วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อุบัติเหตุในเด็กสามารถเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่อาจคาดคิด เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเตรียมรับมือไม่ประมาท หรือละเลยความปลอดภัยของเด็กๆ เป็นอันขาด หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกมองข้ามและเกิดขึ้นเป็นประจำคงหนีไม่พ้นการสำลักที่เกิดมาจากสิ่งของเข้าไปอุดตันในหลอดอาหารหรือทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการเสียชีวิต หรือส่งผลให้เกิดการพิการทางสมองได้ หากไม่ได้รับการแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ร่วมกับ โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี และโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา จัดอบรมเพิ่มความรู้ให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองและครู ที่ศูนย์วิจัยและปฏิบัติการเรียนรู้และพัฒนาเด็กเล็ก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ในหัวข้อ “ช่วยด้วย! ลูกสำลัก ของติดคอ” เพื่อสานต่อโครงการวัคซีนพ่อแม่ (Community Caring by BDMS) พร้อมส่งต่อความรู้ เทคนิคการดูแลที่จำเป็นสำหรับเด็ก ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดผ่านบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านต่างๆ จากเครือ BDMS
แพทย์หญิงพรพรรณ กสิเสรีวงศ์ กล่าวว่า ในแต่ละปีเรามักจะได้เห็นข่าวหรือเรื่องราวของเด็กที่เสียชีวิตจากของเล่น หรือ สิ่งของขนาดเล็ก อย่าง กระดุม เข็มกลัด ลูกปัด เหรียญ ตัวต่อพลาสติก ฯลฯ ที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหาร และถูกแชร์ต่อ ๆ กันบนโลกโซเชียลเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้แก่คนทั่วไปอยู่เสมอ ซึ่งปัจจัยหนึ่งเกิดจากการละเลย หรือ ความประมาทจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ประกอบกับธรรมชาติของเด็กซึ่งมีความซุกซน ช่างสงสัย และในช่วงอายุหนึ่งจะมีพฤติกรรมที่มักหยิบฉวยสิ่งของต่างๆ เข้าปากอยู่เสมอ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดการอุดตันได้
นอกจากของเล่นที่สามารถทำให้เกิดอันตรายได้แล้ว การรับประทานอาหารในเด็กก็มีความสำคัญและไม่ควรชะล่าใจเช่นกัน โดยไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทานอาหารที่มีลักษณะเป็นเส้นเรียวยาว มีลักษณะกลม ลื่นหรือแข็ง เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก อาหารประเภทเส้นหรือผลไม้ที่มีเมล็ด เช่น แตงโม เงาะ ลำไย ส้ม เป็นต้น
ดังนั้น วิธีป้องกันได้ดีที่สุดคือ การให้อาหารอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามวัยของเด็ก เช่น อายุต่ำกว่า 6 เดือน ห้ามให้อาหารที่เป็นชิ้นแข็งๆ เด็ดขาด และควรใส่ใจสร้างวินัยการรับประทานอาหารที่ดีให้กับเด็กตั้งแต่ยังเล็ก สำหรับของเล่นเด็กเล็ก ไม่ควรให้เด็กเล่นของเล่นที่เล็กกว่า 3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการกลืนของเล่นขนาดจึงควรยาวมากกว่า 6 เซนติเมตร รวมถึงของเล่นที่มีลักษณะเป็นสายยาว ความยาวของสายไม่ควรเกิน 22เซนติเมตร
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์สิ่งของอุดตันทางเดินหายใจและหลอดอาหารนั้น จะมีวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยเริ่มจากการประเมินอาการก่อนซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับได้แก่ ระดับแรก เด็กสามารถพูดหรือสามารถส่งเสียงได้อยู่ สีหน้าไม่ออกเขียวหรือซีด ควรแก้ไขเบื้องต้นด้วยการให้เด็กไอแรงๆ เพื่อที่เศษอาหารหรือสิ่งของจะได้หลุดออกมา หรืออ้าปากเด็กดูหากพบว่าเศษอาหารอยู่ในระยะที่สามารถหยิบออกได้ ควรจะหยิบหรือคีบออกทันที แต่ในกรณีที่มองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม ไม่ควรเอามือล้วงช่องปากหรือคอเด็กโดยเด็ดขาด และควรนำเด็กไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาโดยทันที
ระดับที่สอง หากเด็กมีอาการรุนแรง ไม่สามารถพูดหรือส่งเสียงได้ สีหน้ามีสีเขียวหรือซีด สามารถทำท่า “5 back slaps and 5 chest thrusts“ ควรจับเด็กนอนคว่ำบนตักและตบแรงๆ บริเวณทรวงอกด้านหลังระหว่างกระดูกสะบัก ประมาณ 5 ครั้ง แล้วจับเด็กนอนหงายแล้วกดบริเวณหน้าอกอีก 5 ครั้ง ทำสลับกันไปจนสิ่งแปลกปลอมกระเด็นหลุดออกมา และไม่ควรจับเด็กห้อยศีรษะตบหลังเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เศษอาหารหรือสิ่งของยิ่งลงลึกและอุดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตได้ แต่หากทำวิธีดังกล่าวแล้วสิ่งแปลกปลอมไม่หลุดออกมา ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อนำสิ่งที่อุดตันออกมาโดยเร็วที่สุดและหากเด็กหยุดหายใจ ชีพจรหยุดเต้นระหว่างการนำตัวส่งโรงพยาบาล ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการทำ CPR ตามขั้นตอนที่กำหนดและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที
เพราะฉะนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องหมั่นสอดส่องดูแล จัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ห่างไกลจากเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล่นสิ่งของที่มีชิ้นส่วนขนาดเล็กหรือแตกหักง่าย และฝึกสอนไม่ให้นำของเข้าปาก เพราะนอกจากจะได้รับอันตรายจากการอุดตันทางเดินหายใจและทางเดินอาหารแล้ว ยังจะได้รับอันตรายจากสารเคมีได้อีกด้วย หรือหากต้องการให้เด็กรับประทานผลไม้ประเภทที่มีเมล็ด ควรเอาเมล็ดออก พร้อมตัดแบ่งเป็นขนาดพอคำที่เด็กจะสามารถเคี้ยวได้ เนื่องจากเมล็ดของผลไม้มีความลื่นและสามารถหลุดเข้าหลอดลมได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ฟันยังขึ้นไม่ครบ ควรบดอาหารให้ละเอียด พร้อมปลูกฝังเด็กๆ เรื่องการนั่งโต๊ะรับประทานอาหาร และระหว่างรับประทานอาหารให้เด็กเคี้ยวอาหารช้าๆ และละเอียดก่อนกลืน
เหตุการณ์ดังกล่าวอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่การเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์สำหรับบุตรหลาน เป็นสิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครองไม่ควรประมาท เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นการจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ในบ้านให้เรียบร้อยอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ รวมถึงเลือกของเล่นให้เหมาะสมตามช่วงอายุเด็ก เพื่อลดโอกาสการเกิดเหตุไม่คาดคิด พร้อมพิถีพิถันใส่ใจอาหารการกินของเด็กๆ ด้วยความระมัดระวัง และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญและจำเป็นคือ การมีสติเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ทำให้เด็กตื่นตระหนกและหวาดกลัวไปด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี