วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เภสัชกรบิ๊นท์ หรือ นางสาวสิรีธรลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยปี 2562 และ Miss International 2019 จับมือกับนางสาวปรางพิสุทธิ์ แดงเดช หรือ ฟ้า นักเดินทางเจ้าของรายการท่องเที่ยว The Passion Thailand แถลงเปิดตัวโครงการธนาคารหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นโครงการระดมทุน Crowdfunding และรับบริจาค Donation โดยประชาชนสามารถจองซื้อหน้ากากอนามัยได้ในราคาชิ้นละ 2.50 บาทไม่จำกัดจำนวน และการจองซื้อหน้ากากอนามัยจากทางโครงการจะเป็นการซื้อเพื่อใช้งานเองและเพื่อการบริจาคให้หน่วยงานสาธารณสุขโรงพยาบาล โรงเรียนและองค์กรการกุศลต่างๆ ตามที่ผู้ซื้อประสงค์ ในสัดส่วน 1:1 (ซื้อใช้เอง 1 ชิ้น : บริจาค 1 ชิ้น) เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนหน้ากากและสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 42 อาคารแมกโนเลียส์ ไอคอนสยาม เภสัชกรบิ๊นท์ หรือ นางสาวสิรีธรลีห์อร่ามวัฒน์ และ นางสาวปรางพิสุทธิ์แดงเดช ร่วมแถลงรายละเอียดพร้อมเปิดตัวโครงการธนาคารหน้ากากอนามัย หรือ Mask Bank เพื่อการระดมทุนสาธารณะ (Crowd funding) และรับบริจาคหน้ากากอนามัยช่วยแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ป้องกันการกักตุนสินค้า เบื้องต้นตั้งเป้าระดมทุนให้ได้ 100 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย และทุกการสั่งซื้อ 1 ชิ้นจะต้องซื้อร่วมบริจาค 1 ชิ้น เพื่อนำไปให้หน่วยงานหรือเก็บไว้ในธนาคารหน้ากาก ใช้จัดสรรต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและสร้างสังคม แห่งการแบ่งปัน ร่วมกันต้านวิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น และคาดว่าปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยจะทวีความรุนแรงตามไปด้วย หากการระบาดของไวรัสในประเทศไทยเข้าสู่ระดับ 3 ยิ่งจำนวนผู้ติดเชื้อขยายวงกว้างออกไปมากเท่าใด การสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองและการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จะยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น
นางสาวปรางพิสุทธิ์ แดงเดช หรือ ฟ้านักเดินทางเจ้าของรายการท่องเที่ยว The Passion Thailand กล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า “สำหรับฟ้า การออกเดินทาง คือสิ่งที่เป็นความสุขที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต แต่วันนี้สิ่งที่น่าเศร้า คือ นักเดินทางทั่วโลกต้องหยุดเดินทาง ผู้คนต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองจากไวรัส และเว้นระยะห่างต่อกัน (Social Distancing) หน้ากากอนามัยกลายเป็นของหายาก มีราคาแพง แต่ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของเราดังนั้น บางคนจึงต้องใช้หน้ากากซ้ำหลายวัน โครงการธนาคารหน้ากากที่ฟ้ากับบิ๊นท์ตั้งใจทำขึ้นมาในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายที่จะให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงหน้ากากอนามัยในราคาควบคุม คือชิ้นละ 2.50 บาท และขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้หยุดลงโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ประเทศไทย และเมื่อโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นักเดินทางทั่วโลกก็จะสามารถเดินทางได้อย่างอิสระมีความสุขที่ได้จากการเดินทาง และมีความปลอดภัยอีกครั้ง”
ด้าน เภสัชกรบิ๊นท์ หรือ นางสาวสิรีธรลีห์อร่ามวัฒน์ กล่าวว่า “ผลกระทบของโรคอุบัติใหม่อย่างไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้หน้ากากอนามัยขาดแคลนอย่างหนัก แพทย์พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ไม่มีหน้ากากอนามัยใช้ในการดูแลผู้ป่วย ร้านขายยาซึ่งเป็นที่ที่ประชาชนมีความหวังว่าจะหาซื้อหน้ากากอนามัยได้สักชิ้น ติดป้ายหน้าร้านว่าหน้ากากหมด สุดท้ายทุกคนรวมทั้งบิ๊นท์เองก็ต้องไปหาซื้อจากออนไลน์ในราคาแผ่นละ 14-20 บาท บิ๊นท์คิดว่าถ้าบิ๊นท์สามารถทำอะไรได้เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนหน้ากากและปัญหาราคาหน้ากากที่ไม่เป็นธรรมนี้ บิ๊นท์ยินดีที่จะช่วยเท่าที่บิ๊นท์มีความสามารถ และฟ้าก็มาชวนบิ๊นท์ทำโครงการธนาคารหน้ากาก ซึ่งเป็นแคมเปญการระดมทุนเพื่อทำธนาคารหน้ากากอนามัยที่บิ๊นท์คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนและปัญหาราคาของหน้ากากอนามัยนี้ได้ เพราะไวรัสน่าจะยังคงเป็นปัญหาที่เราต้องรับมือไปอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว”
ทั้งนี้ โครงการธนาคารหน้ากาก จะระดมทุนโดยให้ประชาชนทุกคนสามารถจองซื้อหน้ากากอนามัยได้ในราคาชิ้นละ 2.50 บาทไม่จำกัดจำนวน ผู้ซื้อจะต้องระบุจำนวนที่จะใช้จริงในครอบครัวหรือในหน่วยงานของตน และทางโครงการจะจัดส่งให้ตามปริมาณการใช้ต่อเดือนทางไปรษณีย์ และการซื้อหน้ากากอนามัยจากทางโครงการฯ จะเป็น การซื้อเพื่อใช้งานเองและเพื่อการบริจาคให้หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล โรงเรียน และองค์กร การกุศลต่างๆ ตามที่ผู้ซื้อประสงค์ ในสัดส่วน 1:1 (ซื้อใช้เอง 1 ชิ้น : บริจาค 1 ชิ้น) ซึ่งหน้ากากเพื่อการบริจาคนี้จะพิมพ์สลากว่าห้ามจำหน่ายและใช้สำหรับแจกได้เท่านั้น และเมื่อได้มีการนำไปบริจาคยังหน่วยงานต่างๆ จะมีใบตอบรับหรือหลักฐานการรับบริจาคส่งไปยังผู้บริจาคผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์
การระดมทุนครั้งนี้จะนำไปสู่การตั้งโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานในแต่ละภูมิภาค โดยจดทะเบียน เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรและเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ โดยขอความอนุเคราะห์จาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ประสานการนำเข้าเครื่องจักรจากประเทศจีน และทำการสั่งวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตจากประเทศอินโดนีเซีย โดยการอนุเคราะห์ของ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย และในระยะยาวมีแผนในการนำเข้าเครื่องผลิตฟิลเตอร์ทำแผ่นหน้ากากเอง เพื่อแก้ปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบ โดยขอความอนุเคราะห์เรื่องสิทธิภาษี BOI การนำเข้าเครื่องจักรปลอดภาษี ผ่านทางกระทรวงอุตสาหกรรม
สำหรับช่องทางจำหน่าย ทางโครงการวางแผนจะขอความร่วมมือไปยังร้านขายยาสั่งซื้อผ่านทางสมาคมร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ หรือกิจการทางการค้า เช่น ศูนย์การค้าสรรพสินค้าและอื่นๆ สามารถสั่งซื้อได้ไม่จำกัด แต่ต้องจำหน่ายในราคาชิ้นละ 2.50 บาท และเมื่อจำหน่ายได้แล้วก็สามารถนำเงินกลับมาสั่งซื้อเพื่อให้มีของหมุนเวียนขายอย่างสม่ำเสมอ เป็นจุดบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยหน้ากากส่วนนี้จะถูกพิมพ์สลากว่าจำหน่ายในราคาควบคุม 2.50 บาท หากมีการขายเกินราคาจะถูกตัดสิทธิ์ในการซื้อ และแจ้งทางราชการเพื่อให้ดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ เป้าหมายของโครงการธนาคารหน้ากากในการทำ Crowdfunding Donation คือการเปิดโรงงานในทุกภูมิภาคของประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานได้ทั่วทั้งประเทศ และเมื่อปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เบาบางลงโรงงานก็สามารถกลับมาผลิตหน้ากากชนิดอื่นๆ เช่น หน้ากากคาร์บอน และ N95 เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 แทน โดยใช้แนวคิดที่เป็นหลักการเดียวกันคือ ขายในราคาที่ควบคุมเพื่อปรับสมดุลกลไกตลาด ไม่ให้เกิดการไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน และในอนาคตเมื่อการผลิตและการใช้งานภายในประเทศมีอย่างเพียงพอแล้ว หากมีประเทศที่ประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย โครงการธนาคารหน้ากากก็จะสามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ตามหลักมนุษยธรรม
ผู้สนใจสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสั่งจองหน้ากากอนามัยโดยการกรอกข้อมูลคำสั่งจองซื้อผ่านช่องทางเว็บไซต์ของโครงการ https://www.maskbank.org
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี