วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในช่วงการเก็บตัวอยู่กับบ้านป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานานติดต่อกันหลายเดือน อาจส่งผลให้สภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุถดถอยลงจนเกิดภาวะพึ่งพิงในระยะยาว รวมทั้งเกิดความเครียด ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบกับทั้งครอบครัวทั้งในระยะสั้นและยาว ข้อมูลจาก นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ เปิดเผยว่า สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ร่วมกับ สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต สมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย และ สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ได้ร่วมนำเสนอแนวทางในการดูแลผู้สูงอายุในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ขึ้น
สำหรับช่วงการเก็บตัวอยู่กับบ้าน เราจะดูแลผู้สูงอายุไม่ให้เกิดการถดถอยของร่างกาย สมอง และ เกิดความเครียด โดยยึดหลัก 5อ. ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างสังคมนอกบ้าน ดังนี้
.jpg)
1) อาหาร รับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะปรุงสุกใหม่ๆ ไม่รับประทานอาหารที่หวานหรือเค็มเกินไป เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกัน และควรให้รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายและสมอง ผู้สูงอายุมักมีมีปัญหาสุขภาพในช่องปากซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องออกมาพบทันตแพทย์ในช่วงวิกฤตนี้ ขอแนะนำผู้สูงอายุให้รักษาสุขภาพช่องปากโดยใช้สูตร 2 - 2 – 2 ดังนี้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที และไม่รับประทานอาหารหลังการแปรงฟัน 2 ชั่วโมง หากมีฟันปลอมให้ถอดฟันปลอมออกล้างหลังรับประทานอาหาร และก่อนเข้านอนเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียว
2) ออกกำลังกาย ชวนผู้สูงอายุออกกำลังกายด้วยท่าง่ายๆ เช่น การเดิน หรือแกว่งแขน ออกกำลังกายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 - 60 นาที หรือเท่าที่ทำได้ตามสภาพของผู้สูงอายุ ตัวอย่าง รูปแบบการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อทุกสัดส่วน บริหารอย่างต่อเนื่องนาน 30 นาที โดยไม่ใช้อุปกรณ์ โดยกรมอนามัย https://www.youtube.com/watch?v=F1r4QDjKssc#action=share การบริหารสมองในชีวิตประจำวันป้องกันสมองเสื่อม Smart 60 สูงวัยอย่างสง่า โดยมหาวิทยาลัยมหิดล https://www.youtube.com/watch?v=lKDg8O3ovrw การฝึกบริหารสมอง (Brain Exercise) 16 ขั้นตอน โดยการมการแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม https://www.youtube.com/watch?v=DQ_fPO2Eh5s&feature=youtu.be
3) ดูแลอารมณ์ หยุดรับข่าวสารที่มากเกินไป โดยจำกัดการติดตามข้อมูลประมาณวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้า และ ตอนเย็นหรือตอนกลางคืน เพื่อป้องกันภาวะวิตกกังวลจากการรับข่าวสารมากเกินไป ไม่ควรกังวลหรือตระหนกกับข่าวร้ายให้มาก ผู้สูงอายุคือผู้ที่ผ่านความยากลำบากและโรคระบาดร้ายแรงต่างๆมาแล้ว ท่านจะเป็นผู้ให้หลักคิดแก่ลูกหลานได้ ให้ปรึกษาผู้รู้ใจหรือไว้ใจได้ เช่น ครอบครัว ลูกหลาน ญาติ เพื่อน ๆ เพื่อระบายความไม่สบายใจ ความกังวลและความกลัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การทำกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชื่นชอบ มีความถนัด มีความภูมิใจ เช่น ทำอาหาร เล่นดนตรี วาดรูป อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ปลูกต้นไม้ ทำสวน ฯลฯ หัวใจสำคัญที่สุด คือ ต้องรู้ก่อนว่าผู้สูงอายุในบ้านของเราชอบอะไร แล้วหากิจกรรมที่สอดคล้องกับที่เขาชื่นชอบ ให้สร้างความสุขให้ตนเองและสมาชิกในครอบครัว ทำสิ่งที่เพลิดเพลินและมีความสุข พูดคุยเรื่องที่ทำให้มีความสุข สนุกสนาน ดูรูปภาพที่เป็นความสุขของครอบครัว หากยังไม่ได้ผล ใช้เทคนิคจัดการความเครียด เช่น การฝึกหายใจคลายเครียด การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การนวดคลายเครียดด้วยตนเอง ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.thaimentalhealth.com ทั้งนี้ให้หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ยาเสพติด โทรปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323 ถ้าพบว่ามีความผิดปกติด้านอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว โกรธง่าย สมาธิไม่ดี มีความคิดในแง่ลบ หมกมุ่นแต่เรื่องการระบาด และกลัวว่าตนเองจะติดเชื้อ นอนไม่หลับ ต้องพึ่งเหล้า บุหรี่ ยาและยาเสพติดมากขึ้น
.jpg)
4) เอนกายพักผ่อน ผู้สูงอายุต้องพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนสำคัญมาก ควรให้นอนประมาณไม่เกิน 3 ทุ่ม เพื่อให้พักผ่อนได้เต็มที่ยาวนาน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7 - 9 ชั่วโมง/วัน
5) ออกห่างสังคมนอกบ้าน ระหว่างมีการระบาดทั้งผู้สูงอายุ และ ผู้ดูแลควรเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด แต่ญาติหรือผู้ดูแลที่ยังต้องออกไปนอกบ้านด้วยเหตุผลความจำเป็นต่างๆ ไม่ควรเข้าไปคลุกคลีกับผู้สูงอายุ รักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร และควรใส่หน้าการอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่เข้าไปพูดคุยกับผู้สูงอายุ หากยังกังวลใจหรือมีอาการสงสัยเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรคโทร 1422
สำหรับการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานก็เสมือนการสร้างเกาะป้องกันเชื้อโรคได้ดีอีกวิธีหนึ่ง ข้อมูลจาก ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานชมรมโภชนวิทยามหิดล เปิดเผยว่า มีข้อมูลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด พบว่า สารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ในพืช ผัก ผลไม้และเครื่องเทศหลายชนิด ที่มีศักยภาพต้านไวรัส COVID-19 อาทิ Kaempferol พบใน ปวยเล้ง กะหล่ำปลี ผักชีลาว Quercetin พบใน หอมใหญ่ หอมแดง ใบยี่หร่า Luteolin พบใน มะเฟือง พริก Curcumin พบใน ขมิ้นชัน Catechin พบใน ชาเขียว Naringenin พบใน ผลไม้ตระกูลส้ม และมะนาว Apigenine พบใน เก๋ากี้ ขึ้นฉ่าย Gingerol พบใน ขิง Allicin พบใน กระเทียม
นอกจากนี้ ยังมีพืชผักสมุนไพรและผลไม้ อีกหลายชนิดที่มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันไวรัส ได้แก่ โป๊ยกั้ก เห็ดหอม (อุดมไปด้วยสารเบต้า-กลูแคน) ต้นอ่อนทานตะวัน กระเพรา มะขามป้อม ผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์ เช่น โยเกริ์ต (ปราศจากน้ำตาลหรือน้ำตาลต่ำ) และอาหารที่อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน เช่น แครอท มะละกอ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเยื่อบุทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร รวมทั้งส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ ดังนั้น เราควรรับประทานพืชผัก ผลไม้ให้หลากหลายและเพียงพอ
ทั้งนี้มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ จะจัดอบรมความรู้ออนไลน์(Online) เรื่อง โภชนาการและสมุนไพรเพื่อส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ต้านโรค และชะลอวัย โดยวิทยากร คือ ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์, ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ และ รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ในวันเสาร์ที่ 9 และ 16 พค. นี้ รายละเอียดที่ https://www.facebook.com/pg/DDseminarThai หรือโทร 086 310 0047
ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี