วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘มศว’แจง3ปม
เปิดผลโกงสอบท้องถิ่น
คนนอกแทรกแซง
คนในไม่เกี่ยวข้อง
อธิการบดีท้า‘สถ.’
เทียบแฟลชไดร์ฟ
“มศว” แถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้มี “คนนอก” เข้ามาแทรกแซงการประกาศคะแนน ไม่พบคนในมีเอี่ยว เผยพบช่องโหว่ส่งผลคะแนนไป-กลับ 2 รอบ เปิด 3 ประเด็นเสี่ยงนำไปสู่การทุจริต อธิการบดีท้าให้เปิดแฟลชไดร์ฟ มศว เทียบของ สถ.ให้รู้ทันทีว่าแก้ผลสอบตรงไหน ด้าน “เท้ง” แซะ “หนู” เป็น มท.1 มาหลายสมัยต้องรู้เรื่องโกงสอบ ควรจัดการตั้งแต่ต้น เชื่อเรื่องแดงเพราะ“สายสีน้ำเงิน”ขัดแย้งกันเอง “อนุทิน”โต้ทันควัน เกี่ยวอะไรกับ“สีน้ำเงิน” ลั่นสอบถึงใครไม่มีการช่วยเหลือ ย้ำไม่ได้ก้าวก่าย อำนาจใครอำนาจมัน จากนี้ใครผิดร่วมฟาดอย่างเดียว ด้าน“ปลัดมท.”เตรียมตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง 5 ขรก.สถ. พัวพันโกงสอบ ย้ำ ชี้แม้บางคนได้รับการบรรจุแล้ว แต่หากพบทุจริตต้องเรียกกลับออกมา
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ที่ล่าสุด เลขานุการของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ลาออก มองว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ว่า ตนมองว่า ณ ตอนนี้ควรตั้งต้นที่คนที่เข้าสอบ และเป็นคนธรรมดาที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากเป็นวงกว้าง สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการตนคิดว่าผิดพลาดอย่างไร ขณะที่พวกเราได้รับข่าว เบื้องต้นก็ได้รับข่าวมาด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นความขัดแย้งของข้าราชการประจำข้างใน ซึ่งข่าวที่ได้รับมาก็ทราบว่าจากสายสีน้ำเงินทั้งคู่ ขัดแย้งกันเอง กลายเป็นว่าเรื่องนี้ถูกปูดขึ้นมา เนื่องจากความขัดแย้งในสายราชการต่างๆ แต่พอปูดขึ้นมาแล้วกลายเป็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบคือคนที่เข้าสอบโดยสุจริตเป็นจำนวนมาก
“เมื่อวานผมก็เพิ่งได้รับหนังสือร้องเรียน ซึ่งคนที่เขาเข้าสอบโดยสุจริต ครอบครัวเขามีความหวังกับตัวเขาในการที่ได้รับการสอบมาแล้ว และผ่านแล้วก็ควรจะได้รับการบรรจุ เพราะยังมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีกจำนวนมาก เขาแจ้งผมว่ามีคนเข้าร่วมลงรายชื่อเป็น 1,000 คน และผมก็เชื่อว่ามีคนได้รับผลกระทบที่เป็นคนสุจริตอีกเป็นจำนวนมาก” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เรียกร้องรัฐบาลลุยล้างทุจริต
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ ประเด็นแรกอยากจะให้รัฐบาลและนายกฯ ลองทบทวนดูว่ามาตรการที่มีการสั่งการออกไปทำให้เกิดผลกระทบต่อคนทุจริตจำนวนมากควรจะต้องมีการทบทวนกลับมาใหม่หรือไม่และดูเป็นรายกรณีไป ประเด็นถัดมา คิดว่าสิ่งที่สังคมต้องการรับรู้ถ้าไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างสายสีน้ำเงินด้วยกันเองในระบบราชการ ประเด็นนี้ ก็คงไม่มีใครเห็น หากไม่เป็นข่าวออกมาใช่หรือไม่ ตกลงแล้วการที่ตัวนายกฯออกมาพูดหลายครั้งว่าต้องการขจัดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น อยากทำให้ประเทศไทยมีความโปร่งใส อยากทำให้ดัชนีชี้วัดการทุจริตคอร์รัปชั่นดีขึ้น ตกลงแล้วถ้าไม่มีความขัดแย้งกันเองภายในหรือไม่มีข่าวถูกเปิดเผยออกมา ก็คงไม่มีการดำเนินการใช่หรือไม่
“สิ่งที่อยากเรียกร้องกับตัวนายกฯ เอง อยากจะให้การจับทุจริต การทลายเรื่องเครือข่ายสีเทาในประเทศต่าง เป็นการดำเนินการจากภายในของรัฐบาลดังนั้นขอให้ทำให้พวกเราเห็นหน่อยไม่ใช่เกิดหน้าข่าวขึ้นมาแล้วก็ไปตามแก่”นายณัฐพงษ์ กล่าว
ซัด‘หนู’รู้ปัญหามานานแต่เพิ่งมาแก้
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยออกมาบอกว่า นายกฯ ต้องการแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างจริงจังและจะไม่จับแค่ปลาซิวปลาสร้อย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่าลืมว่านายกฯ เป็นรมว.มหาดไทยมาหลายสมัยแล้ว และท่านเองก็น่าจะต้องทราบ ซึ่งตนเชื่อว่าท่านต้องทราบว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ในกระทรวงมหาดไทยมานานแล้ว ดังนั้นทันทีที่นายกฯ เข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีชุดนี้เข้าบริหารประเทศ ถ้ารู้อยู่แล้วมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ควรเป็นการแอ็คชั่นจากนายกฯ ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าพอเกิดความขัดแย้งมีการปูดกันเองขึ้นมาภายใน เป็นหน้าข่าวขึ้นมาแล้วค่อยมาตามแก้ทีหลังสุดท้ายประชาชนก็ได้รับผลกระทบแบบนี้ ตนคิดว่าไม่ได้มีความจริงใจในการแก้ไข แต่เป็นการไปตามเก็บกวาดเช็ดล้างปัญหาภายในของตัวเอง”นายณัฐพงษ์ กล่าว
‘อนุทิน’โต้‘เท้ง’ยันไม่ใช่ศึกสีน้ำเงิน
เมื่อเวลา 11.35 น. ที่ จ.อยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดจากความขัดแย้งศึกภายในของข้าราชการสายสีน้ำเงินที่ขัดแย้งผลประโยชน์กันเอง พร้อมแนะนำให้ทบทวนมาตรการ ไม่ให้กระทบคนสุจริต ว่า เกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นระบบสอบของทางราชการ อย่าไปสรุปอะไรอย่างนั้น แล้วตอนนี้มี 7 หน่วยงาน ที่เข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดอยู่ นี่ไม่ใช่การ สืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและ เอาผิดกับผู้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการทำผิดกฎหมายว่าอย่างนั้นเถอะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นี่เป็นเรื่องระบบที่ตนยกเลิกไปแล้ว 3 ปี และตอนนี้ก็มีการสอบ และใช้ทีโออาร์ มันถึงได้ยาก เพราะเป็นทีโออาร์ใหม่ แต่เขาก็อุกอาจ เข้าไปแก้ไขในระบบไฟล์คอมพิวเตอร์ คงตื่นตระหนกจนทำอะไรได้ก็ทำก่อน เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ การเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์หรือไฟล์อะไรก็ต้องมีวันเวลา มันไม่พ้นหรอก และตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของ 7 หน่วยงาน ที่ตนได้ตั้งขึ้นมาให้มีการลงนามกันเป็นเอ็มโอยูในการปราบปราม และคิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดแน่ๆ ถึงตั้งหน่วยงานเหล่านี้ขึ้นมาทำงาน
รับต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์มหาดไทย
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯ และรมว.มหาดไทย จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย ที่ตอนนี้ประชาชนมองในด้านลบ กลับมาเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องเร่ง ซึ่งจริงๆวิธีการสอบ ต้องยึดถือกฎเกณฑ์การสอบ แต่คนที่ทำผิด คงมองเห็นผลประโยชน์มากกว่าความถูกต้อง และในอดีตคิดว่าสิ่งที่เคยทำสามารถทำได้ แต่จริงๆ ตัวการป้องกันในการสอบล่าสุดตามทีโออาร์ แทบจะไม่มีคนกล้าเข้ามา โดยให้ มศว ทำซึ่งเขาก็ทำได้อย่างดี สมัยก่อนข้อสอบตรวจกันที่จังหวัดที่สอบ แต่ตอนนี้มาตรวจที่ส่วนกลางเก็บไว้มิดชิดแน่นหนา นายกฯ กล่าวต่อว่า แต่ในทีโออาร์ เหมือนเขียนการทำลายข้อสอบ ว่าจะทำลายทุกปี เขาคงหวังว่าคงปิดอะไรได้ เพราะมีการสอบตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 และผ่านมา 6 เดือนแล้ว ลากๆไปอีก 6 เดือน ต้นขั้วคงถูกทำลายไป พิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมา ทุกคนและหน่วยงานทั้งหลาย คงพิสูจน์อะไรไม่ได้ และพอมีเรื่องขึ้นมาทุกหน่วยงานก็เข้าไปยันไว้ก่อนตอนนี้ ข้อสอบต้นขั้วก็ถูกอายัดแล้ว และจัดทำเป็นไฟล์ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปแก้ไฟล์ใหญ่ในคอมพิวเตอร์ ก็ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ เพราะต้นขั้วเป็นคะแนนแบบหนึ่ง แต่ในคอมพิวเตอร์เป็นอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นดูพฤติกรรมตรงนี้ก็รู้อยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องที่กระทำโดยไม่สุจริตแน่นอน
มั่นใจถอนรากถอนโคนขบวนการโกง
เมื่อถามต่อว่า นายกฯมั่นใจหรือไม่ ว่าในยุคของท่านจะสามารถถอนรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นได้ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะพวกตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ก็ทุบอย่างเดียว ใครทำผิดบอกแล้วทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าทำในโครงสร้างพื้นฐานระบบราชการ
”คุณซื้อขายตำแหน่ง ตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ โอ้โห พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่ว ตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาตั้ง 30 ถึง 30 ปีให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ใช่ไหม ผมก็ไม่เข้าใจ ที่ผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการไม่มีการเมือง ไม่มีอะไร ใครทำผิด โดนใครก็คนนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องไม่ช่วยใคร ผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา”นายกฯกล่าว
รู้สึกฉุน-จากนี้พร้อมฟาดคนทำผิด
เมื่อถามอีกว่าในฐานะรมว.มหาดไทยพอเกิดประเด็นข่าวนี้ขึ้นมารู้สึกฉุนมากหรือไม่ นายกฯหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ฉุนอย่างเดียว และตนเป็นคนยกเลิก อั้นมา 3 ปี การสอบ เที่ยวนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการสอบท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ต้องผ่านช่องทาง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ซึ่งมีมาตรฐานทางราชการ แต่นี่เป็นการสอบท้องถิ่นกระบวนการใครตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ตน มีกฎหมายการกระจายอำนาจ ทุกอย่างมีคณะกรรมการ ก็ต้องไปดูตรงนั้น
“ผมทราบเรื่องก็บอกให้ชะลอการบรรจุ พอผมชะลอการบรรจุ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ก็บอกไม่ชะลอให้บรรจุเลย นี่ไงผมยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลย เพราะผมได้ทำในขอบเขตอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่คนนั้นก็ต้องไปรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่าเขามาก้าวก่ายอำนาจของผม อำนาจใครอำนาจมัน แต่ในส่วนของผมได้ Protect ไว้หมดแล้ว พอผม Protect แล้ว ต่อจากนี้ไปใครผิด ผมก็ร่วมกันฟาดก็แค่นั้น” นายกฯกล่าว
เมื่อถามย้ำว่าแบบนี้ถือเป็นการดื้อต่ออำนาจเจ้ากระทรวงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาไม่ใช่ลูกน้องตน กรรมการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนที่อยู่ในกรรมการนี้ก็ทำตามข้อสั่งการของตนทุกคน
จ่อตั้งคกก.สอบวินัย5ขรก.สถ.
เมื่อเวลา 11.40 น. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ สถ. จำนวน 5 ราย จากกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ภายหลังผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์ส่อเอื้อให้เกิดการทุจริตว่า เตรียมลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงในเร็วๆ นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่อง คาดว่าจะดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องมีการแต่งตั้งทั้งประธานและคณะกรรมการสอบ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ผู้ที่อยู่ในข่าย เช่น ผู้ว่าจ้าง ภาคเอกชน หรือผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในระบบ จะต้องถูกดำเนินการต่อไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยมีหลายกรม แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ทำผิดต้องยอมรับ-กรรมใครกรรมมัน
นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องถูกตั้งกรรมการสอบวินัยเป็นรายบุคคล โดยกรอบเวลาการดำเนินงานจะให้คณะกรรมการชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และผู้ที่กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไว้ “กรรมใครก็กรรมมัน”
เมื่อถามว่า การดำเนินการของคณะกรรมการที่ผ่านมาเป็นการไม่เคารพอำนาจของ รมว.มหาดไทยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า คณะกรรมการในส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีมติให้ชะลอการดำเนินการ แต่หน่วยงานส่วนอื่นมีมติให้ผู้สอบผ่านเข้ารายงานตัว จึงต้องดำเนินการตามมติของที่ประชุม
เมื่อถามว่า สำหรับคนที่บรรจุไปแล้ว หากพบว่ามีความผิดภายหลังสามารถเรียกมาสอบสวนได้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า คนที่ทำผิดแต่ได้รับการบรรจุไปแล้วจะต้องเรียกกลับมา โดยยอมรับว่าผู้ที่ได้รับการบรรจุบางส่วนเป็นผู้ที่อยู่ในกระบวนการทุจริต จึงถือว่ามีความผิด เพราะ แม้จะลาออกไปก่อนแต่ถือว่ากระบวนการทุจริตไม่ได้สิ้นสุดลง
‘อธิบดีปค.’กำชับเข้มวินัยขรก.
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อมวลชน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าจับกุม ตรวจค้น หรือดำเนินคดีในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตลอดจนกรณีที่มีข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์อันอาจเข้าข่ายการกระทำความผิด หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แม้บางกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือกระบวนการตามกฎหมาย แต่ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อรักษามาตรฐานการปฏิบัติราชการและธำรงไว้ซึ่งความศรัทธาของประชาชน ตนจึงได้ลงนามในหนังสือ ลงวันที่3ก.ค. เรื่อง กำชับแนวทางการดำเนินการกรณีปรากฏข่าวสาร การจับกุม หรือการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อกำชับให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
หากพบกระทำผิดให้จัดการเด็ดขาด
โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ และจรรยาข้าราชการอย่างเคร่งครัด หากปรากฏข้อร้องเรียน ข้อกล่าวหา หรือข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายการกระทำผิดทางวินัย ทางอาญา หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยเร็ว หากมีมูลเพียงพอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทันที แต่หากข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน ให้เร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยไม่ชักช้า
นอกจากนี้ หากผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีมูลความผิดทางวินัย ทางอาญา หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามจรรยาข้าราชการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกียรติ ศักดิ์ศรี และภาพลักษณ์ของทางราชการ ให้ดำเนินการทางวินัย ทางอาญา และมาตรการทางการบริหารตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการพิจารณาสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมรายงานผลการดำเนินการให้กรมการปกครองทราบโดยเร็ว
สอบสวนกลางเดินหน้าสางคดี
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวถึงความคืบหน้าสอบสวนคดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า เรื่องดังกล่าวการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีก็ได้มีแถลงผลการตรวจสอบให้ทราบกันไปแล้ว ส่วนที่สอง ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตจ่ายเงินของผู้เข้าสอบ จะอยู่ในความรับผิดชอบทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. แต่ขณะเดียวกันทางตำรวจสอบสวนกลางเองก็พร้อมจะให้การช่วยเหลือซัพพอร์ตข้อมูลหรือสนับสนุนกำลังหากมีการร้องขอ ส่วนที่สาม ที่ทาง บก.ก. เป็นผู้รับผิดชอบ คือการตรวจสอบกรณีที่มีผู้นำเอากระดาษคำตอบออกมาจากระบบเพื่อนำมาแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนนำกลับเข้าไปในระบบอีกครั้ง ตามที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ส่งตัวแทนเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ทางตำรวจไม่ได้นิ่งเฉย ที่ผ่านมามีการประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุมจึงอาจต้องใช้เวลาในการทำงานสักระยะ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ได้สั่งแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าแบบวันเว้นวัน เพื่อเร่งรัดสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรัดกุมต่อไป
‘มศว’แถลงผลสอบทุจริตฯ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง มศว ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แถลงความคืบหน้าครบ 7 วัน กรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า รู้สึกตกใจ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ตั้งแต่ช่วงแรกที่สำนักงาน ป.ป.ช. เข้ามาขอข้อมูล มศว ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
ผศ.ดร.ฤทธิชัย อ่อนมิ่ง รองอธิการบดี มศว ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า การการตรวจสอบในเบื้องต้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเอกสารหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะกระดาษคำตอบฉบับจริงและแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกข้อมูลต้นฉบับ ได้ส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. ไปแล้ว ทำให้ต้องอาศัยข้อมูลจากแหล่งอื่นประกอบ รวมถึงการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้สอบไปแล้ว 5 ปาก โดยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ไม่พบความผิดปกติได้แก่ กระบวนการออกข้อสอบ การคัดเลือกข้อสอบ การจัดทำข้อสอบต้นฉบับ การพิมพ์ข้อสอบ การตรวจกระดาษคำตอบ และการส่งกระดาษคำตอบไปยังศูนย์สอบต่าง ๆ โดยยืนยันว่า “ข้อสอบไม่รั่ว”
พบประเด็นคนนอกเข้าแทรกแซง
ส่วนที่พบข้อสงสัยและอาจนำไปสู่การทุจริต มี 3 ประเด็นสำคัญ คือ ประเด็นที่ 1. พบความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกหลายคน แสดงเจตนาจะเข้ามาดูแลในส่วนของการจัดทำและการพิจารณารายงานผลการสอบ โดยแจ้งมายังผู้รับจ้าง คือสำนักทดสอบของมหาวิทยาลัย ประเด็นที่ 2. เป็นเรื่องกระบวนการประกาศผลสอบภาค ก ภาค ข และคะแนนวิชาภาษาอังกฤษ โดยหลังตรวจข้อสอบแล้ว มหาวิทยาลัยจะรวบรวมผลการสอบบันทึกลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดแรกส่งให้ สถ. ในฐานะผู้ว่าจ้าง อีกชุดเก็บไว้ที่ มศว เพื่อเป็นข้อมูลสำรอง ซึ่งแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชุดมีการลงดิจิตอลซิกเนเจอร์เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจะสามารถตรวจพบร่องรอยได้ จากนั้น สถ. จะนำรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก ภาค ข และผลสอบภาษาอังกฤษไปพิจารณา ก่อนส่งกลับมายังมหาวิทยาลัยเพื่อประทับตรา และส่งคืนให้ สถ. นำไปประกาศผลตามขั้นตอน
ส่วนประเด็นที่ 3. ซึ่งเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญสูงที่สุด คือกระบวนการสอบภาค ค ซึ่งเป็นการสอบรอบสุดท้าย โดยเมื่อมหาวิทยาลัยตรวจข้อสอบเสร็จแล้ว จะบันทึกคะแนนลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดหนึ่งส่งให้ สถ. อีกชุดเก็บไว้ที่มหาวิทยาลัย ก่อนที่ สถ. จะพิจารณาและส่งผลกลับมายัง มศว เพื่อประทับตรา แล้วส่งคืนให้ สถ. นำไปประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
เบื้องต้นไม่พบคนในเกี่ยวข้อง
ผศ.ดร.ฤทธิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลที่รวบรวมได้มีเพียงพอในระดับหนึ่งที่จะสามารถสรุปและรายงานต่ออธิการบดีได้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อความรอบคอบและรัดกุม
เมื่อถูกถามถึงบุคคลภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า ทุกขั้นตอนของการสอบมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ และมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามทีโออาร์อย่างชัดเจน พร้อมระบุว่า ดิจิตอลซิกเนเจอร์จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้เข้าไปแก้ไขข้อมูล นอกจากนี้ ได้สอบปากคำบุคลากรของสำนักทดสอบแล้ว 2 ปาก อยู่ระหว่างเตรียมเรียกสอบเพิ่มเติมอีก 3 ปาก ส่วนอีก 1 ปาก อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกมาสอบหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบุคลากรของสำนักทดสอบเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ผศ.ดร.ฤทธิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง
ท้าเปิดแฟลชไดรฟ์ มศว เทียบ สถ.
ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์หรือสื่อสารองค์กร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเคารพกระบวนการตรวจสอบ และพร้อมให้ข้อมูลประกอบหากมีการร้องขอ และย้ำว่า แฟลชไดรฟ์ของ มศว อยู่ในความครอบครองของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบกับแฟลชไดรฟ์อีกชุดได้ หากมีการแก้ไขข้อมูลจะสามารถตรวจพบได้จากดิจิทัลซิกเนเจอร์ และจะทราบว่าเกิดการแก้ไขในจุดใด
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ปรากฏชื่อผู้อำนวยการรายหนึ่งของ สถ. เป็นผู้สร้างไฟล์ โดยมีการอ้างว่า มศว เป็นผู้สร้างไฟล์นั้น ประธานคณะกรรมการระบุว่า มหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบในระดับหนึ่งแล้ว แต่รายละเอียดเชิงลึกจำเป็นต้องสอบถามจากสำนักงาน ป.ป.ช. เนื่องจากได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว
ศ.ดร.ชลวิทย์ กล่าวว่า หลังจากนี้การรับงานที่มหาวิทยาลัยมอบอำนาจให้หน่วยงานดำเนินการ จะต้องมีความรัดกุมมากขึ้น โดยควรมีคณะกรรมการพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่ให้ผู้อำนวยการรับงานโดยตรง พร้อมทั้งต้องพิจารณาทีโออาร์และความเหมาะสมในหลายมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจด้านการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรีใจร้อน ก็ต้องไปขอ ป.ป.ช. แล้วนำแฟลชไดรฟ์มาเปิดคู่กันเลย พร้อมกล่าวว่า เห็นใจผู้ที่ควรสอบได้ ขณะที่ผู้ทุจริตไม่ควรเข้ามารับราชการ และเห็นว่าควรนำแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชุดมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร” อธิการบดี มศว กล่าว
พบช่องโหว่ในขั้นตอนส่งแฟลชไดรฟ์
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กระบวนการสอบครั้งนี้พบช่องโหว่ในขั้นตอนการส่งแฟลชไดรฟ์ผลการสอบระหว่าง มศว และ สถ. ซึ่งมีการส่งข้อมูลไปกลับ 2 รอบ โดยรอบแรก มศว ส่งผลสอบให้ สถ. จากนั้น สถ. ส่งกลับมายัง มศว เพื่อประทับตรา ก่อนส่งคืนให้ สถ. นำไปประกาศผลตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ของผู้ว่าจ้าง ช่วงที่มีการส่งแฟลชไดรฟ์ไปกลับดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผลการสอบในห้วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งนอกจากข้อสงสัยว่ามีบุคคลใน สถ. เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีบุคคลใน มศว เกี่ยวข้องด้วย โดยขณะนี้ประเด็นดังกล่าวอยู่ในระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี