วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เต็ดตรา แพ้ค ประกาศย้ำกลยุทธ์การดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน เพื่อบรรลุภารกิจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทภายในปีพ.ศ.2573 และมุ่งสู่เป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ตลอดทั้งห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรภายในปีพ.ศ.2593 อีกทั้ง ยังได้กำหนดเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับนโยบายการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามแผนงานของ Science Based Targets (SBT) โดยจะครอบคลุมทั้งขอบเขตการดำเนินงานที่ 1 2 และ 3
เต็ดตรา แพ้ค ก่อกำเนิดจากแนวคิดที่ว่า บรรจุภัณฑ์ควรจะมีมูลค่ามากกว่าราคาของตัวเอง โดยยึดมั่นความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัท นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2542 บริษัทได้รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในแต่ละปี และจัดให้มีการตรวจสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกโดยองค์กรอิสระมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2556
มร.ลาร์ส ฮอล์มควิสต์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์และการดำเนินงานฝ่ายขาย บริษัท เต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า “เราบรรลุเป้าหมายการปกป้องสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มกำหนดเป้าหมายแรกในปีพ.ศ.2545 และอีกครั้งในปีพ.ศ. 2548 และเรากำลังจะบรรลุเป้าหมายในปีพ.ศ. 2563 ที่ตั้งเอาไว้ โดยในปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา เราเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ที่กำหนดเป้าหมายลดผลกระทบจากการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยแผนงาน Science Based Targets (SBT) เมื่อเร็วๆ นี้ เรายังได้เข้าร่วมกับองค์กร European Alliance for Green Recovery ซึ่งเป็นแผนงานแรกของขบวนการรวมกลุ่มยุโรป (pan-European) ที่ครอบคลุมทั่วทวีปยุโรปในการขับเคลื่อนโซลูชั่นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังภาวะวิกฤต วันนี้จึงนับเป็นอีกครั้งที่เราก้าวมาเป็นผู้นำในการตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลง ทั้งในส่วนการผลิตขององค์กรและห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรของเราทั้งหมด เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ ต้องการความทุ่มเท ร่วมมือกันอย่างเต็มที่จากพวกเราทุกคน”
เต็ดตรา แพ้ค จัดลำดับความสำคัญกับการทำงานหลัก 4 ด้าน เพื่อให้บรรลุภารกิจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทภายในปีพ.ศ.2573 และมุ่งสู่เป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ตลอดทั้งห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรภายในปี พ.ศ.2593 ผ่านการใช้วิธีการต่าง ๆ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซที่เกิดจากการใช้พลังงาน การจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ถือประโยชน์ภาคส่วนต่างๆ ในห่วงโซ่มูลค่า เพื่อลดอัตราการปล่อยคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ การเร่งพัฒนาระบบเครื่องจักรและกลุ่มบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการพัฒนาวงจรของกระบวนการรีไซเคิลอย่างยั่งยืน
มร.ลาร์ส ฮอล์มควิสต์ กล่าวเสริมว่า “เมื่อ 10 ปีก่อน เราได้ตั้งเป้าหมายเพื่อรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกในปี 2563 โดยการปรับการทำงานตลอดห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรของเรานับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ไปพร้อมๆ กับการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งเป้าหมายนี้ทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 12 ล้านตันจนถึงวันนี้ เราเชื่อว่าความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย การนำเสนอความก้าวหน้าที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์และสังคม รวมถึงการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือของเรากับทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่ของการดำเนินธุรกิจ ทำให้เราดำเนินงานอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายใหม่ของเราได้”
มร.เบิร์ท ยาน โพสท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย เข้าร่วมในเป้าหมายระดับโลกนี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เรายังมีส่วนร่วมในแผนงานอื่น ๆ อีกมากมายในการเพิ่มอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน รวมถึงการจัดซื้อพลังงานจากหน่วยงานที่ได้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ (International Renewable Energy Certificates: I-RECs) โดยเต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับโกลด์สแตนดาร์ด (Gold-Standard) จาก I-RECs โรงงานการผลิตของเราในจังหวัดระยองได้ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานทั้ง 4 หลัง ซึ่งสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 1,350 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในแต่ละปี”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี