Logo วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
แพทย์เตือนคนไทยป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ พ่วงติด ‘โควิด-19’ เสี่ยงตายสูง

แพทย์เตือนคนไทยป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ พ่วงติด ‘โควิด-19’ เสี่ยงตายสูง

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 23.00 น.
Tag : ป้องกัน ‘ไข้หวัดใหญ่’ แพทย์เตือนคนไทย พ่วงติด ‘โควิด-19’
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้เกิดความวิตกกังวลต่อคนทั่วโลก รวมถึงประชาชนยังขาดการรับรู้และขาดความเข้าใจในเชิงป้องกันในโรคทั้งสองที่มีอาการที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ซึ่งปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีโรคระบาดทั้งสองโรคพร้อมกัน นอกจากความเสี่ยงที่จะติดโรคใดโรคหนึ่งแล้ว ประชาชนยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อร่วมกัน (co-infection) จากทั้งไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการรุนแรง เกิดอาการแทรกซ้อน และยิ่งทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงได้จัดระดมแนวคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อเสวนาเรื่อง “ความสำคัญของการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วงการระบาดของโควิด-19” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ประโยชน์การดูแลรักษาป้องกันโรค รวมถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สำหรับภาคประชาชน


รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมศึกษาไข้หวัดใหญ่ และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค ปี 2563 ท่ามกลางการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 พฤศจิกายน 2563 มีรายงานพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 119,300 ราย คิดเป็นอัตราป่วยไข้หวัดใหญ่ 179.44 ต่อประชากรแสนคน โดยกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคยังคงพบในเด็กเล็กกลุ่มอายุ 0–4 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5–14 ปี  ขณะที่ข้อมูลสำคัญคือ ในจำนวนดังกล่าวนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ทั้ง 4 ราย มีอายุระหว่าง 36–77 ปี โดยร้อยละ 75 มีประวัติโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย ร้อยละ 50 มีภาวะอ้วน มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30 และพบว่าร้อยละ 50 ไม่มีประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มาก่อน  

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ระบาดในทุกๆ ปี และตลอดปีจะระบาดมากในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว สำหรับในปีพ.ศ. 2563 นี้ มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในช่วงนี้ จึงมีความน่ากังวลเพิ่มมากขึ้น เพราะอาการของทั้งสองโรคนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกัน โดยผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จะมีอาการไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งจะมีอาการที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย คือ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะมีน้ำมูกไม่เยอะ และยังมีการแพร่กระจายสู่ผู้อื่นจากการสัมผัสน้ำมูกหรือเสมหะของผู้ป่วยเมื่อมีการไอและจามเหมือนกันอีกด้วย จากการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนพบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการได้รับเชื้ออื่นๆ แทรกซ้อนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20-80 และการติดเชื้อร่วมกันกับโควิด-19 พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการติดเชื้อร่วมกันนั้นเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 29-55 

ล่าสุดเดือนธันวาคม 2563 ในประเทศไทย พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่าโควิด-19 ถึง 28 เท่า พบผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ ถึงร้อยละ 2 ทั่วโลก โดยในปี 2561-2562 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่มากที่สุดในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน แต่ในปี 2563 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดมากในช่วงมกราคม และมีแนวโน้มลดลงในเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น เมื่อสถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายอาจจะทำให้คนไทยละเลยการดูแลสุขภาพ จึงแนะให้ประชาชนควรใส่ใจป้องกันตนเองและคนใกล้ชิด ควรสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ หมั่นล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด รวมถึงควรรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ร่วมกับการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังระบาดนี้ 

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ โดยชนิด 4 สายพันธุ์สามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 สายพันธุ์  กล่าวคือครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A ทั้ง H1N1 และ H3N2 และสายพันธุ์ B ทั้งตระกูล Victoria และ Yamagata จึงเพิ่มความสามารถในการครอบคลุมเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ดีขึ้น จึงควรได้รับการฉีดเป็นประจำทุกปี เนื่องจากวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในแต่ละปี เป็นเชื้อต่างชนิดกันและบางสายพันธุ์คาดการณ์การระบาดได้ยาก ดังนั้นควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้มีภูมิคุ้มกันสูงตลอดเวลาและครอบคลุมสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆ ให้มากที่สุดโดยฉีดปีละครั้ง ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดปี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นอีกวิธีที่คุ้มค่ามากที่สุดที่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ อีกทั้งมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ทำมาจากเชื้อที่ตายแล้ว ทำให้หมดความสามารถในการก่อโรค และยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 50-90 แต่ในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง การตอบสนองต่อวัคซีนอาจลดลง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังมีประโยชน์ในการลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน โอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตลงได้

ศ.นพ. ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของคนไทยในช่วงการระบาดโควิด-19 ว่าตอนที่อยู่ในช่วงที่มีการ lockdown พบว่าการให้วัคซีนในเวชปฏิบัติลดลงคล้ายกับในประเทศอื่น อย่างไรก็ตามภายหลังการปลด lockdown ดูเหมือนความสนใจในการป้องกันโรค โดยเฉพาะการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือปอดบวมมากขึ้นและทำให้การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็มากขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ซึ่งสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ยิ่งต้องเกิดภาวะพึ่งพาด้านสาธารณสุขมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อมีการเจ็บปวย ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุและการป้องกันโดยการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการทนทุกข์ทรมานต่อความเจ็บป่วย รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้อีกด้วย     

ปัจจุบันการให้วัคซีนป้องกันโรคแก่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังได้รับการสนับสนุนในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยก็มีการสนับสนุนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีการเจ็บป่วยรุนแรง แต่ก็ยังพบว่าอัตราการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคในผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคเรื้อรังยังอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจำเป็นต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจในวงกว้างถึงความสำคัญของการป้องกันโรคที่มีความรุนแรง และควรเริ่มจากคนในครอบครัว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้มีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยปัจจัยพื้นฐานด้วยการรับวัคซีนเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีขึ้น ในกรณีไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อโดยการหายใจหรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อทั่วไปอาการมักไม่รุนแรง แต่หากเกิดในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หอบหืด ถุงลมปอดโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ อาจมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ทำให้ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ยังควรฉีดวัคซีนแก่บุคคลซึ่งใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว เพราะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงเมื่อตนเองป่วยเช่นกัน

นพ. วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครสูง หัวหน้าเขตตรวจราชการ 3 กล่าวว่า  “กรุงเทพมหานครมีมาตรการดูแลป้องกันอย่างเข้มข้น โดยมีการเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงมีแนวทางตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในสถานพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจในทุกศูนย์บริการสาธารณสุข (ARI Clinic) คัดกรองผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจทั้งหมด ไม่ให้เข้าไปในตัวอาคารของสถานพยาบาล เพื่อลดการแพร่เชื้อทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคที่มากับฤดูฝน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน จำแนกได้ 7 กลุ่ม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และโรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัม/ตารางเมตร) ซึ่งได้รับการจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อขอรับการฉีดวัคซีนผ่าน Line : @ucbkk สร้างสุข ซึ่งได้กำหนดเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 3 สายพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา สามารถไปรับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ กล่าวปิดท้ายว่า “องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โลกมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ (Pandemic Influenza) แต่ความน่ากังวลของการเกิดไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ก็คือ ไม่มีทางรู้ว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่จะระบาดที่ประเทศไหนและจะมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ปัจจุบัน WHO ได้ติดตามและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งกำลังดำเนินงานอยู่ใน 153 สถาบันจาก 114 ประเทศ โดยทุกๆ ปี WHO จะออกคำแนะนำว่าเชื้อที่กลายพันธุ์สายพันธุ์ใดควรถูกบรรจุอยู่ในรายการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี ในฐานะมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงขอแนะนำประชาชนทุกท่านที่มีโอกาสรับวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 7 กลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีจากรัฐบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  เพื่อลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสการสูญเสียชีวิต

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved