วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 27 กรกฎาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ กับดักสองขั้ว ข้างหนึ่งรื้อราก ข้างหนึ่งรวบอำนาจ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "“กับดักสองขั้ว” ข้างหนึ่งรื้อราก ข้างหนึ่งรวบอำนาจ #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
ข้อถกเถียงทางการเมืองไทยในเวลานี้ไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ใครผิด” แต่มีคำถามที่ลึกกว่านั้น คือประเทศกำลังเผชิญ ความเสี่ยงสองแบบ พร้อมกันหรือไม่แบบแรกคือความกลัวว่าแนวปฏิรูปเชิงโครงสร้างของพรรคประชาชนและเครือข่ายการเมืองแบบก้าวหน้า อาจขยับจาก “การปฏิรูปภายในระบอบ” ไปสู่การเปลี่ยนดุลอำนาจของรัฐอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องรัฐธรรมนูญ กองทัพ ความมั่นคง กระจายอำนาจ และกติกาทางการเมือง แบบที่สองคือข้อกล่าวหาเรื่อง การจัดตั้งเครือข่ายครอบงำวุฒิสภา ผ่านการเลือก สว. 2567 ซึ่งหากพิสูจน์ได้ จะไม่ใช่เพียงคดีทุจริตเลือกตั้งธรรมดา แต่จะเป็นคำถามเรื่องการยึดกุม “จุดผ่านอำนาจ” ของรัฐสภา องค์กรอิสระ และกระบวนการแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญของประเทศ
.jpg)
เมื่อดูจากกฎหมายและสถานะคดี ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด ที่ระบุว่าบุคคล พรรคการเมือง หรือเครือข่ายใดมีความผิดในคดี “ฮั้วเลือก สว. 2567” แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าคดีนี้เป็นเพียงข่าวลือ เพราะมีการขยับของรัฐหลายชั้นแล้ว ได้แก่ DSI รับคดีที่เกี่ยวกับ อั้งยี่-ฟอกเงิน เป็นคดีพิเศษเมื่อ 7 มีนาคม 2568 และอธิบดี DSI อนุมัติให้สอบสวนกรณีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. เมื่อ 10 มีนาคม 2568 ต่อมา DSI ระบุว่าตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมธนาคาร 1,200 รายและหมายเลขโทรศัพท์ 20,000 เลขหมาย พร้อมสอบพยานไปแล้ว 30 ปาก ขณะที่ กกต. ดำเนินสำนวนในเส้นทางของกฎหมายเลือก สว. ซึ่งเป็นอีกเส้นหนึ่งจากคดีอาญาทั่วไป
ถ้าถามว่า “คดีนี้ไปถึงการยุบพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่” คำตอบที่ระมัดระวังคือ เป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่ยังไม่ปรากฏฐานข้อเท็จจริงสาธารณะที่พอให้สรุปได้ว่าเข้าเงื่อนไขแล้วในอีกด้านหนึ่ง หากดูจากเอกสารทางการของพรรคประชาชน จุดยืนที่ตรวจสอบได้ชัดในปัจจุบันคือ พรรคมองว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มี “โครงสร้างบิดเบี้ยว” ต้องเปลี่ยนให้มีกติกาที่เป็นธรรมกว่าเดิม เสนอการกระจายอำนาจเชิงลึก เสนอให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ ปฏิรูปศาลทหาร และโอนถ่าย/ยุบเลิก/ปรับปรุงธุรกิจกองทัพ รวมถึงผลักดันนิรโทษกรรมคดีการเมืองสำหรับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมือง โดยไม่รวมผู้ทำรัฐประหารและเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ข้อสรุปเชิงวิเคราะห์ของรายงานนี้คือ สมมติฐานว่าไทยกำลังถูกบีบให้เลือกระหว่าง “ด้านหนึ่งรื้อเสาหลัก” กับ “อีกด้านยึดกลไก” นั้น ถูกต้องบางส่วน แต่ลดทอนความซับซ้อนเกินไป มันถูกตรงที่มีทั้งแรงผลักให้เปลี่ยนโครงสร้างรัฐครั้งใหญ่ และแรงดึงให้ใช้เครือข่ายอำนาจคุมสถาบันสำคัญ แต่ผิดตรงที่ทำให้สังคมเชื่อว่ามีเพียงสองทางเลือก ทั้งที่ทางออกเชิงสถาบันยังมี อย่างไรก็ตาม หากไม่ทำอะไร ต่อให้ยุบพรรคหนึ่งพรรค เครือข่ายก็อาจย้ายชื่อ ย้ายป้าย และกลับมาใหม่ และต่อให้สกัดข้อเสนอปฏิรูปหนึ่งชุด ความไม่พอใจต่อโครงสร้างเดิมก็จะกลับมาในรูปใหม่เช่นกัน"
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี