วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
ถนนราชดำเนิน...เป็นหนึ่งในถนนสายสำคัญของประเทศไทย ที่มีเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวข้องกับทั้งประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลาย มากมาย และด้วยมีผู้คนต่างวัยมากมายที่เคยมาสัมผัสกับถนนสายนี้ เคยมีประสบการณ์ร่วมกับถนนสายนี้ จึงทำให้มีเรื่องเล่าที่ต่างมุมออกไปมากมาย บางเรื่องราวเป็นมุมมองที่ใครหลายคนอาจจะไม่เคยพบเห็น หรือบ้างก็คาดไม่ถึง
ในโอกาสที่ถนนสายนี้มีอายุครบ 121 ปี ในปี 2563 มิวเซียมสยาม จึงได้จัดทำนิทรรศการหมุนเวียน “ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย” ขึ้นบอกเล่าประวัติศาสตร์สังคมไทยผ่านถนนราชดำเนิน ด้วยนิทรรศการรูปแบบใหม่ผ่านการมองราชดำเนินจากประสบการณ์ ความเข้าใจ และความทรงจำของผู้คนต่างวัย
ฐานิส สุดโต บรรณาธิการภาพของสำนักข่าวออนไลน์ The Standard เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้สัมผัส “ราชดำเนิน” ผ่านบทบาทการทำงานในฐานะช่างภาพข่าวของเขา ว่าการทำงานทำให้เขามีโอกาสได้สัมผัสและบันทึกเรื่องราวของถนนราชดำเนินไว้หลากหลายแง่มุมในต่างวาระ จนกลายเป็นภาพบันทึกความทรงจำอันมีค่าให้กับตัวเอง และผู้คนอีกมากมายที่เคยมาสัมผัสกับถนนสายนี้ในห้วงเวลาเดียวกัน
“สมัยเรียนผมต้องมาถ่ายภาพไฟที่ถนนราชดำเนินในช่วงวันที่ 5 ธันวา พอมาทำงานเป็นช่างภาพข่าวก็ต้องมาที่นี่เพราะมีเหตุการณ์ทางการเมือง หรือเหตุการณ์งานพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิ-วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และงานพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราช เป็นต้น ซึ่งเราจะได้เห็นโมเม้นต์ของแต่ละช่วงที่ต่างๆ กัน หากเป็นงานพระราชพิธีจะมีความยิ่งใหญ่ในตัวของงานเอง ประกอบด้วยผู้คนที่มาร่วมงานก็จะมีหลากหลายอารมณ์ เช่น ตอนงานพระราชพิธีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกคนก็จะ ตากฝนตากแดดกันเป็นเดือนๆ เลย แต่ถ้าเป็นงานการเมืองจะมีความเกรี้ยวกราดในอารมณ์จนมันเกิดความรุนแรงขึ้นมา”
ภาพความทรงจำบนถนนราชดำเนินของฐานิสแม้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากเนื้องานที่ต้องทำ แต่ก็ทำให้เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ หรือประวัติศาสตร์ที่สำคัญบนถนนราชดำเนิน ณ ช่วงเวลานั้นๆ ไปโดยปริยาย ซึ่งบางเหตุการณ์ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีโอกาสที่จะเห็นกันได้ง่ายดายนัก กรณีการจัดนำรถแข่งฟอร์มูล่าร์ วัน มาโลดแล่นอยู่บนถนนราชดำเนินนอกจากภาพบรรยากาศความเป็น “ราชดำเนิน” ที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสายตาของช่างภาพมืออาชีพอย่างฐานิสแล้ว “การเดิน” ไปตามถนนสายหลักแล้วแวะเข้าไปตามซอกซอยต่างๆ ของถนนราชดำเนิน ยังจะทำให้ได้เห็นภาพราชดำเนินในอีกมุมหนึ่งที่ซุกซ่อนเรื่องราวและบรรยากาศที่น่าทึ่งของวิถีชีวิตชุมชนไว้มากมาย และสิ่งนี้เองที่จะทำให้เราได้เห็นราชดำเนินในอีกมุมหนึ่งที่เป็นมากกว่าถนน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายในท่ามกลางความคุ้นเคยของผู้คนบนถนนราชดำเนิน ที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าบางเรื่องราวก็ไม่ได้เป็นเรื่องประทับใจ หรือเป็นภาพความทรงจำที่งดงามนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกเรื่องราวกลับล้วนช่วยเติมเต็ม “คุณค่า” ให้กับถนนสายนี้ได้ทั้งสิ้น
ด้านช่างภาพอิสระและศิลปินนักร้องอย่าง “รุจ – ศุภรุจ เตชะตานนท์” เขาบอกว่า ในฐานะช่างภาพอิสระที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแลนด์สเคปและภาพถ่ายเชิงท่องเที่ยว ทำให้การนำเสนอเรื่องราวและบรรยากาศของราชดำเนินผ่านภาพถ่ายของเขาเป็นภาพในเชิงบวก ซึ่งได้กลายมาเป็นภาพที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม เกิดความรู้สึกต้องการมาสัมผัสและรู้จักกับราชดำเนินในมุมมองเดียวกับเขาบ้าง และการเป็นคนหนุ่มในแบบที่เขานิยามตัวเองว่าเป็นวัยรุ่นตอนปลายที่เชื่อมกลางระหว่างคนสองวัยที่แตกต่างกันในปัจจุบัน ทำให้รุจเชื่อว่าภาพถ่ายของเขาจะสามารถเล่าเรื่องความทรงจำของราชดำเนิน โดยนำเสนอให้คนต่างรุ่นต่างวัยได้ผสานความเข้าใจกันได้ไม่ยากนัก
“การที่เราได้มีโอกาสมาเดินดู หรือมาศึกษาข้อมูลในนิทรรศการครั้งนี้ มันน่าสนุกมาก ยิ่งถ้ามีน้องๆ เจน Z เข้ามาดูเขาอาจจะเข้าใจมากขึ้น และจะได้เห็นว่าจริงๆ แล้วประวัติศาสตร์ของเรานั้นมีเรื่องราวน่าสนุกเยอะ และพอดูนิทรรศการเสร็จ ก็สามารถจะออกไปดูของจริงข้างนอกได้เลย ทำให้รู้สึกอินไปกับราชดำเนินได้มากกว่าการดูนิทรรศการทั่วไป”
ชม นิทรรศการฯ ยิ่งได้อรรถรสมากขึ้นเพราะตอนนี้มิวเซียมสยามนำไปจัดแสดงในพื้นที่จริงบนถนนราชดำเนิน ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดให้เข้าชมได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 – 18.00 น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี