วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
ฟู้ดเดลิเวอรีหรือการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา โดยไม่เพียงเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังเป็นที่จับตามองคือรูปแบบการดำเนินธุรกิจดังกล่าวที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันหรือการกีดกันทางการค้า เนื่องจากมีผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันมาใช้แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มดังกล่าวในการเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงชดเชยยอดขายที่หายไปจากลูกค้าหน้าร้านที่ลดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้จัดทำร่างประกาศ “แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร” รวมถึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ นักวิชาการ รวมถึงประชาชนทั่วไป
อาจารย์ แทนรัฐ คุณเงิน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเลขานุการประจำคณะกรรมการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา เผยว่า “ในฐานะนักวิชาการนิติศาสตร์ย่อมคาดหวังถึงการสร้างสภาวะการแข่งขันที่เป็นธรรมอันเปี่ยมไปด้วยเสรีภาพทางการค้า เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรูปแบบของเศรษฐกิจดิจิทัลอันถือเป็นช่องทางแห่งยุคสมัยที่มีศักยภาพอย่างสูงในการสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบ ทั้งยังช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที แต่เมื่อได้พิจารณาร่างประกาศฯ ดังกล่าวแล้วพบว่า มีหลายประเด็นที่อยากเสนอแนะให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า พิจารณาถึงความชัดเจนเหมาะสม รวมถึงพื้นฐานและแนวปฏิบัติจริงในธุรกิจด้วย”
โดย อาจารย์แทนรัฐ กล่าวว่า“การสร้างกลไกการแข่งขันทางการค้าและเสรีอย่างแท้จริงนั้นควรนำกฎเกณฑ์มาใช้เพื่อสร้างความเป็นธรรม โดยยังคงต้องคำนึงถึงพื้นฐานและแนวปฏิบัติจริงในทางธุรกิจและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อรักษาความสมดุลทางเศรษฐกิจ อย่างผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการย่อมคาดหวังการได้รับการบริการที่ดี ตรงเวลา และสินค้าที่ได้รับก็ถูกต้องตามปริมาณและคุณภาพ ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารก็ย่อมคาดหวังรายได้หรือยอดสั่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น หรือการเป็นที่รู้จักในกลุ่มของผู้บริโภค ในส่วนของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันย่อมคาดหวังรายได้จากการจับคู่ความต้องการ หรือ Demand ของผู้บริโภคและการตอบสนอง หรือ Supply ของผู้ประกอบธุรกิจอาหาร โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน เป็นต้น”
นอกจากนี้การเลือกใช้แพลตฟอร์มของผู้ประกอบการร้านอาหารนั้นเปรียบเสมือนการเลือกใช้เครื่องมืออย่างหนึ่งเพื่อส่งเสริมธุรกิจของตนให้เติบโต เพราะช่องทางนี้ช่วยตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้สะดวก รวดเร็ว ทั้งยังสามารถทำให้ธุรกิจของตนเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารจะต้องศึกษาเงื่อนไข ปัจจัยต่างๆ รวมถึงวิเคราะห์ศักยภาพของแพลตฟอร์มนั้นๆ ว่ามีประโยชน์กับธุรกิจของตนมากน้อยเพียงใด เหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่ที่จะยอมแบ่งค่าคอมมิชชั่นบางส่วนของสินค้าเพื่อให้ธุรกิจของตนเติบโต ในขณะเดียวกัน อาจจะต้องคิดทบทวนแผนธุรกิจว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อความอยู่รอด และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอาหารและผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี