วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
เซ็ง เหงา เครียด จิตใจแย่ ภัยทางอ้อมโควิด-19 มูลนิธิแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์แนะ 6 วิธีจัดการอารมณ์ช่วงกักตัวอยู่บ้านอย่างสร้างสรรค์ เตือนผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการดื่มอย่างเป็นอันตราย
มูลนิธิแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ (มปอ.) ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีต่อร่างกาย และรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ สนับสนุนให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐเพื่อลดความเสี่ยงในการกระจายเชื้อ ได้แก่ การลดการปฏิสัมพัทธ์ระหว่างผู้คนในสังคม การงดการชุมนุม การลดการเดินทางออกจากที่พักอาศัยโดยไม่มีเหตุจำเป็น และการทำงานที่บ้าน พร้อมเสนอ 6 วิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียด รวมถึงคำแนะนำในการหลีกเลี่ยงการดื่มแบบผิดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันแย่ลง
เริ่มที่ 1.แบ่งพื้นที่การทำงานสำหรับการ Work from Home และพื้นที่พักผ่อนให้เป็นสัดส่วน การทำงานที่บ้านอาจเป็นบ่อเกิดของความเครียดได้ เพราะ “งาน” ได้ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ พื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างห้องนอนห้องนั่งเล่นของใครหลายๆ คนถูกเปลี่ยนเป็นออฟฟิศเฉพาะกิจ ตื่นเช้ามาก็เจอคอมพิวเตอร์และงานรออยู่ที่ปลายเตียง อาจสร้างความวิตกกังวลเพราะงานตามเรามาได้ทุกเมื่อโดยแผนกแพทยศาสตร์การนอนหลับ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า การจัดพื้นที่ห้องนอนให้ปราศจากงานและคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้สมองจดจำความเชื่อมโยงระหว่างห้องนอนและการพักผ่อนได้ดีขึ้น จึงแนะนำให้จัดพื้นที่ทำงานแยกจากพื้นที่พักผ่อนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้งานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคุณจนเกินพอดี และอย่าลืมสร้างบรรยากาศให้เหมาะกับการทำงาน มีแสงแดดและอากาศถ่ายเทเพียงพอ
2.อยู่บ้านทำงานยืดหยุ่นก็ดีอยู่หรอกแต่ต้องรักษากิจวัตรประจำวันไว้ด้วย ในลักษณะเดียวกันกับการจัดสรรพื้นที่การทำงานและการพักผ่อนให้ชัดเจน การจัดสรรเวลาก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษากิจวัตรประจำวันของคุณให้เป็นไปตามปกติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอนเวลาเดิม พักรับประทานอาหารกลางวันเวลาเดิม และเลิกงานเวลาเดิม การรักษากิจวัตรเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกสามารถควบคุมชีวิตที่เปลี่ยนไปจากการกักตัวอยู่บ้านได้ดีขึ้น นอกจากนี้บทความจากเว็บไซต์ฮาร์วาร์ดบิสสิเนสรีวิว ยังระบุอีกว่า มีงานวิจัยที่พบว่าการทำงาน 52 นาทีพัก 17 นาที คือระยะเวลาที่สมดุล สามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานได้ดีที่สุดอีกด้วย

3.ค้นหางานอดิเรกใหม่ๆ ให้ชีวิตไม่เฉาจนเกินไป เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงกักตัวอยู่บ้าน คือการที่ผู้คนเริ่มมองหากิจกรรมที่สามารถทำเพียงลำพังที่บ้านได้ด้วยตนเองมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซากจำเจและเบื่อหน่ายจากการที่จะต้องถูกกักตัวอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำอาหาร อบขนม เขียนหนังสือ สร้างสรรค์งานศิลปะและงานประดิษฐ์ ในทางกลับกันการอยู่บ้านอาจกลายเป็นโอกาสที่ดีในการค้นพบงานอดิเรกและทักษะใหม่ๆ ของคุณที่จะติดตัวไปในอนาคต ทั้งยังทำให้สนุก ผ่อนคลาย และเพลิดเพลินไปกับการอยู่บ้านอีกด้วย
4.เข้าคอร์สออนไลน์เพิ่มพูนทักษะความสามารถ เรากับคุณครูผู้สอนใกล้กันนิดเดียว เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนเข้าถึงระบบการศึกษาทางไกลได้ง่ายยิ่งขึ้นปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เพิ่มช่องทางโดยเปิดให้สาธารณะสามารถดาวน์โหลดและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ฟรี เช่นคอร์สเสริมทักษะทางอาชีพของกระทรวงแรงงาน คอร์สออนไลน์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอีกมากมายที่มีให้เลือกเรียนรู้และเดินหน้าพัฒนาตนเองต่อไปได้แม้ในขณะที่คุณต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้าน
5.อย่าทนเหงา วีดีโอคอลกับเพื่อนและครอบครัว เข้าสังคมผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์บ้างก็ได้ อีกหนึ่งข้อดีของยุคเทคโนโลยีก้าวไกลคือการขยายคำจำกัดความของ “การเข้าสังคม”ที่ครอบคลุมถึงพื้นที่ออนไลน์มากยิ่งขึ้น เราสามารถพูดคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ และเห็นหน้าเพื่อนๆได้ผ่านทางวีดีโอคอลและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำให้การสังสรรค์ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับพื้นที่ทางกายภาพอีกต่อไป ซึ่งเหมาะสมกับการทำSocial Distancing ในช่วงนี้ นอกจากนี้ การรับคำท้าหรือคำชักชวนต่างๆ ที่เรียกพวกเราออกมาโชว์สเต็ปแดนซ์ แชร์ความทรงจำเก่าๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราคงยังสามารถคอนเนคกับสังคมได้ แม้ไม่ได้เจอหน้ากันจริงๆ

6.ตามใจตัวเองด้วยอาหารที่ชอบและเครื่องดื่มที่ใช่ แต่อย่าลืมบริโภคอย่างมีสติและรับผิดชอบ เป็นที่รู้กันดีว่าวิธีคลายเครียดที่ดีมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ การรับประทานของอร่อย แม้ว่าช่วงกักตัวจะทำให้ใครหลายๆ คนไม่สามารถออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านและสังสรรค์ได้ตามปกติ แต่ยังมีบริการส่งอาหารที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เราถึงบ้าน การให้รางวัลกับตัวเองตามสมควรด้วยของอร่อย หรือมี Happy Fridayอย่างเคยก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องรู้เท่าทันการบริโภคไม่ให้มากเกินพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางคนอาจเผลอดื่มเกินขนาดจนขาดสติ เพราะมองว่าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการเดินทางกลับบ้าน จึงควรเช็คปริมาณที่ดื่มอยู่เรื่อยๆ ไม่ดื่มตอนท้องว่าง และอย่าลืมดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อไม่ให้ปริมาณแอลกอฮอล์ที่สะสมอยู่ในร่างกายสูงเกินพอดี โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนไม่ควรลืมคือ ไม่ว่าจะดื่มที่ไหน หรือดื่มอย่างไร แอลกอฮอล์ก็คือแอลกอฮอล์ และการดื่มที่มากเกินไปย่อมส่งผลให้เกิดอันตรายทั้งในระยะสั้นและยาว นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization:WHO) ยังได้ออกมาเตือนว่า การใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือจัดการความเครียดและความวิตกกังวล ไม่ใช่วิธีการรับมือที่ดีในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด-19
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี