ศ.โรคระบาดวิทยา จอห์น ฮอปกินส์ เผยข้อมูลสู้ไวรัสโควิด-19

ศ.โรคระบาดวิทยา จอห์น ฮอปกินส์ เผยข้อมูลสู้ไวรัสโควิด-19

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

ศาสตราจารย์มิแซล อาแซฟ (Michele Assaf)  ภาควิชาโรคระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา เสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสู้กับไวรัสโควิด19 ถอดความโดย ดร.บรรจง ชมภูวงศ์ เพื่อคนไทยใช้สู้โควิด19 ปกป้องผองไทยในการทำสงครามโลกโควิด19

  • ไวรัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นโมเลกุลโปรตีน(DNA)หุ้มด้วยไลปิด(ไขมัน)ซึ่งเมื่อถูกเซลของตา หรือจมูกหรือสารคัดหลั่งในช่องปากก็จะกลายพันธ์ให้รุนแรงขึ้นและแพร่ขยายเซล
  • เนื่องจากไวรัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นโมเลกุลโปรตีน เราจึงฆ่ามันไม่ได้ แต่มันจะเสื่อมถอยหรือสลายไปเองขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้นและชนิดของพื้นผิวที่ไวรัสไปเกาะ
  •  ไวรัสนี้บอบบางมากเพราะถูกห่อหุ้มด้วยไขมันบางๆ ดังนั้นการล้างด้วยสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดจึงเป็นวิธีแก้ที่ดีที่สุด เพราะฟองสบู่จะกัดไขมัน(เป็นเหตุผลทำไมต้องฟอกถูสบู่บนมือ 20 วินาทีหรือนานกว่าเพื่อให้เกิดฟองมากๆ) โดยการทำลายชั้นไขมันที่ห่อหุ้มอยู่ โมเลกุลโปรตีนจะแตกกระจายสลายไปด้วยตัวเอง
  •  ความร้อนละลายไขมัน; จึงเป็นเหตุผลที่ดีจะใช้น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียสล้างมือ เสื้อผ้าและสิ่งต่างๆ
  • แอลกอฮอล์หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์มากกว่า 65% จะสามารถล้างไขมันทุกชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งไลปิดที่ห่อหุ้มไวรัสอยู่
  • น้ำยาที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว 1 ส่วนกับน้ำสะอาด 5 ส่วนจะละลายโปรตีนไวรัส ย่อยสลายมันจากภายในเลย
  • น้ำออกซิเจน แอลกอฮอล์ และคลอรีนมีเพอร์รอคไซด์จะสลายไวรัสได้ แต่จะต้องใช้แบบเพียวๆ ซึ่งจะทำให้ระคายเคืองผิว
  • น้ำยาฆ่าแบคทีเรียไม่ช่วย เพราะไวรัสตัวนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่เหมือนกับแบคทีเรีย เราจึงไม่สามารถใช้แอนตี้ไบโอติกทำลายไวรัส แต่โครงสร้างของมันจะถูกทำลายโดยสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
  • อย่าสะบัดเสื้อผ้าเด็ดขาด ไม่ว่าที่ใช้แล้วหรือยังไม่ใช้ ผ้าปู เพราะในขณะที่ไวรัสเกาะติดผืนผ้า ไวัรัสตัวนี้มันเฉื่อยมาก และจะสลายไปในเวลา 3 ชั่วโมง(กรณีเส้นใยที่มีรูพรุน) 4 ชั่วโมง(บนผิวทองแดง เพราะมันเป็นแอนตี้เซพติกโดยธรรมชาติ; และบนผิวไม้ เพราะมันคายความชื้นออกไปหมดและไม่ยอมให้เปลือกที่หุ้มอยู่ลอกออกมันจึงไม่ย่อยสลาย) 24 ชั่วโมง (บนกระดาษแข็ง) 42 ชั่วโมง(บนผิวโลหะ) และ 72 ชั่วโมง(บนผิวแผ่นพลาสติก) แต่ถ้าเราสะบัดหรือใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น ไวรัสตัวนี้จะฟุ้งและลอยอยู่ในอากาศถึง 3 ชั่วโมงและเข้าจมูกเราได้
  • โมเลกุลของเจ้าไวรัสตัวนี้สามารถอยู่ได้สบายในอากาศเย็นนอกบ้าน หรือในบ้านและในรถที่มีเครื่องปรับอากาศ มันอยู่ได้ในที่ๆมีความชื้นและความมืด ดังนั้น สภาพที่ไม่มีความชื้น แห้ง อุ่นและสว่างจ้า จะทำให้ไวรัสนี้ย่อยสลายได้เร็วขึ้น
  •  แสง UV จะทำลายไวรัสโปรตีน ดังนั้น จึงสามารถนำหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำได้ แต่ต้องฆ่าเชื้อตากแดดเสียก่อน ต้องระมัดระวังว่าแสง UV จะทำลายคอลลาเจน(ซึ่งเป็นโปรตีนเช่นกัน)บนผิวหนังของเรา และอาจเป็นสาเหตุให้ผิวเหี่ยวย่นและมะเร็งผิวหนัง
  • ไวรัสไม่สามารถทะลุเข้าผิวหนังที่ไม่มีบาดแผล น้ำส้มสายชูไม่มีปะโยชน์เพราะไม่สามารถทำลายผิวไขมันที่ห่อหุ้มไวรัส
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือว๊อดก้าไม่ช่วย เพราะว๊อดก้าที่แรงที่สุด มีแอลกอฮอล์แค่40% คุณต้องการแอลกอฮอล์อย่างต่ำ65%
  • น้ำยาบ้วนปากLISTERINEอาจช่วยได้เพราะมีส่วนผสมแอลกอฮอล์65%
  •  สถานที่ยิ่งคับแคบไวรัสยิ่งเข้มข้น สถานที่ยิ่งโล่งไวรัสยิ่งน้อย
  • สิ่งที่สำคัสุดคือ ต้องล้างมือก่อนและหลังทำสิ่งต่อไปนี้ สัมผัสสารคัดหลั่งในปากจมูก อาหาร กุญแจ ลูกบิดประตู รีโมทคอนโทรล โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา คอมพิวเตอร์ โต๊ะ ทีวี หรือสิ่งของต่างๆ และการใช้ห้องน้ำ
  • ต้องทำให้มือชุ่มชื้นหลังมือแห้งจากการล้างมือบ่อยๆ เพราะมือจะแห้งแตกหลังการล้างบ่อย โมเลกุลของไวรัสจึงอาจจะติดอยู่ตามรอยแตกของมือ ครีมมอยซ์เจอไรซ์เซอร์เนื้อครีมยิ่งเข้มข้นยิ่งดี *ควรตัดเล็บให้สั้นด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสไปแฝงตัวอยู่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top