วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
มะเร็งปากมดลูก แค่ได้ยินชื่อบรรดาสาวๆ ก็รู้สึกกลัว และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเป็นโนโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยถึง 7 คนต่อวัน และในแต่ละปี มีการตรวจพบผู้หญิงป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ประมาณ 445,000 ราย
แพทย์หญิงวิลาวัณย์ วัชรอาภาไพบูลย์ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ จะตรวจพบเชื้อไวรัส HPV (HumanPapilloma Virus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ โดยสามารถติดต่อได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางปากช่องคลอด ทวารหนัก หรือการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง ผู้ป่วยส่วนมากได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ติดเชื้อ การติดเชื้อ HPV ไม่มีวิธีการรักษาโดยเฉพาะ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักจะหายได้เอง และไม่มีอาการแสดง แต่เชื้อไวรัส HPV ที่ไม่ถูกกำจัดจากระบบภูมิคุ้มกัน สามารถพัฒนาเซลล์ปากมดลูกให้เจริญเติบโตผิดปกติ และพัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ โดยการตรวจหาไวรัสชนิดความเสี่ยงสูงจะช่วยระบุได้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ก่อนที่จะพัฒนาไปถึงขั้นมะเร็ง

พญ.วิลาวัณย์ วัชรอาภาไพบูลย์
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มีอยู่ 2 แบบ คือ 1.PAP cytology เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีทางเซลล์วิทยา โดยดูการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่มะเร็ง ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่การตรวจหาเชื้อ HPV และ 2.HPV DNA test เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการเจาะลึกระดับดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสาเหตุสูงถึง 99% ของมะเร็งปากมดลูก วิธีนี้สามารถตรวจหาเชื้อ HPV กลุ่มเสี่ยงสูง จำนวน 14 สายพันธุ์ เช่น HPV สายพันธุ์ 16 HPV สายพันธุ์ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% และ HPV อีก 12 สายพันธุ์ วิธีนี้จะบอกให้ทราบถึงความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ก่อนจะตรวจพบการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เชื้อ HPV ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ยังก่อให้เกิดโรคมะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนักมะเร็งช่องปากและหลอดลมได้อีกด้วย
สำหรับวิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุด คือ การไม่มีเพศสัมพันธ์ เพราะเพศสัมพันธ์เป็นช่องทางหลักของการติดเชื้อHPV ถึง 99% แต่วิธีการนี้คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว มี 2 วิธี คือ 1.ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 2.ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิดสำคัญซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
![]()
ดังนั้น ผู้หญิงที่ได้รับวัคซีน HPV จึงสามารถลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ โดยกลุ่มที่ควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ เด็กผู้หญิงและผู้ชายอายุ 9-10 ปีขึ้นไป รับวัคซีนจำนวน 2 เข็ม เนื่องจากร่างกายจะสามารถตอบสนองและสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วและยังไม่มีการติดเชื้อ HPV ก็จะได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน โดยต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 3 เข็มภายในระยะเวลา 6 เดือน ตัวยาจะมีฤทธิ์ป้องกันไวรัสภายใน 1 เดือน หลังฉีดครบแล้ว สามารถลดโอกาสที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ทั้งนี้ ไม่แนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่แพ้วัคซีนและส่วนประกอบในวัคซีน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี