วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ในอดีตน้อยนักที่จะพบเจอกับผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงแต่ด้วยโลกในปัจจุบันนั้นก้าวไกลและเปิดกว้างมากขึ้นโอ-จิตติรัตน์ ตันตสิรินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เบนซ์ตลิ่งชัน จำกัด ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงแกร่งแม่ทัพคนสำคัญของแวดวงรถยนต์ระดับไฮเอนด์ที่น่าจับตามอง ในฐานะทายาทธุรกิจเจเนอเรชั่นใหม่ ที่พร้อมยกระดับ เบนซ์ตลิ่งชัน สู่ Atta Autohaus ศูนย์บริการรถเบนซ์ในรูปแบบดิจิทัลครบวงจร
โอ-จิตติรัตน์ ตันตสิรินทร์ เริ่มต้นบทสนทนากันแบบสบายๆ ด้วยประโยคที่ว่า “ความสุขเกิดจากพลังงานที่ได้รับจากผู้คนรอบข้าง เพราะพลังงานดีๆ เหล่านี้ ถือเป็นการให้รางวัลตัวเองทุกวัน” แต่กว่าจะยิ้มได้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะด้วยการทำงานกับคนหลากหลายเจเนอเรชั่น และด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงแล้วต้องคุมคนงานที่เป็นช่างยนต์กว่าอีกร้อยชีวิต
ถามว่ากดดันไหม? เธอบอกว่า “ไม่ได้ถือเป็นแรงกดดันหรือต้องกังวลอะไร เพียงแรกๆ ที่เข้ามารับช่วงต่อก็มีปัญหาบ้าง เพราะไม่เป็นเหมือนอย่างที่เคยคิดไว้ แต่ทุกปัญหามีทางออกเสมอ และโชคดีที่เรามีความใกล้ชิดกับพนักงานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราก็แก้ไขด้วยการให้ความรู้เขาในเชิงบริหารจัดการ และจัดให้มีการอินเทอนัลเทรนนิ่งอยู่เป็นประจำ เพื่อทุกคนทุกฝ่ายจะได้รับความรู้ ได้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน อย่างฝ่ายขาย ฝ่ายดูแลลูกค้าสัมพันธ์ อาจจะไม่รู้คำศัพท์เทคนิคทางเครื่องยนต์ อาจจะอธิบายให้ลูกค้าฟังไม่เข้าใจ หรือฝ่ายช่างถ้าอธิบายด้วยศัพท์เทคนิคกับลูกค้าบางคำพูดอาจจะไม่สร้างความกระจ่างให้กับลูกค้า ตรงนี้ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่จะเห็นผลในระยะยาว และสำคัญที่สุดคือ เพื่อให้เกิดการบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า”
.jpg)
กับบทบาทภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ ณ ตอนนี้หน้าที่หลักๆเลยเธอจะดูแลในส่วนของการบริการหลังการขาย การตลาด และดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ รับผิดชอบดูแลวางแผนการตลาด คิดแคมเปญ ดูแลบริหารจัดการ เพื่อส่งต่อให้พนักงานนำไปส่งต่อให้ถึงลูกค้าได้อย่างครบขั้นตอน และจะมีการฟอลโลว์อัพในแต่ละวีคแต่ละเดือน จากพนักงานถึงฟีดแบ๊กจากทางลูกค้า เพื่อนำมาทำแผนพัฒนาในอนาคต เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด
“และตอนนี้พนักงานเราที่เป็นช่างยนต์ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่นมาก ทั้งช่างรุ่นเก่า ช่างรุ่นใหม่ แต่เพื่อให้เกิดความบาลานซ์ในองค์กร เราก็ Put the right man on the right job ใช้คนให้ถูกกับงาน ช่างรุ่นเก่าก็เปรียบได้กับหมอเก่งๆเราก็ให้เขาได้ครีเอท ได้เป็นโค้ช เป็นที่ปรึกษาสำหรับการฟอร์มทีมช่างใหม่ๆ เพื่อให้เขารู้สึกว่า เขามีคุณค่า ข้อมูลที่เขามี ความรู้ที่เขามี สามารถถ่ายทอดไปอีกคนรุ่นหนึ่งได้ จริงๆ ต้องยอมรับว่า ช่างรุ่นใหม่เขามีความรู้ที่แบบใหม่ๆ เทคนิคการหาความรู้รวดเร็วมาก ก็จะได้ยินว่าช่างรุ่นใหม่กับช่างรุ่นที่อยู่มานานๆเขาคุยกัน เราก็ไปยืนฟัง อ้อก็โอเค ที่คนต่างเจนคุยกันปรึกษากันแล้วปรับกระบวนการ พอมาได้ตรงกลาง เราก็จะได้วิธีการใหม่ๆเกิดขึ้น”
เมื่อถามถึงโปรเจกท์ใหญ่ที่บอสสาวคนเก่งกำลังทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการรถยนต์ลักซ์ชัวรี่แบรนด์ โอ-จิตติรัตน์ เล่าว่า “เบนซ์ตลิ่งชัน ตอนนี้เปิดมา 40 ปี เรามีฐานลูกค้าที่ค่อนข้างหนาแน่นในย่านฝั่งธนบุรีและด้วยเทคโนโลยีของโลกปัจจุบันที่ก้าวกระโดดจนเราแทบจะต้องวิ่งตาม เราก็เห็นว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดี และเรามีความพร้อมแล้วที่จะขยายไปอีกสาขาหนึ่ง ให้เป็นเหมือนเมอร์เซเดสดิจิทัลโชว์รูม ซึ่งตอบโจทย์สำหรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เรื่องของเซอร์วิสแอนด์โปรดักส์ที่ครบวงจรเหมือนที่เบนซ์ตลิ่งชัน และจะเน้นออนไลน์มากขึ้น แล้วก็มีดิจิทัลสมาร์ทโซลูชั่นสำหรับกลุ่มลูกค้าเจนใหม่ ที่เขาเริ่มอยากใช้เทคโนโลยีหรือออนไลน์มากขึ้น เช่น จะมีบริการที่ลูกค้าสามารถเอารถมาเข้าศูนย์ได้โดยที่ไม่ต้องเข้ามาเอง หรือการจองคิวออนไลน์เช็คสเตตัสออนไลน์ บุ๊คกิ้งรถได้แบบเรียลไทม์ สามารถโอนจ่ายแบบเพย์เมนท์ไปเลย ซึ่งในปลายปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดSoft Opening ตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ Atta Autohaus (แอทต้า ออโต้เฮ้าส์) และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 โดยเลือกทำเลบริเวณถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นย่านที่มีทั้งธุรกิจ และที่พักอาศัย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหม่ ที่มีศักยภาพและต้องการบริการ ที่ช่วยทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของ Atta Autohaus
.jpg)
ที่นี่จะให้บริการที่แตกต่างจากโชว์รูมเบนซ์ตลิ่งชัน คือเป็นมากกว่าโชว์รูมขายรถยนต์ เพราะมุ่งเน้นนวัตกรรมการบริการที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกการบริการได้ตรงตามความต้องการ เราตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าให้เป็นไปได้ สะดวก รวดเร็ว ตรงใจและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเพื่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ ผ่านการใช้สื่อดิจิทัล ซึ่งเบนซ์ตลิ่งชันพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือก ในการรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต”
ทำงานหนักขนาดนี้มีวิธีบาลานซ์ชีวิตส่วนตัวอย่างไรผู้บริหารสาวคนเก่งบอกว่า “งานกับชีวิตส่วนตัวแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันไปแล้ว ด้วยความที่เป็นคนที่บ้าพลังมาก ไม่ชอบอยู่นิ่งๆจะมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาตั้งแต่เด็ก เล่นกีฬาแทบทุกชนิดวิ่ง ตีเทนนิส เล่นโยคะ สกีสโนว์บอร์ด ขี่ม้า ปั่นจักรยาน ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม ด้วยความที่รู้สึกว่า การทำงานทุกวันใช้สมองเยอะ ใช้แต่สมองแต่ร่างกายไม่ได้ขยับไปไหน เราก็ต้องบาลานซ์ร่างกายให้มันใช้เยอะด้วย เหมือนเป็นการปรับสมดุลร่างกายให้เกิดความบาลานซ์”
เมื่อถามถึงบทบาทของสตรีที่มีความเป็นผู้นำในสมัยนี้ เธอมองว่า “ผู้นำสามารถเป็นได้ทุกคน อยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะมีเป้าหมายในชีวิตหรือเปล่า เมื่อเป้าหมายชัดเจน เห็นเป็นภาพ อธิบายออกมาได้ ความสำเร็จเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นผู้หญิง เป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็สามารถเป็นผู้นำได้ อย่างที่ เบนซ์ตลิ่งชัน เราจะสร้างผู้นำ สำหรับทุกๆ ตำแหน่ง แม้กระทั่ง รปภ. ทุกคนสามารถเป็นผู้นำได้ พนักงานล้างรถ ไม่ใช่จะเป็นผู้นำไม่ได้ เป็นได้แต่เป็นในแบบศักยภาพที่เขามี ในขอบเขตพื้นที่ที่เขาสามารถทำได้ โอเชื่อว่าทุกคนมีความเป็นผู้นำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหน คุณมีบทบาทเป็นน้องสาว คุณก็สามารถเป็นผู้นำในครอบครัวได้ ซึ่งการจะเป็นผู้นำได้อย่างแรกเลย ต้องมีเป้าหมายเมื่อมีเป้าหมายก็จะเกิดความเป็นผู้นำขึ้นมาเอง”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี