546.jpg
เด็กเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อัษฎางค์ ถอดบทเรียน ชี้ปืนในมือเด็กคือความจริงที่สังคมต้องตอบ

เด็กเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อัษฎางค์ ถอดบทเรียน ชี้ปืนในมือเด็กคือความจริงที่สังคมต้องตอบ

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

11 สิงหาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์" ถึงโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ระบุว่า เหตุไม่ได้เกิดที่เทพศิรินทร์ นนฯ ตอนที่ 2 : เด็กเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ


เวลาสังคมเจอเหตุแบบนี้ เรามักอยากมี “โปรไฟล์” ของเด็กตัวอันตราย เช่น เงียบ เก็บตัว เล่นเกม ชอบปืน มีปัญหาที่บ้าน หรือเคยโกรธครู

แต่ปัญหาคือ คุณสมบัติเหล่านี้จำนวนมากพบได้ในเด็กจำนวนมหาศาลที่ไม่เคยทำร้ายใครเลย ถ้าเราใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องทำนาย เราจะตีตราเด็กผิดเป็นจำนวนมาก และยังอาจพลาดคนที่ไม่ได้มีภาพเหมือน stereotype ของมือปืน

งานด้านการประเมินภัยคุกคามจึงเปลี่ยนคำถามจาก “เด็กแบบไหนจะเป็นมือปืน?” ไปเป็น “มีพฤติกรรมอะไรที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ความรุนแรงแบบเจาะจงเป้าหมายหรือไม่?”

เราไม่ควรถามว่า “เด็กคนนี้ดูเหมือนมือปืนไหม” แต่ควรถามว่า “เขากำลังทำอะไรที่บอกว่าเส้นทางกำลังเคลื่อนไปสู่ความรุนแรง?”

ในกรณีนี้ เรารู้อะไรบ้าง? มีรายงานว่าการตรวจข้อมูลดิจิทัลพบการเข้าถึงเนื้อหาเกี่ยวกับ school shooting และ mass shooter เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม คือประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ

ข้อมูลนี้มีความสำคัญ แต่ยังต้องพูดอย่างระมัดระวัง เพราะการดูคลิปหรือค้นข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่เท่ากับการมีเจตนาฆ่าคน และยังไม่เท่ากับการเลียนแบบมือปืนคนใด

เรายังไม่เห็นรายงาน digital forensics ฉบับเต็มว่าเด็กค้นคำอะไร ดูอะไรนานแค่ไหน สนใจผู้ก่อเหตุรายใด มีข้อความร่างไว้หรือไม่ มี manifesto หรือไม่ หรือกำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า attack script หรือ แบบแผนในหัวว่าจะลงมืออย่างไร

อีกอย่างที่ยังไม่พบอย่างยืนยันคือ การหลุดข้อมูลความตั้งใจก่อนเหตุ เช่น ขู่ใคร บอกเพื่อนว่าจะทำอะไร พูดถึงเป้าหมาย ส่งข้อความ countdown หรือพูดถึงการตายของตนเองและผู้อื่น

เคยมีคำกล่าวว่าเด็กเคยโพสต์ภาพเกี่ยวกับปืนของปู่ แต่ภาพถือปืนหรือภาพปืนไม่ใช่ leakage โดยอัตโนมัติ เว้นแต่มีบริบทของคำขู่ แผน หรือการสื่อสารเจตนาอย่างอื่นประกอบ

คำถามชวนคิดคือ ถ้าภาพถือปืน การเล่นเกม หรือความเงียบไม่ใช่ warning คำเตือนที่เพียงพอ แล้วอะไรควรเป็น warning?

ตัวอย่างที่มีความหมายมากกว่าคือ การข่มขู่เฉพาะเจาะจง การพยายามหาอาวุธโดยผิดปกติ การค้นหรือวางแผนวิธีโจมตี การพูดซ้ำ ๆ ถึงเป้าหมาย การส่งสัญญาณว่าจะฆ่าตัวตายหรือฆ่าผู้อื่น หรือพฤติกรรมหลายอย่างที่มาบรรจบกันในเวลาสั้นๆ

แต่จุดสำคัญคือ ต่อให้เรารู้ว่าพฤติกรรมแบบไหนน่ากังวล ระบบก็จะช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ หรือไม่มีช่องทางให้ข้อมูลนั้นถูกส่งไปยังคนที่มีหน้าที่ประเมิน

ดังนั้น เราต้องระวัง hindsight bias หรืออคติเมื่อรู้ผลแล้ว เช่น หลังเกิดเหตุ เรากลับไปเห็นทุกอย่างเป็นสัญญาณ ทั้งที่ก่อนเกิดเหตุ คนที่อยู่ตรงนั้นอาจไม่มีข้อมูลครบเหมือนเราวันนี้

งานวิจัยชุดนี้จึงยังไม่พบหลักฐานว่า โรงเรียน ครู ครูแนะแนว เพื่อน หรือญาติได้รับ “actionable warning” ที่ชัดเจนก่อนเหตุ

แต่ต่อให้เราไม่รู้ว่าใครเห็นสัญญาณหรือไม่ มีประตูบานหนึ่งที่เราไม่ต้องเดาเลย เพราะเรารู้ว่ามันเปิดจริง นั่นคือปืนและกระสุนมาอยู่ในมือเด็กได้

______________________________________________

โปรดติดต่อตอนต่อไป

ตอนที่ 3: ประตูบานสำคัญที่สุด: ปืนมาอยู่ในมือเด็กได้อย่างไร?

(ชมคลิปวิเคราะห์และสนทนาในรายงาน Talk 2 ways ลิงค์อยู่ในคอมเมนต์)

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ก่อนกระสุนนัดแรก เอ็ดดี้ ชี้ เหตุสลด เทพศิรินทร์ นนทบุรี จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน)

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top