป็นทางการของประเทศไทย แต่มักไม่เกิดปัญหากับการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวหลักที่มีความเป็นสถาบันสื่อสารมวลชน ปัญหาแบบนี้มีในไต้หวันหรือไม่ครับ

มีค่ะ ในไต้หวันมีปัญหาไม่ต่างจากไทย ปัญหานี้เป็นปัญหาสากล เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้ว และด้อยพัฒนา ปัญหาไม่ค่อยต่างกัน เราจะเห็นปัญหาเช่นนี้เกิดในสหรัฐอเมริกา ในยุโรปตะวันตก แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้รับข่าวสาร ปัญหาการส่งข่าวปลอมแก้ยากมากแต่ถึงจะยากแค่ไหนก็ต้องร่วมมือช่วยกันแก้ไข

l เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง

อันดับแรกคือ ต้องตั้งสติก่อนจะเชื่อว่าข่าวนั้นจริงหรือไม่จริง แต่ปัญหานี้ในไต้หวันก็จะไม่ต่างจากไทยคือถ้าเป็นข่าวจากสื่อมวลชนหลัก เช่น ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ที่มีความเป็นสถาบัน มีตัวตนชัดเจน ปัญหานี้จะเกิดน้อยมาก แต่ปัญหาจะเกิดจากการเสพข่าวผ่าน Social Media ผ่าน Applications ต่างๆแต่ที่น่าสนใจมากคือปัจจุบันคนทั่วไปมักจะนิยมดูข้อมูลต่างๆ จาก Social Media เขาไม่ค่อยดูทีวีไม่ค่อยฟังวิทยุ ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ทั้งๆ ที่ข่าวหลักๆ ของประเทศนำเสนอผ่านสื่อฯ หลัก อย่างเช่น ทีวีวิทยุ หนังสือพิมพ์ อาจจะกล่าวได้ว่าการเสพสื่อฯจากสื่อมวลชนที่ไม่มีความเป็นสถาบันนั้นเสี่ยงกับการได้รับข่าวลวง เพราะสื่อมวลชนหลักนั้นจะมีกระบวนการตรวจสอบข่าวสาร ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลผู้ให้ข่าว ระบุที่มาของข่าว ระบุวันเวลาของข่าวได้ชัดเจน แต่สื่อฯ จาก Social Mediaส่วนมากจะไม่สามารถระบุได้ชัดเจน PTS ไม่สามารถควบคุมการให้ข่าวของสื่อฯ อื่นได้ แต่เราสามารถควบคุมตัวเราเอง ควบคุมการนำเสนอข่าวของเราเองได้ เรามั่นใจในมาตรฐานข่าวของเรา ดังนั้นหากประชาชนต้องการจะตรวจสอบข่าวใดๆ ก็ตามระหว่างข่าวจาก Social Media กับข่าวของ PTSก็สามารถทำได้ PTS นำเสนอข่าวสารและข้อมูลทั้งทาง TV และผ่าน website ของเราด้วย นี่คืออีกวิธีหนึ่งที่ทำให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ว่าข่าวใดจริงหรือเท็จ

l ในฐานะผู้บริหารสื่อฯ ของไต้หวันขอเรียนถามว่าสื่อฯ มีภารกิจอะไรบ้างในการเป็นตัวกลางเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับไต้หวัน

