วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ “Write to Breathe” ครั้งที่ 2โดย บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด มอบเครื่องฟอกอากาศให้โรงเรียน และมูลนิธิเด็ก15 หน่วยงาน ใน จ.กาญจนบุรี พร้อมจับมือศูนย์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ออกแบบกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และตระหนักภัยฝุ่น PM2.5 กระตุ้นการป้องกันตัวเองจากเชื้อโรค เชื้อไวรัสในอากาศหวังขยายผลไปยังครอบครัวและชุมชน ผ่านเสียงของเด็กๆ ที่เรียกร้องสิทธิหายใจด้วยอากาศบริสุทธิ์ ด้วยปณิธานที่ว่า เด็กไทย ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับอากาศบริสุทธิ์ เพราะลมหายใจของเด็กคือลมหายใจของสังคม
มณีนภา ดวงดารา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ผู้รับผิดชอบโครงการ “Write to Breathe” ครั้งที่ 2 นี้ กล่าวว่า “จากความสำเร็จในกิจกรรมครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ เราจึงเดินหน้ามาจัดกันอีกครั้งที่ จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศในระดับวิกฤติ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ในพื้นที่ โดยเราได้มอบเครื่องฟอกอากาศให้แก่โรงเรียนและมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับเด็กจำนวน 15 หน่วยงาน เป็นจำนวน 42 เครื่อง ทั้งยังได้รับความร่วมมือจากศูนย์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มาร่วมออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และลงพื้นที่มาทำกิจกรรมกับน้องๆ เยาวชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงพิษภัยของฝุ่น PM2.5 โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ที่สนุกพร้อมสอดแทรกความรู้ฅมุ่งให้เด็กๆ ได้กลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญส่งไปยังผู้ใหญ่ทั้งในระดับครอบครัวและระดับชุมชน ให้หันมาช่วยกันลงมือแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับวิกฤติ มีค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง เคยมีสถิติมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากรุงเทพมหานครอยู่หลายครั้ง โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่รายงานค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 97-173 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยวัดได้มากถึง 210 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อันเป็นระดับที่มีกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่ออกแบบโดย ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งมีทั้งสิ้น 6 ฐาน ในหัวข้อต่างๆ ประกอบด้วย PM2.5 คืออะไร, ผลกระทบทางสุขภาพของ PM2.5, ปัจจัยที่ก่อให้เกิดมลพิษ PM2.5, ทักษะการป้องกันตนจากมลพิษ PM2.5, การเฝ้าระวังมลพิษ PM2.5 ด้วยตนเอง และ กระบวนการติดตามตรวจสอบมลพิษ PM2.5 ซึ่งครอบคลุมความรู้พื้นฐานทั้งหมดเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ที่เด็กๆ ควรมีความรู้ความเข้าใจอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ได้มอบเครื่องฟอกอากาศทั้งสิ้น 42 เครื่อง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 629,580 บาท ให้กับโรงเรียนและมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง ทั้งสิ้น 15 แห่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์, โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี, โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง, โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม, โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์, โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม, โรงเรียนวัดโพธิ์ศรีสุขาราม, โรงเรียนพนมทวนพิทยาคม, โรงเรียนบ้านห้วยตลุง, โรงเรียนวัดบ้านเก่า, โรงเรียนบ้านหนองจอกม, โรงเรียนบ้านดอนตาอิฐ, โรงเรียนบ้านโคราช, โรงเรียนบ้านเด็ก-มูลนิธิเด็ก และสถาบันเพาะกล้า โดย “ชาร์ป” หวังว่าเครื่องฟอกอากาศที่มอบให้ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเอื้อโอกาสให้เด็กๆ ให้สามารถนั่งเรียนในห้องเรียนได้อย่างมีความสุขปราศจากมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผ่านการทำงานของเทคโนโลยี พลาสม่าคลัสเตอร์ที่อยู่ในเครื่องฟอกอากาศชาร์ป ที่สามารถปล่อยประจุบวกและลบแบบเดียวกันกับในธรรมชาติ ให้ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ฯลฯ ตลอดจนสลายสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นและละอองเกสรดอกไม้ อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิต ผ่านการรับรองจากสถาบันนานาชาติ 26 แห่ง และสถาบันทางการแพทย์ในไทยอีก 2 แห่ง 1
อย่างไรก็ตาม “ชาร์ป” ยังมุ่งเดินหน้าจัดกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ประสบปัญหา ภายในปี 2563 คาดว่ากิจกรรมครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่เยียวยาปัญหา และจุดประกายให้เกิดความร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี