542.jpg
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.
Tag :

 เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้เดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวแห่งมรดกอันทรงคุณค่าของโรงแรมผ่าน Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ที่เปรียบเสมือนหัวใจของการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ โดยเชื่อมโยงผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การเผยโฉมอาคาร Garden Wing หลังการปรับโฉมใหม่ คอลเลกชั่นกระเป๋าเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Globe-Trotter ไปจนถึงกลิ่นหอม Eternal Bloom ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษร่วมกับ PAÑPURI ซึ่งแต่ละผลงานล้วนสะท้อนปรัชญาอันยาวนานของโรงแรมที่ให้คุณค่าแก่งานดีไซน์ งานฝีมือชั้นสูง และศิลปะแห่งการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ

Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีเคลือบอันละเอียดอ่อนของเครื่องศิลาดลโบราณแห่งเอเชีย สะท้อนภาพความหรูหรา เรียบสงบ และสง่างามตามแบบฉบับของแมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งทำหน้าที่เป็นภาษาแห่งการออกแบบที่เชื่อมโยงโรงแรมในเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ลทั่วโลกเข้าด้วยกัน และในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้แต่ละจุดหมายปลายทางได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะของตนเอง สำหรับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง 150 ปี ที่เชื่อมโยงโลกแห่งการออกแบบ การเดินทาง และศาสตร์แห่งกลิ่นหอม สู่บทเฉลิมฉลองแห่งความประณีต ความสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณแห่งการบริการที่ยั่งยืนเหนือกาลเวลา


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี คือการเผยโฉม Garden Wing หลังการปรับโฉมใหม่ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยเป็นผลงานการออกแบบของ เจฟฟรีย์ วิลค์ส (Jeffrey Wilkes) มัณฑนากรระดับโลกจากดีไซน์วิลค์ส (DESIGNWILKES) ผู้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานกับเครือโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ด้วยการนำเสนอมุมมองร่วมสมัยให้กับหนึ่งในอาคารห้องพักอันเป็นที่จดจำที่สุดของโรงแรม โดยยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์และมรดกดั้งเดิมอันงดงาม

โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้มาจากสวนอันร่มรื่นที่รายล้อม Authors' Wing อาคารประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม โดย เจฟฟรีย์ วิลค์ส (Jeffrey Wilkes) ตั้งใจเชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และให้ความรู้สึกเสมือนการพักผ่อนในบ้านพักส่วนตัวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายใต้การออกแบบใหม่ Celadon Green ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Chao Phraya Room, Chao Phraya Suite, Ambassador Suite และ Royal Suite ผ่านวอลล์เปเปอร์ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน สิ่งทอฝีมือประณีต และพรมสั่งทำพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพรรณไม้นานาชนิดของไทย พร้อมแต่งแต้มมิติของพื้นที่ด้วยเฉดสีเขียวมรกต สีคอรัล และสีทองอบอุ่นที่ผสานกันอย่างกลมกลืน

เจฟฟรีย์ วิลค์ส (Jeffrey Wilkes) กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบครั้งนี้ว่าความตั้งใจของเราคือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง Garden Wing กับหัวใจดั้งเดิมของโรงแรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สวนอันร่มรื่น แสงธรรมชาติ และความสง่างามอย่างผ่อนคลายของ Authors’ Wing เป็นแรงบันดาลใจให้เราสร้างสรรค์พื้นที่ภายในที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเสมือนบ้าน งดงามเหนือกาลเวลา และสะท้อนความเป็นแมนดาริน โอเรียนเต็ลได้อย่างแท้จริง

การเฉลิมฉลองครั้งนี้ยังต่อยอดไปสู่ความร่วมมือกับ Globe-Trotter แบรนด์กระเป๋าเดินทางระดับลักชัวรีจากประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านงานฝีมือการผลิตกระเป๋าเดินทางแฮนด์เมดมายาวนานกว่าศตวรรษ ผ่านการเปิดตัวคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ประกอบด้วยกระเป๋าเดินทาง Carry-On Case และกระเป๋าถือ London Square ในเฉดสี Celadon Green อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกระเป๋าทุกใบผลิตด้วยมือจากไฟเบอร์บอร์ดวัลคาไนซ์ (Vulcanised Fibreboard) วัสดุซิกเนเจอร์ของ Globe-Trotter พร้อมตกแต่งรายละเอียดด้วยหนังธรรมชาติ ที่สะท้อนถึงความประณีตและคุณค่าของงานฝีมือที่ทั้งสองแบรนด์ยึดมั่นร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ภายในกระเป๋าโดดเด่นด้วยลวดลายพัดที่เป็นอัตลักษณ์ของ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ในเฉดสี Celadon Green ซึ่งสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และความงดงามของกระบวนพยุหยาตราชลมารคเหนือสายน้ำเจ้าพระยา รายล้อมด้วยลวดลายใบไม้และดอกไม้มงคล อันสะท้อนคติความเชื่อดั้งเดิม ความสง่างาม และสิริมงคล โดยคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นดังกล่าวจะวางจำหน่าย ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ รวมถึง ช่องทางออนไลน์ https://bangkok.mandarinorientalshop.com/ พร้อมเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสคอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้ผ่านแพ็กเกจ The 150th Collector ซึ่งจัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของโรงแรม

แพ็กเกจ The 150th Collector เชิญชวนแขกผู้เข้าพักร่วมสัมผัสการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่ถ่ายทอดคุณค่าของงานฝีมือ ศิลปะแห่งการเดินทาง และการบริการอันเปี่ยมด้วยความใส่ใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโรงแรมมาโดยตลอด

โดยผู้เข้าพักห้อง Authors’ Suite จะได้รับกระเป๋า Carry-On Case รุ่นสั่งทำพิเศษจาก Globe-Trotter ขณะที่ผู้เข้าพักห้อง Chao Phraya Suite จะได้รับกระเป๋า London Square พร้อมอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Verandah และบริการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ณ Globe-Trotter สาขาเกษรวิลเลจ

The 150th Collector เปิดให้เข้าพักระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 โดยสามารถจองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม ได้ที่ https://www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river/offers

นอกเหนือจากประสบการณ์แห่งการเดินทางและการเข้าพักแล้ว เรื่องราวของ Celadon Green ยังได้รับการถ่ายทอดต่อไปในอีกหนึ่งมิติ ผ่าน Eternal Bloom กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ที่รังสรรค์ขึ้นร่วมกับ PAÑPURI แบรนด์ลักชัวรีเวลเนสสัญชาติไทย เพื่อเติมเต็มการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำเสนอคอลเลกชั่นในเฉดสี Celadon Green อันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยงกับการเฉลิมฉลองครั้งนี้ พร้อมบอกเล่าจิตวิญญาณของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล  กรุงเทพฯ ผ่านมิติแห่งกลิ่นหอม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา สวนอันเขียวชอุ่ม และการต้อนรับด้วยหัวใจที่สืบทอดมายาวนาน เปิดสัมผัสกลิ่นหอมด้วยความสดชื่นของตะไคร้ ส้มแมนดาริน และเบอร์กามอต ก่อนเผยความละมุนของดอกมะลิ ดอกกระดังงา และดอกส้ม ก่อนปิดท้ายด้วยกลิ่นไม้ซีดาร์ พริกไทย และมัสก์อ่อนละมุน มอบความอบอุ่นที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันน่าประทับใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับคอลเลกชั่น Eternal Bloom ได้ถ่ายทอดผ่านผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ประกอบด้วย ก้านไม้หอม (Ambience Diffuser), สเปรย์ปรับอากาศ (Room Spray), ถุงหอม (Ambience Sachet) และ พัดหอม (Scented Fan) วางจำหน่าย ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ รวมถึง ช่องทางออนไลน์ https://bangkok.mandarinorientalshop.com/ และ สาขาของ PAÑPURI ในประเทศไทย และฮ่องกง เพื่อให้แขกผู้เข้าพักสามารถนำความทรงจำและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กลับไปเติมเต็มบรรยากาศภายในบ้าน และหวนระลึกถึงประสบการณ์แห่งการเข้าพักได้ในทุกครั้งที่สัมผัส

ตลอดวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ยังคงเชิดชูมรดกอันน่าภาคภูมิ ควบคู่ไปกับการก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง จากการปรับโฉมพื้นที่อย่างพิถีพิถัน สู่ความร่วมมือกับพันธมิตรและช่างฝีมือผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน ทุกก้าวย่างล้วนสะท้อนจิตวิญญาณอันยั่งยืนของโรงแรมที่มุ่งมั่นมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่ผู้ เข้าพัก จากทั่วทุกมุมโลกรุ่นสู่รุ่น ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลอง และร่วมแบ่งปันความประทับใจที่มีต่อโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เริ่มจากสาวสวยผู้หลงใหลในสไตล์ลักชัวรี ซอนญ่า สิงหะ ได้เล่าถึงความประทับใจว่า สำหรับเราโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่ทุกครั้งที่ได้มาพักจะรู้สึกถึงความสงบและความอบอุ่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา การบริการที่ใส่ใจ หรือเสน่ห์ของโรงแรมที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างงดงาม ทำให้ทุกครั้งที่มาพักรู้สึกเหมือนได้ใช้เวลาไปกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ การได้มาร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีในครั้งนี้ยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจ เพราะได้เห็นอีกหนึ่งบทใหม่ของโรงแรมผ่านการปรับโฉม Garden Wing แต่ยังคงรักษาเสน่ห์และมรดกอันทรงคุณค่าไว้  โดยเฉพาะการนำสี

เขียวศิลาดล มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ ซึ่งเป็นเฉดสีที่ช่วยสะท้อนความเป็นโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน  ทำให้ทุกครั้งที่ได้เข้าพักรู้สึกถึงประสบการณ์ที่พิเศษและมีความหมายมากยิ่งขึ้น”

ถัดมาที่นักธุรกิจสาว อรชุมา ดุรงค์เดช เล่าว่า ส่วนตัวเราคุ้นเคยกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นอย่างดี เพราะได้มีโอกาสมาใช้เวลาที่นี่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการมารับประทานอาหาร หรือการมาพักผ่อนสเตย์เคชั่น ที่ทุกครั้งที่มาก็ได้รับความประทับใจกลับไปเสมอ สำหรับเราแล้วเดินทางไม่ได้มีเพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำระหว่างทาง จึงรู้สึกประทับใจกับคอลเลกชั่นกระเป๋า Globe-Trotter รุ่นพิเศษในเฉดสีเขียวศิลาดลมากๆ ทั้งกระเป๋าเดินทาง Carry-On Case และ London Square ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมและความหมายอันลึกซึ้ง นอกจากจะสะท้อนความประณีตของงานฝีมือแล้ว ยังเป็นเหมือนตัวแทนของช่วงเวลาพิเศษที่สามารถพกพาความทรงจำไปได้ในทุกการเดินทาง

ปิดท้ายด้วยเซเลบริตี้สาวนักเดินทาง สาริศา ล่ำซำ เผยว่า เราเป็นคนที่ชื่นชอบการเดินทางไปเยือนที่ต่างๆทั่วโลกมากมาย แต่ทุกครั้งที่ได้กลับมาพักที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยเสมือนการได้กลับมาบ้าน สิ่งที่เราประทับใจคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆและการบริการ ที่สามารถสร้างความรู้สึกและความทรงจำที่แตกต่างจากที่อื่นๆ แม้แต่กลิ่นหอมภายในห้องอย่าง Eternal Bloom กลิ่นหอมซิกเนเจอร์จาก PAÑPURI ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ประทับใจ เพราะเวลาได้กลิ่นนี้ก็จะทำให้เหมือนเราได้ย้อนกลับไปสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขและบรรยากาศของการเดินทางครั้งนั้นอีกครั้ง เหมือนเป็นความประทับใจที่ยังคงอยู่กับเราเสมอ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้ทางเว็บไซต์ https://www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river/150-anniversary

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top