ภารกิจอย่างหนึ่งของเราคือ ร่วมมือกับสื่อฯ ไทยทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ในการนำเสนอข่าวสารระหว่างกันเช่นเรามีความร่วมมือกับ TPBS ของไทย นำเสนอรายงานพิเศษการใช้ชีวิตของแรงงานชาวไทยในไต้หวัน โดยนำเสนอให้เห็นว่าแรงงานไทยทำงานอะไรบ้าง ใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร กินอยู่อย่างไร มีการทำกิจกรรมอะไร เพื่อเป็นการบอกให้คนไทยรู้ว่าคนงานไทยในไต้หวันมีความเป็นอยู่เช่นไร และนอกจากนั้น สำนักข่าวต่างๆ ของไต้หวันก็ยังนำเสนอข่าวอื่น ๆ ของไทยเป็นประจำ เช่นข่าวการเมืองไทยข่าวเศรษฐกิจไทย และข่าวที่เป็นกระแสสังคมของไทยเพื่อให้คนไทยในไต้หวันได้รับทราบข้อมูลของประเทศไทย โดยนำเสนอข่าวบางช่วงเป็นภาษาไทยเพื่อให้คนไทยได้รับรู้และเข้าใจได้เป็นอย่างดี นอกจากข่าวจากประเทศไทยแล้ว เรายังนำเสนอข่าวจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย เรานำเสนอเป็นสามภาษาคือไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย นำเสนอทุกวันวันละ 5 นาที สำหรับข่าวของไทยนั้น เราใช้พิธีกรในรายการเป็นคนไทยค่ะ และ PTS ก็สนใจจะร่วมมือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้าด้วยนะค่ะ เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้ เพราะได้ข่าวว่าหนังสือพิมพ์แนวหน้านำเสนอเรื่องราวของไต้หวันเป็นประจำ ซึ่งก็นับว่าเป็นการช่วยกันให้ข่าวสารกับประชาชนของทั้งสองฝ่าย

l ทุกวันนี้ คนจำนวนหนึ่งบอกว่าไม่ค่อยดูทีวี ปัญหานี้ส่งผลกระทบถึง PTS บ้างไหมครับถ้ามีปัญหา จะแก้ปัญหานี้อย่างไรในอนาคต

PTS เน้นการนำเสนอข่าวที่มีคุณภาพเป็นหลัก เป็นเรื่องสำคัญ เรามั่นใจว่าเมื่อข่าวเรามีคุณภาพ มีความจริง เป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของผู้ชม ผู้ชมก็จะชมข่าวของเรา เราเน้นความลึก ความชัดเจนของข่าวสารข้อมูลเป็นอันดับแรก เมื่อผู้ชมเห็นว่าเรามีคุณภาพ เขาจะเข้ามาชมเรา เพราะคนเราต้องการข้อมูลที่ชัดเจน แม่นยำ มีความจริง และเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของเขา การดำเนินธุรกิจของ PTS ได้งบฯ สนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน ดังนั้นเราจึงต้องนำเสนอข่าวที่น่าเชื่อถือ เป็นจริง ถูกต้องมากที่สุด และให้ประโยชน์กับผู้ชมมากที่สุด เพราะนี่คือความเชื่อถือที่เราได้รับจากประชาชน

l PTS ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลขอถามว่า ถ้า PTS จะต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือตั้งปัญหากับการทำหน้าที่ของรัฐบาล แบบนี้ PTS จะมีอิสระในการตรวจสอบรัฐบาลไหมครับ

PTS ได้รับเงินงบประมาณจากมารัฐบาลก็จริงแต่เราก็ยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณของสื่อมวลชนเรายังคงรักษาความยุติธรรมตลอดเวลา ต้องรักษาความสมดุลของสังคม เราสามารถตรวจสอบและตั้งคำถามกับรัฐบาลได้ตลอดเวลา เรารับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อทำหน้าที่สื่อมวลชนของสังคม ไม่ใช่รับเงินจากรัฐบาลแล้วเราไม่กล้าตรวจสอบรัฐบาล เมื่อรัฐบาลทำสิ่งใดที่ผิดสังเกต หรืออาจส่งผลเสียต่อประชาชน เราก็ต้องตั้งคำถามโดยทันที เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์ทำหน้าที่ของรัฐบาลได้ เพราะเราคือสื่อมวลชนของประเทศชาติและของประชาชน เมื่อเรานำเสนอเรื่องที่รัฐบาลต้องรับฟัง รัฐบาลก็จะต้องประเมินว่าสิ่งที่เรานำเสนอไปนั้น ส่งผลกระทบด้านลบต่อสังคมจริงหรือไม่ แล้วรัฐบาลก็ต้องตอบปัญหาหรือชี้แจงเรื่องราวกับประชาชนโดยผ่านสื่อมวลชนอย่างเรา นี่คือหน้าที่สื่อมวลชนของเรา เราทำเพื่อสาธารณะ ไม่ได้ทำเพื่อเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิงได้ในรายการแนวหน้าวาไรตี้ออกอากาศทุกอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือTrue Visions ช่อง 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top