ทบ. จับมือ กฟผ. ผนึกกำลังพัฒนาพลังงานจากแสงอาทิตย์  เสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย

ทบ. จับมือ กฟผ. ผนึกกำลังพัฒนาพลังงานจากแสงอาทิตย์ เสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก

กองทัพบกไทย (ทบ.) จับมือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผนึกกำลังพัฒนาพลังงานจากแสงอาทิตย์เสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย โดย กองทัพบก (ทบ.) ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกเพื่อให้พลังงานสะอาดมีศักยภาพในการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทย


งานนี้ พลเอกณรงค์พันธ์จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก และบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ.ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก โดยมี พลโทรังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5และ ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. เป็นพยานการลงนามณ ห้องเบญจนฤมิต อาคารเบญจรังสฤษฏ์สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา

ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. และ พล.ท.รังษี กิติญาณทรัพย์กก.ผอ.ใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ร่วมเป็นพยานในการลงนาม

โดยการร่วมลงนามในข้อตกลงครั้งนี้ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดมลภาวะบนพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการดูแลของกองทัพบกในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศรวมกว่า 4.5 ล้านไร่ อาทิ บริเวณพื้นที่ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 3 แสนไร่ ซึ่งคาดว่าจะมีความเหมาะสมในการทำโซลาร์ฟาร์มเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ สำหรับ พลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่เริ่มมีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า และเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศในการลดต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงภาคครัวเรือนที่มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้เกิดชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)พลังงานไฟฟ้าจึงเป็นพลังงานหลักของหลายภาคส่วน ดังนั้นการปรับยุทธศาสตร์ด้านต้นทุนการผลิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากสามารถนำพลังงานหมุนเวียนมาช่วยเสริมในระบบไฟฟ้า นอกจากส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้วในอนาคตหากเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พร้อมด้วย บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ., ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. และ พล.ท.รังษี กิติญาณทรัพย์ กก.ผอ.ใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ร่วมถ่ายภาพ

ทั้งนี้ กองทัพบก และ กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้พลังงานหมุนเวียน จึงทำให้เกิดความร่วมมือกัน เพื่อแสวงหาและพัฒนาด้านพลังงานของประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยและประชาชนได้รับประโยชน์ในเรื่องของการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด อัตราค่าไฟฟ้าลดลง ลดการขาดดุลจากการซื้อไฟฟ้าและนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศ เป็นการระดมทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย สร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชน ตลอดจนเป็นการช่วยเกษตรกรไทยในการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรแบบแลกเปลี่ยน (Barter Trade) กับประเทศที่จำหน่ายเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ ดังนั้นการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงงานไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปฏิรูปในเรื่องพลังงานไฟฟ้า และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในงาน
ผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในงาน
บรรยากาศในงาน
บรรยากาศในงาน
บรรยากาศในงาน
บรรยากาศในงาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top