วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายแพทย์ ฆนัท ครุธกุล
คนไทยหลายคนมีความกังวล และไม่กล้าที่จะบริโภคไก่เพราะมีความเชื่อว่า การรับประทานเนื้อไก่มากจะทำให้เป็นโรคเกาต์ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคข้ออักเสบที่มีอาการอักเสบฉับพลัน บริเวณข้อปวด บวมแดง ร้อน ตำแหน่งที่พบบ่อย ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้าและหัวเข่า
นายแพทย์ ฆนัท ครุธกุล นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพกล่าวว่า โรคเก๊าท์ เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูงมากเกินไป กรดยูริก เป็นสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้น เกิดจากการสลายตัวของสารชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “พิวรีน” (Purine) โดยสาเหตุที่ของกรดยูริกในเลือดสูง ร้อยละ 70-80เกิดจากการสร้างขึ้นเองจากตับตามธรรมชาติ ส่วนที่เหลือเพียงร้อยละ 20-30 เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง โรคเกาต์เกิดจากการสะสมของผลึกยูริกเป็นเวลานานหลายปี
บางทีอาจจะกินเวลานานถึง 10 ปี ผู้ป่วยถึงจะแสดงอาการของโรคออกมา
อย่างไรก็ตาม กรดยูริกที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง ร่างกายจะถูกขับออกจากทางปัสสาวะและการขับถ่ายประมาณ2 ใน 3 ส่วน ดังนั้น ผู้ที่มีกรดยูริกสูง ส่วนใหญ่จึงเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากความผิดปกติของร่างกายเกี่ยวกับการสร้างกรดยูริกมากเกินไปหรือไตขับกรดยูริกน้อยเกินไปมากกว่าจากการบริโภคอาหาร ที่สารพิวรีนสูง ดังที่เข้าใจผิดกันบ่อยๆ
ในข้อเท็จจริง เนื้อไก่มีปริมาณสารพิวรีนใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ ซึ่งสารพิวรีนจะอยู่มากที่เนื้อบริเวณข้อ ปีก น่อง เครื่องใน และหนัง รวมถึง ผักบางชนิดมีสารพิวรีนในปริมาณสูง เช่น ชะอม กระถิน เป็นต้น ตลอดทั้ง น้ำหวาน และ การดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลฟรุกโตสเกินปริมาณที่พอดี โดยเฉพาะการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เพิ่มการสะสมกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นอีกด้วย
นพ.ฆนัท เพิ่มเติมว่าการบริโภคไก่ จึง “ไม่ใช่” สาเหตุของโรคเกาต์ เพราะร่างกายได้รับกรดยูริกมาจากอาหารประเภทอื่นๆ ได้อีกมากมาย อีกทั้งสาเหตุที่ทำให้กรดยูริกเพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัยและไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน รวมทั้ง สภาวะของร่างกายบางอย่างเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรค เช่น ภาวะอ้วนโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติไตทำงานผิดปกติ โรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคเกาต์โดยพบว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโรคเกาต์จะมีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคดังกล่าวอีกด้วย
คนรักสุขภาพจึงไม่ต้องกังวลใจ เพราะไก่ไม่ใช่ต้นเหตุของการเป็นโรคเกาต์ และเนื้อไก่ยังคงมีความจำเป็นเพราะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ร่างกายต้องการ อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นโรคเกาต์ควรระมัดระวังและลดการบริโภคเนื้อไก่ ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ และเลือกเนื้อส่วนที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อหน้าอก สะโพกที่ลอกหนัง
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกาต์ ควรจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตเพื่อช่วยให้อาการป่วยของโรคทุเลาลง ควรเลือกทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ทานอาหารประเภทเดิมซ้ำกันเป็นเวลานาน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน รวมทั้ง การดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ และไม่ทำให้เกิดการตกตะกอนในระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ ผู้ป่วยควร หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มที่มีความหวานมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลฟรุกโตส รวมทั้ง ผู้ที่มีภาวะอ้วนควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ไม่ควรอดอาหารหรือลดน้ำหนักรวดเร็วเกินไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคลดลง และเพื่อสุขอนามัยที่ดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี