มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก จับมือ 7 ภาคีลงนามความร่วมมือ  ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ป้องกันการเกิดอุทกภัยอย่างยั่งยืน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก จับมือ 7 ภาคีลงนามความร่วมมือ ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ป้องกันการเกิดอุทกภัยอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

(ซ้าย) ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการรักษาการแทน เลขาธิการ กสทช., ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, อรรถพลเจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้, ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, ธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง, ประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, สมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและ สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการ สสน. ร่วมลงนามความร่วมมือ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ” ร่วมกับภาคีเครือข่าย 7 หน่วยงาน ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ บริเวณภูเขาและอุทยานที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ จำนวน 510 สถานีทั่วประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัยอย่างยั่งยืน เน้นการเชื่อมโยง สนับสนุน ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อก้าวสู่การเป็นตัวอย่างของโลกในการบรรเทาทุกข์และการพัฒนาแบบยั่งยืน


มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ” ร่วมกับภาคีเครือข่าย 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.), กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย (กฟภ.), สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ (สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุทกภัยอย่างยั่งยืน และเป็นการติดตั้งโทรมาตรครั้งแรกในพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยมี นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้าร่วมลงนามในพิธีครั้งนี้

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืนประการหนึ่งคือ การเฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดภัย ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัยสามารถเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการเกิดอุทกภัยซ้ำซ้อน ซึ่งมูลนิธิฯ เป็นองค์กรการกุศลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยแบบครบวงจรและยั่งยืนโดยเน้นการเชื่อมโยง สนับสนุน ร่วมมือกับภาครัฐเอกชน และชุมชน เพื่อก้าวสู่การเป็นตัวอย่างของโลกในการบรรเทาทุกข์และการพัฒนาแบบยั่งยืน

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มูลนิธิฯ ตระหนักดีว่าอุทกภัยเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยที่ผ่านมา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยได้ดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติตามบริเวณพื้นที่เสี่ยงการเกิดภัยต่างๆ เพื่อตรวจวัดสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝนและส่งข้อมูลทางไกลแบบอัตโนมัติมาแล้ว แต่งานนี้เป็นครั้งแรกในการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ บริเวณภูเขาและอุทยานที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ จำนวน 510 สถานีทั่วประเทศ

พันธกิจและถุงยังชีพของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

ทั้งนี้ สถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ จะทำหน้าที่เป็นตัววัดระดับปริมาณน้ำฝน โดยส่งข้อมูลผ่านระบบ 4G ไปยังเสาต้นไม้ (Cell Site) จากนั้นจะส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ (Server) ซึ่งจะมีนักวิชาการจาก สสน.คอยสังเกตการณ์ และประมวลผลการวัดระดับปริมาณน้ำ และจะส่งข้อความรายงานปริมาณน้ำฝนผ่านข้อความ (SMS) ไปยังเครือข่ายชุมชน ถ้าหากมีปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าปกติ จะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังวิทยุสื่อสารที่มูลนิธิฯ มอบให้แก่เครือข่ายชุมชนมูลนิธิฯ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อม ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดความเสียหายให้น้อยที่สุด ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งเครื่องมือในการป้องกันการเกิดเหตุอุทกภัยอย่างยั่งยืนที่มูลนิธิฯ นำมาช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นยังมีการฝึกอบรมให้ชุมชนมีความรู้ในการรับสัญญาณจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ อีกด้วย

“เมื่อสองปีที่แล้ว ได้มีการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ แห่งเเรกที่บ้านร้องแงอำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งประสบผลสำเร็จดีมาก ซึ่งในปี 2562 มีปริมาณน้ำฝนสูงขึ้น ก็สามารถเตือนภัยกันได้ มีการอพยพได้ทัน ทำให้ไม่มีการสูญเสีย ไม่เหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมาที่มีทั้งดินถล่ม น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก บ้านเรือนพังทลาย ฉะนั้นเลยคิดว่านี่อาจจะเป็นทางที่ถูกแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปติดตั้งที่ตำบลวาใหญ่อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ด้วย และหวังว่าในภาคเหนือจะเปิดโครงการได้ภายใน2 เดือนข้างหน้านี้ และตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้น่าจะเปิดโครงการที่ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ด้วย โดยในปีแรกคงทำได้หลายร้อยแห่ง แต่ระยะเวลาในการติดตั้งทั้งหมด 510 ต้น ต้องใช้ระยะเวลากว่า 2-3 ปี ที่ใช้ระยะเวลานานเพราะอยู่ในเขตอุทยานฯ อยู่ในป่าและภูเขาสูง”

สถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ

อย่างไรก็ตาม การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนที่ตระหนักถึงปัญหาอุทกภัยร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชน และยังสอดคล้องกับนโยบายของทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ต้องการผนึกระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชนเข้าด้วยกันเพื่อบรรเทาทุกข์ที่เกิดจากอุทกภัยอย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯ โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0546546 หรือ www.friendsofpa.or.th

ด้าน นายสุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) กล่าวว่า การติดตั้งโทรมาตรอัตโนมัติในพื้นที่ป่าต้นน้ำ จะสามารถใช้ข้อมูลเตือนภัยจากสถานีโทรมาตรฯนี้ให้กับชุมชนที่อยู่ในป่า หรือชุมชนที่อยู่ท้ายน้ำได้ สิ่งที่ได้คือมีเวลาที่จะเตือนภัยได้เร็วขึ้น ถูกต้องขึ้น และพื้นที่ท้ายน้ำไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เมือง หรือพื้นที่ชุมชน ก็จะได้ประโยชน์ทั้งหมด ซึ่งเดิมทีการแจ้งเตือนภัยพิบัติจะแจ้งเตือนจากสถานีที่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณมือถือ ฉะนั้นหน่วยงานจะไม่ติดที่ป่าต้นน้ำ เพราะไม่มีสัญญาณ โดยความร่วมมือนี้ทำให้เกิดการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ไม่มีสัญญาณ โดยความร่วมมือของ กสทช. และหน่วยงานเอกชนต่างๆ ที่จะเป็นผู้ขยายสัญญาณไปยังพื้นที่ทำการติดตั้ง ดังนั้นจะเตือนภัยได้ในพื้นที่ที่เป็นป่าจริง นอกจากนี้ ในระยะยาวข้อมูลเหล่านี้สามารถฟื้นฟูป่าได้อีกด้วย ซึ่งสามารถให้ข้อมูลปริมาณฝนตก ปริมาณการอุ่มน้ำ และการระบายน้ำของป่า ซึ่งสามารถใช้ในการวิจัยได้โดยข้อมูลเหล่านี้ก็จะเก็บไว้ในคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ เมื่อสะสมข้อมูลไประยะยาวก็สามารถให้มหาวิทยาลัยเข้าไปทำการวิจัยได้ในระยะยาว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top