วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ปัจจุบันนี้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองมีเทคโนโลยีอย่างอินเตอร์เนตหรือโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นผู้ช่วยสำคัญในการจัดระเบียบชีวิตที่วุ่นวายทั้งเรื่องของการทำงานการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัวได้อย่างลงตัวแล้วยังช่วยบริหารเวลาได้อย่างคุ้มค่าเช่น การทำงานออนไลน์ การสั่งซื้อข้าวของเครื่องใช้ การโอนเงิน การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก การสื่อสารกันในครอบครัว เป็นต้น
ยุคนี้ผู้ที่มีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ มักมีความได้เปรียบและมีโอกาสจะประสบความสำเร็จในการทำงานดีๆ หรือ หาข้อมูลต่างๆ ในอินเตอร์เนต ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศจึงมีความสำคัญยิ่งโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางในการสื่อสาร จึงเป็นความท้าทายของเด็กไทยยุคใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษ เพราะแม้ว่าเด็กไทยจะมีโอกาสเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก แต่ส่วนใหญ่ยังขาดความมั่นใจและทักษะที่ดีในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ
ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาติดมาตรฐานโลกในลำดับต้นๆ ด้วยระบบการศึกษานิวซีแลนด์สนับสนุนให้นักเรียนมีทักษะและประสบการณ์ที่ต้องประสบความสำเร็จทุกที่ในโลก มุ่งเน้นด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน และประยุกต์ ใช้ความรู้ต่างๆ ที่ไม่ใช่เพียงการท่องจำ หรืออยู่แต่ในห้องเรียน แต่จะทำให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะต่างๆ ในการเปลี่ยนความคิดไปสู่การปฏิบัติ กล้าคิด กล้าแสดงออก
ข้อมูลจาก รศ.ชารอน ฮาร์วีย์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยคณะสังคมศาสตร์และวัฒนธรรมจาก Auckland University of Technology ได้ให้ความเห็นว่า หากเทียบพื้นฐานความรู้ และความเข้าใจด้านภาษาอังกฤษของเด็กไทยกับเด็กในภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่เด็กที่มีโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากกว่า ก็อาจจะมีทักษะการพูดและการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดีกว่า ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เด็กไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษเท่าที่ควร อาจมาจากปัญหาด้านการขาดแรงจูงใจ และการกระตุ้นให้เกิดการอยากเรียนรู้และฝึกฝนภาษาอังกฤษ รวมทั้ง เด็กไทยมักรู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่สำคัญและไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน
ดังนั้นควรกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษควรสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันของนักเรียนทุกคน ผ่านสื่อการเรียนการสอนและสิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น เช่น การฝึกฝนทักษะการพูด การสื่อสาร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือให้มีการฝึกพูดกับคนในครอบครัวในชีวิตประจำวัน รวมถึงพูดกับเพื่อนๆ และคุณครูในห้องเรียนเป็นประจำ ไม่ใช่เฉพาะชั่วโมงภาษาอังกฤษนอกจากนี้ ครูสอนภาษาอังกฤษควรเชื่อมั่นในตัวเอง เปิดกว้างในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง รวมทั้งสอนภาษาอังกฤษบนพื้นฐานความเข้าใจในสิ่งรอบข้างของตัวเอง และของเด็กนักเรียนควบคู่ไปด้วยกัน
สอดคล้องกับข้อมูลจาก มิเชลล์ โมลลาร์ดครูสอนภาษาอังกฤษและศิลปะการแสดง จากประเทศนิวซีแลนด์ เปิดเผยในงานเวิร์กช็อปติวเข้มภาษาอังกฤษ ซึ่งหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะด้านการสนทนาภาษาอังกฤษ รวมถึงเทคนิคการเรียนรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ ให้กับน้องๆเยาวชนไทยอายุระหว่าง 10-18 ปี ว่า จากการที่ได้มีโอกาสสอนภาษาอังกฤษเด็กไทย พบว่า ทักษะภาษาอังกฤษของเด็กไทย ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นและยังเป็นนักเรียนที่เก่งมากด้วย แต่อาจจะยังขาดความมั่นใจ ดังนั้น ต้องฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆซึ่งเทคนิคที่ดีที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ คือ การสนทนาและการฝึกฝนบ่อยๆ ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้
สร้างความมั่นใจและฝึกฝนภาษาอังกฤษของเราให้ได้มากที่สุด ด้วยการพยายามพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติจากประเทศใดก็ตาม ทั้งชาวเอเชีย ยุโรป นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย หรือสหรัฐอเมริกาเพื่อพยายามฝึกฝนภาษาอังกฤษของเราให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งการลองฟังพวกเขาพูด สังเกตการออกเสียงและพยายามเลียนแบบการออกเสียงของพวกเขา
ฝึกฝนทักษะด้วยการชมภาพยนตร์ หรือดูคลิปจาก YouTube เป็นภาษาอังกฤษพร้อมการฝึกพูดตามไปเรื่อยๆ และควรฝึกบ่อยๆ เพื่อช่วยทบทวนสิ่งที่เคยได้ยินได้ฟังมาทั้งจากในห้องเรียนภาษาอังกฤษและในชีวิตจริงนอกห้องเรียน
หาโอกาสเรียนเพิ่มเติมกับเจ้าของภาษาและหากน้องๆ มีโอกาสไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ ควรพยายามฝึกภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควรพูดคุยกับเจ้าของบ้านที่พัก (Host) ทุกวันพูดคุยกับเพื่อนนักเรียนที่โรงเรียน ฝึกพูดและใช้ภาษาอังกฤษในการดำเนินชีวิตประจำวัน จะช่วยให้การใช้ภาษาอังกฤษ และการใช้ชีวิตประจำวันของน้องๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น กลายเป็นคนใหม่ที่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และเมื่อน้องๆ กลับมาที่ไทย ก็ต้องไม่ลืมที่จะฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆ อย่าลืมสิ่งที่ไปเรียนมา มีกลอนเอาไว้จำง่ายๆ “Don’t be slack, when you come back. Make sure to keep your English on track.” หรือจงอย่าขี้เกียจเมื่อคุณกลับมา หมั่นพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz
สรุปว่าคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ลูกๆ มีความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ไม่ยาก
ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี