วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
เดินเครื่อง ภารกิจ 5G สู้ภัยโควิด-19 ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส, กมุท กาญจนาลัย ผช.เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, วัลลภ ยุติธรรมดำรง รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ด้านบริหาร, สายชล ทรัพย์มากอุดม หน.ฝ่ายงาน ปชส.เอไอเอส, วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หน.ฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส, พล.อ.ต. นพ.สันติ ศรีเสริมโภค ผช.เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านสนับสนุน และพัฒนาโครงการใหม่, นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ ผอ.ฝ่ายการแพทย์ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์ฯ , นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รอง ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ ฝ่ายพัฒนาคุณภาพและบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผนึก AIS เดินหน้าภารกิจ “5G สู้ภัยโควิด-19” ต่อเนื่อง นำเครือข่าย 5G อัจฉริยะ เสริมศักยภาพวงการแพทย์และสาธารณสุข ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดย ร่วมพัฒนา 5G Total Telemedicine Solutions เต็มรูปแบบ เพื่อสนันสนุนบริการทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยกเป็นโรงพยาบาลต้นแบบแห่งการรักษาพยาบาลผ่านเทคโนโลยี 5G รายแรกของไทย โดยผสมผสาน 5G ในทุกมิติของการให้บริการทางการแพทย์ ด้วยนวัตกรรม 5G Robotics หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้ป่วย, ระบบประมวลผล AI อัจฉริยะบน 5G เพิ่มขีดความสามารถเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยให้การวินิจฉัยโรคเร็วขึ้นหลายเท่าตัว ตลอดจน Telemedicine ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล หรือปรึกษาหมอออนไลน์จากที่บ้าน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และการวิจัยพัฒนาในอนาคต ตอกย้ำแนวคิด “5G ที่จับต้องได้ เพื่อทุกชีวิต” ร่วมพลิกโฉม สร้าง New Normal วงการแพทย์ยกระดับสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน
.jpg)
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ชั้นนำของภูมิภาค มีวัตถุประสงค์ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรชั้นสูง ทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้รวมถึงเผยแพร่ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การแพทย์ การสาธารณสุข และให้บริการทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยทุกระดับชั้นให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สนองต่อพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เองก็ได้มีการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลรูปแบบต่างๆ มาช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวมถึงผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสงสัยติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่ยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็ยังสามารถพบแพทย์อยู่ที่บ้านไม่จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาลในช่วงนี้ ตามมาตรการให้การ “รักษาแบบมีระยะห่าง” เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย ตลอดจนลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากการเผชิญหน้าของทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ทุกส่วนงาน โดยเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับเอไอเอสในการยกระดับบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบของนำการเทคโนโลยีชั้นนำแห่งยุคอย่างนวัตกรรมเครือข่าย 5G มาสนับสนุนการทำงาน เสริมประสิทธิภาพการดูแลและตรวจรักษาผู้ป่วยในช่วงโควิด-19 ให้ดียิ่งขึ้น
.jpg)
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส
ทั้งในส่วนการให้คำปรึกษาทางไกลระหว่างแพทย์และผู้ป่วย หรือหาหมออยู่ที่บ้านผ่านระบบTelemedicine ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่สามารถให้ภาพและเสียงที่คมชัด ช่วยให้แพทย์ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นและวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ, ระบบ AI บนเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดความเร็วสูง หรือ CT Scan ปอด ที่จะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่ออยู่บนเครือข่าย 5G เพื่อให้การรักษาได้ทันท่วงที การมีหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOT FOR CARE ที่มาพร้อมความสามารถในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และการ Video Call ช่วยให้การติดตามและเฝ้าดูอาการผู้ป่วยโควิด-19 เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดการติดต่อระหว่างคนไข้ติดเชื้อกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้เร็วที่สุด รวมถึงเครือข่าย 5G จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อยอดทางด้านการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Smart Class Room ให้กับนักศึกษาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เพื่อยกระดับการศึกษาด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
.jpg)
วสิษฐ์ วัฒนศัพท์, สมชัย เลิศสุทธิวงค์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ และ พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค
ด้าน สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “จากวันที่เอไอเอสได้ประกาศวิสัยทัศน์ในฐานะผู้นำดิจิทัลไลฟ์เพื่อคนไทย ในการเดินหน้าภารกิจเร่งด่วนนำเครือข่าย 5G ที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการนำมาประยุกต์ใช้เป็นโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานสำคัญสำหรับการปฏิบัติงานทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 เราได้ทยอยส่งมอบความช่วยเหลือถึงมือทีมแพทย์และพยาบาลผู้เป็นด่านหน้าในการรับมือวิกฤตินี้มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปติดตั้งเครือข่าย5G ในโรงพยาบาลที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วยโควิด-19, การส่งมอบหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOT FOR CARE เพื่อช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งส่งมอบไปแล้ว จำนวน 18 ตัว ให้กับโรงพยาบาล 17 แห่ง ขณะนี้กำลังเร่งพัฒนาและส่งมอบให้ครบทั้งหมดจำนวน 23 ตัว ให้กับโรงพยาบาล 22 แห่ง ภายในเดือนพฤษภาคม 2563 นอกเหนือจากประโยชน์ในแง่การแบ่งเบาภาระลดเสี่ยง ลดสัมผัส ลดโอกาสติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์แล้วยังทำให้คนไทยได้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยี5G ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดูแลรักษาชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น วันนี้ ถือเป็น BigMove อีกก้าวสำคัญที่ยิ่งใหญ่ของการนำ 5Gช่วยเหลือและสนับสนุนการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบไปอีกขั้น เราได้มีโอกาสนำเทคโนโลยี 5G มาร่วมยกระดับศักยภาพการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ หรือ 5G Total TelemedicineSolutions ครอบคลุมตั้งแต่การนำ 5G เข้ามาผสมผสานเพิ่มขีดความสามารถให้กับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยตรง เพื่อทำให้อุปกรณ์ทางแพทย์สามารถทำงานและแสดงผลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น และครั้งนี้ ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาระบบประมวลผล AI บนเครือข่าย 5G สำหรับเครื่อง CT Scan ปอด เครื่องแรกของไทยอีกด้วย เพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นหลายเท่าตัว, การมอบหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOTFOR CARE เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตรวจรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ช่วยรักษาระยะห่าง เพื่อเซฟทั้งทีมแพทย์และผู้ป่วยให้ปลอดความเสี่ยงโควิด-19”
.jpg)
เยี่ยมชมนวัตกรรม 5G Robotics หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้ป่วย
ทั้งหมดนี้ จะสร้างประโยชน์ต่อการรักษาพยาบาลในปัจจุบัน โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโมเดลต้นแบบของการรักษาพยาบาลผ่านเทคโนโลยี 5G และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อยอดวิจัยและพัฒนาในอนาคต เตรียมความพร้อมสู่ New Normal วงการแพทย์ไทยหลังยุคโควิด-19 ซึ่งเราก็ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อจุดประกายและส่งต่อองค์ความรู้เทคโนโลยี5G เพื่อการแพทย์สู่สังคมไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี