กรมวิทย์ฯ พัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจจับเชื้อดื้อยา

กรมวิทย์ฯ พัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจจับเชื้อดื้อยา

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

 

                กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาสมรรถนะด้านการตรวจวินิจฉัยเชื้อดื้อยาของห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิกโรงพยาบาลเครือข่ายในการตรวจจับเชื้อดื้อยา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แพทย์ได้นำข้อมูลไปใช้วางแผนการรักษาโรคได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว และสนับสนุนการป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยา ตลอดจนลดการป่วยตายจากการดื้อยา


นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัญหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในคนมีแนวโน้มดื้อยาต้านจุลชีพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรคติดต่อต่างๆที่เคยควบคุมได้กลับมาระบาดและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเชื้อแบคทีเรียดื้อยาจนครบทุกขนาน ก็จะไม่มียาใดสามารถรักษาโรคติดเชื้อได้อีกต่อไป การใช้ยาต้านแบคทีเรียที่มากเกินความจำเป็นจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการกลายพันธุ์ได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ในการจัดการปัญหาเชื้อดื้อยานั้น การตรวจวินิจฉัยเชื้อทางห้องปฏิบัติการ เป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อดื้อยา รวมทั้งการให้ข้อมูลสนับสนุนการเลือกใช้ยาที่เหมาะสม ดังนั้น การพัฒนาสมรรถนะของเครือข่ายห้องปฏิบัติการให้ทันสมัย สามารถรองรับการตรวจจับเชื้อดื้อยาชนิดสำคัญและชนิดอุบัติใหม่ควบคู่ไปกับคุณภาพของการดำเนินงาน จึงเป็นการสนับสนุนให้ระบบเฝ้าระวังของประเทศมีประสิทธิภาพ สามารถรายงานสถานการณ์ปัญหาเชื้อดื้อยาและความไวของเชื้อต่อยา เพื่อประโยชน์ในการรักษาได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว

รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินโครงการบูรณาการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบันมีโรงพยาบาลเข้าร่วมเครือข่ายทั้งสิ้น 101 แห่งจาก 77 จังหวัด ในจำนวนนี้ มีโรงพยาบาลภาครัฐ 91 แห่ง โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย 7 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง จากการความร่วมมือของเครือข่ายโรงพยาบาลและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้ศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (National Antimicrobial Resistance Surveillance, Thailand : NARST) จัดตั้งระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาทางห้องปฏิบัติการที่เป็นระบบฐานข้อมูลของประเทศ

อย่างไรก็ดี จากการดำเนินงานที่ผ่านมายังพบปัญหาด้านข้อมูลผลการตรวจวินิจฉัยเชื้อ ผลการทดสอบความไวของเชื้อต่อยา และการจัดทำข้อมูลการตรวจความไวต่อยาของเชื้อชนิดต่างๆ (antibiogram) ของโรงพยาบาลในหลายพื้นที่ยังไม่ครบถ้วน              ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาสมรรถนะห้องปฏิบัติการเครือข่ายและระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ” ขึ้น เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการตรวจวินิจฉัยเชื้อดื้อยาของห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิก ทบทวนความรู้เรื่องเชื้อดื้อยาให้เป็นปัจจุบันและรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานแผนยุทธศาสตร์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2564 ตลอดจนเป็นการนำเสนอมุมมองจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการนำข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังไปใช้ประโยชน์

“การพัฒนาสมรรถนะของห้องปฏิบัติการเครือข่ายในการตรวจเชื้อดื้อยา จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แพทย์นำข้อมูลไปใช้วางแผนการรักษาโรค และสนับสนุนการป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยา เพื่อลดการป่วยตายจากการดื้อยา โดยคาดว่าภายในปี 2564 จะลดได้ถึงร้อยละ 50 อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการดื้อยาได้ เช่น ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง เพราะอาจได้ยาที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคนั้นได้ และส่งผลให้เชื้อโรคพัฒนาตัวเองไปสู่การดื้อยาได้ ควรรับประทานยาปฏิชีวนะให้หมดตามแพทย์สั่งแม้จะหายป่วยแล้ว และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์ เป็นต้น” นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top