วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
ข่าวคราวความขัดแย้งและทำร้ายร่างกายแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในช่วงนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน ผมคงไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นอีกเพราะมีหลายองค์กรได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่อยากจะสร้างความเข้าใจถึงการทำงานของแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินให้พอเห็นภาพว่า เบื้องหลังการดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละรายนั้น แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องจะต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉิน แทบทุกรายมักคิดว่าตัวเองหรือคนที่ตนมาส่งเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งสิ้น แต่ความจริงแล้วพบว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยที่มาห้องฉุกเฉินเป็นผู้ป่วยที่ไม่ได้ฉุกเฉินจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ระหว่างผู้ป่วย ญาติ หรือผู้พามาส่ง กับแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย เพราะเข้าใจคำว่า “ฉุกเฉิน” ไม่เหมือนกัน ในทางการแพทย์ ผู้ป่วยฉุกเฉิน หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งเป็นภยันตรายต่อการดำรงชีวิตหรือการทำงานของอวัยวะสำคัญ จำเป็นต้องได้รับการประเมิน การจัดการ และการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรืออาการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยนั้น
ทำไมต้องคัดกรองผู้ป่วยด้วยว่าฉุกเฉินหรือไม่ ทำไมไม่ดูแลรักษาไปเลยเวลาที่ผู้ป่วยมาหาที่ห้องฉุกเฉินเพราะว่าถ้าไม่มีการคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลในห้องฉุกเฉินจะต้องเสียเวลาอีกมากในการดูแลผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินที่อยู่ในภาวะวิกฤติไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนั้นถึงแม้ว่าท่านเจ็บป่วยฉุกเฉินจริงๆ ท่านก็จะได้รับการดูแลจากแพทย์ตามลำดับความรุนแรง เพราะถึงแม้เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่ก็ยังมีความรุนแรงที่แตกต่างกันบางครั้งมีผู้ป่วยฉุกเฉินมาพร้อมๆ กันหลายคน แพทย์และพยาบาลก็จำเป็นต้องคัดกรองผู้ป่วยเพื่อแบ่งระดับความรุนแรงและให้การรักษาผู้ป่วยที่มีความรุนแรงมากก่อน ไม่ได้รักษาตามคิวที่ผู้ป่วยมาก่อนหรือหลัง
บางครั้งจึงอาจพบว่าขณะที่แพทย์กำลังให้การรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินอยู่แต่เมื่อมีผู้ป่วยที่วิกฤติกว่า แพทย์จะต้องย้ายไปให้การรักษาผู้ป่วยรายใหม่ก่อน จนผู้ป่วยที่ฉุกเฉินน้อยกว่าต้องรอการรักษาไปอีก เช่น ขณะที่แพทย์กำลังดูแลรักษาผู้ป่วยที่ปวดท้องรุนแรงอยู่ แต่ขณะเดียวกันถ้ามีผู้ป่วยเจ็บหน้าอกและหัวใจวายมาแพทย์ก็ต้องรีบไปดูแลผู้ป่วยรายหลังก่อนและด้วยสถานการณ์ที่เร่งด่วนแพทย์อาจไม่มีเวลาที่จะบอกกับผู้ป่วยที่ปวดท้องรุนแรงที่ดูแลอยู่ ว่าทำไมจึงต้องหยุดรักษาเขากลางคัน จุดนี้เป็นอีกอย่างที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าแพทย์ให้การดูแลผู้ป่วยล่าช้าได้
จึงอยากให้ทุกท่านคิดดูให้ดีก่อนที่จะไปใช้บริการห้องฉุกเฉินโดยเฉพาะนอกเวลา ว่าท่านไปด้วยเหตุผลเหล่านี้หรือไม่ เช่น ยาที่รับประทานอยู่หมดพอดี มึนๆ ศีรษะมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว แต่กลางวันไม่ว่างมาตรวจ ปวดท้องกินยาโรคกระเพาะแล้วดีขึ้นกลัวเป็นมะเร็งมีไข้เจ็บคอมา 2 วันดีขึ้นแล้วแต่อยากได้ใบรับรองแพทย์หยุดงาน การมาที่ห้องฉุกเฉินอย่างไม่มีเหตุที่เหมาะสมของท่านอาจเป็นการสร้างบาปให้กับตนเอง เพราะแพทย์ต้องเสียเวลากับท่าน ทำให้มีเวลาในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติล่าช้าไป จนอาจทำให้ผู้ป่วยเหล่านั้นเสียชีวิตได้เหมือนกัน
พลอากาศโท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์
ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี