วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในธุรกิจหลักของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายของวิสัยทัศน์ 2020 ทำให้ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มของไทยมุ่งเป้าหมายใหญ่กับวิสัยทัศน์ใหม่ 2025 ที่พร้อมผลักดันบริษัทให้เติบโตและแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในวิสัยทัศน์ใหม่นี้ไทยเบฟคิดถึงเรื่องของ “ทรัพยากรบุคคล” หรือ “มนุษย์” เพราะเป็นฟันเฟืองหลักที่ใช้ขับเคลื่อนองค์กร ทุ่มงบประมาณในแต่ละปีกว่า 200 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรในยุคดิจิทัลทุกระดับกว่า 60,000 คน ทั้งไทยและประเทศในอาเซียน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง วัยทำงานที่เพิ่งจบการศึกษาไปจนถึงวัยใกล้เกษียณ สู่การเติบโตที่สอดคล้องกับ ThaiBev Global Values ที่จะทำให้กลุ่มธุรกิจไทยเบฟก้าวสู่ความเป็นผู้นำทั้งในไทยและอาเซียน พร้อมสู่การแข่งขันในระดับโลกต่อไป

นายเอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้มองบุคลากรที่ขับเคลื่อนองค์กรเป็น “ทรัพยากร” แต่มองว่าเป็น “ทุน” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่องค์กรให้ความสำคัญเพราะเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปตามกาลเวลา ซึ่งกลุ่มไทยเบฟกำลังเดินทางสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านปี 2020 ไปสู่อนาคตปี 2025 และในฐานะบริษัทชั้นนำระดับอาเซียน ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 60,000 คน กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จคือ การเพิ่มพูนศักยภาพของพนักงานในยุคดิจิทัล ร่วมกันผสานพลังทั้งกลุ่มโดยเฉพาะการสร้างให้อาเซียนเป็นบ้านของเราอย่างแท้จริง ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราเชื่อมโยงประสบการณ์พนักงานในกลุ่มด้วยระบบ Beverest ทำการพัฒนาผู้มีศักยภาพของกลุ่มตั้งแต่ระดับคนรุ่นใหม่ไปถึงผู้บริหารระดับสูงร่วมกันทั้งไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และเมียนมา

นอกจากนี้ เรายังมองว่า Career Based People Development เป็นอาวุธสำคัญเพื่อรับมือกับยุค Disruptionจึงทำให้เราโฟกัสกับการพัฒนาโปรไฟล์ของบุคลากรให้สอดคล้องกับโลกอนาคต และธุรกิจขององค์กรในอนาคตพร้อมสร้างดีเอ็นเอร่วมกัน สู่การเติบโตที่สอดคล้องกับ ThaiBev Global Values หรือค่านิยมกลุ่มไทยเบฟที่จะสะท้อนถึงคุณลักษณะร่วมทั่วโลก ซึ่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จในฐานะผู้นำที่มั่นคง และยั่งยืนของอาเซียน ประกอบด้วย “Collaboration” ร่วมกันผสานพลัง “Creating Values” สร้างสรรค์คุณค่า และ “Caring for Stakeholders” เอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้ง 3 คุณลักษณะที่ยึดปฏิบัติส่วนหนึ่งยังเป็นการถอดรหัสความสำเร็จของ ท่านประธานเจริญ สิริวัฒนภักดี และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฐาปนสิริวัฒนภักดี ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่ง ThaiBev Global Valuesจะช่วยสร้างให้เกิดวิถีการทำงานของพนักงานให้แข็งแกร่ง โดยจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก อันจะทำให้กลุ่มธุรกิจไทยเบฟก้าวสู่ความเป็นผู้นำทั้งในไทยและอาเซียน สู่การแข่งขันในระดับโลกต่อไป

นายเอกพล กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้ร่วมกับ C asean จัดกิจกรรมเปิดบ้านสรรหาบุคลากรรุ่นใหม่ รองรับการขยายตัวของธุรกิจไทยเบฟในอาเซียน และประเทศอื่นๆ ในอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ 2020 ของการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนที่มั่นคงและยั่งยืน ในรูปแบบของกิจกรรม Open House :ThaiBev Group Career Journey in ASEAN เพื่อบอกเล่าถึง “โอกาส...ไร้ขีดจำกัด” หากได้เข้าร่วมงานกับกลุ่มธุรกิจไทยเบฟ ทั้งในประเทศไทย ประเทศในกลุ่มอาเซียนและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

“กิจกรรมเปิดบ้านไทยเบฟ ได้รับการตอบรับและความสนใจเป็นอย่างดีจากนิสิต-นักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา กำลังศึกษาและกำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ของสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 200 คน พร้อมกันนี้ได้ชวนผู้บริหารและพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจไทยเบฟ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การทำงาน โอกาสการทำงานรวมถึงให้คำแนะนำ และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับลักษณะงานโปรแกรมการฝึกงานในอาเซียน ทุนการศึกษาและเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย

ปัจจุบันเราดำเนินธุรกิจมากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก แต่เราจะให้ความสำคัญในกลุ่ม “ภูมิภาคอาเซียน” เพื่อสร้างการเติบโต และสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดเครื่องดื่ม ก้าวเป็นผู้นำใน 5 ประเทศได้ คือ มาเลเซีย โดยบริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ เบอร์ฮาร์ด, สิงคโปร์ โดยบริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ(เอฟแอนด์เอ็น), เวียดนาม โดยบริษัท ไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์เปอเรชั่น หรือ ซาเบโก และประเทศเมียนมา หลังซื้อกิจการบริษัท Myanmar Distillery เจ้าของสุราแบรนด์ Grand Royal เป็นต้น
ตอนนี้เรามีบุคลากรมากกว่า 6 หมื่นคน แบ่งเป็นในไทย 4.9 หมื่นคน ที่เหลือเป็นต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอาเซียน ซึ่งจากการซื้อกิจการเครื่องดื่มในต่างประเทศและธุรกิจร้านอาหารทำให้การขยายตัวของบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรในองค์กร พร้อมกับยกระดับวัฒนธรรมการทำงานเป็นอาเซียนอีกด้วย ซึ่งพนักงานจะต้องพร้อมในการเดินทางโยกย้ายไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพื่อความพร้อมทางธุรกิจในตลาดอาเซียน” นายเอกพล กล่าวในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี