เปิดวาร์ป 5 คุณประโยชน์ของคอลลาเจน  ตัวช่วยชั้นดีที่ไม่ได้ให้แค่ผิวสวยเป๊ะปัง

เปิดวาร์ป 5 คุณประโยชน์ของคอลลาเจน ตัวช่วยชั้นดีที่ไม่ได้ให้แค่ผิวสวยเป๊ะปัง

วันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สงสัยไหมว่าพอเริ่มอายุมากขึ้นก็มักมีปัญหาต่างๆ เข้ามากวนใจไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวที่ตั้งใจดูแลมาตลอด ทั้งเสียเงินซื้อสกินแคร์ทุกเดือน แต่ก็ยังมีริ้วรอยมากวนใจ หรือปัญหาปวดข้อ ปวดกระดูก ขยับนิดขยับหน่อยก็ดังกร๊อบแกร๊บ จะลุกนั่งก็ลำบาก หรือปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายในอย่างหัวใจ ที่ทุกวันนี้มีเรื่องให้ตกใจไม่เว้นแต่ละวัน ต้องเร่งดูแลกันซะหน่อย สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ (Nutrilite Health Institute) ไม่นิ่งนอนใจ จะพาทุกคนไปรู้จักกับพระเอกที่จะช่วยดูแลทุกปัญหา ให้ทุกคนผิวสวยครบแถมสุขภาพดีได้ในตัวเดียว

ทำความรู้จักกับ “คอลลาเจน”ตัวช่วยสำคัญของหลายปัญหา โดย คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย โดยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของผิวหนัง ผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อเส้นเอ็น นอกจากนั้นยังสามารถพบคอลลาเจนได้ในส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย เช่น หลอดเลือด กระจกตา และฟัน โดยคำว่าคอลลาเจนในภาษาอังกฤษ อย่าง Collagen มีที่มาจากคำภาษากรีกคำว่า “kólla” ซึ่งแปลว่า “กาว” ดังนั้น คอลลาเจนจึงมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันคล้ายกับกาวนั่นเองโดยร่างกายของเรานั้นสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่สำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงและเส้นใยคอลลาเจนจะอ่อนแอลง ซึ่งสัญญาณอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้คือ ผิวของทุกคนไม่เต่งตึง ความยืดหยุ่นอ่อนนุ่มลดน้อยลง และมีอาการปวดตามข้อต่อเพราะกระดูกอ่อนแอลงตามอายุ


ชนิดของคอลลาเจนที่ควรรู้จัก คอลลาเจนมีหลายชนิด และแตกต่างกันไปตามหน้าที่ในร่างกาย แต่ที่สำคัญและควรรู้จักมี 3 ชนิด ได้แก่ คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen type I) เป็นชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกายพบที่ผิวหนัง กระดูก, คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen type II) ทำจากเส้นใยที่หลวมกว่า และพบได้ในกระดูกอ่อนตามข้อต่อ และคอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen type III) พบได้ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และหลอดเลือดแดง

5 คุณประโยชน์ของคอลลาเจนที่ไม่รู้ไม่ได้แล้ว คอลลาเจนกับสุขภาพผิว จากงานวิจัยโดย แอมเวย์ ประเทศจีน ได้มีการทดลองให้ผู้หญิงที่มีภาวะฝ้าที่ใบหน้า รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย 10 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 60 วัน พบว่ารอยดำที่ฝ้าจางลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน นอกจากนี้ เมื่อสังเกตผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจน 2.5-5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผิวแห้งน้อยลงและความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน
และจากการทดลองให้ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มผสมกับคอลลาเจนทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นและความลึกของริ้วรอยลดลงอย่างมาก

คอลลาเจนกับอาการปวดข้อ จากการศึกษาพบว่า เมื่อให้นักกีฬารับประทานคอลลาเจน 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 24 สัปดาห์ พบว่าอาการปวดข้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ที่รับประทานคอลลาเจน 2 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 70 วัน พบว่าช่วยลดอาการปวดข้อได้อย่างมีนัยสำคัญและสามารถมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานอีกด้วย

คอลลาเจนกับมวลกระดูก จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมร่วมกับคอลลาเจน5 กรัมทุกวัน เทียบกับการรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมอย่างเดียวทุกวันเป็นเวลา 12 เดือน พบว่าผู้หญิงที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมและคอลลาเจนมีระดับโปรตีนในเลือดที่ส่งเสริมการสลายกระดูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าผู้ที่รับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียว

คอลลาเจนกับมวลกล้ามเนื้อ จากการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในผู้ที่เป็นโรคซาร์โคพีเนีย หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่มักพบในผู้สูงอายุ และเมื่อให้ผู้ชายที่กล้ามเนื้อน้อย เสริมคอลลาเจน 15 กรัม ขณะเข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายทุกวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ออกกำลังกายแต่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน พบว่ามีมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คอลลาเจนกับสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาพบว่าคอลลาเจนเป็นโครงสร้างของหลอดเลือดแดง หากคอลลาเจนมีไม่เพียงพอ หลอดเลือดแดงอาจอ่อนแอและเปราะบาง นำไปสู่การตีบตันของหลอดเลือด อาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีการทดลองให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงรับประทานคอลลาเจน 16 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 6 เดือน พบว่าความแข็งของหลอดเลือดลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนที่จะเริ่มรับประทานคอลลาเจน

กินอะไรจึงจะสามารถเพิ่มคอลลาเจนในร่างกายได้? คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีความพิเศษเพราะมีกรดอะมิโน 3 ชนิดที่พบได้น้อยในอาหารอื่นๆ ได้แก่ ไกลซีน, โพรลีนและไฮดรอกซีโพรลีน โดยทุกคนสามารถช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่สำคัญนี้ได้โดยการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้ วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว พริกหวาน และสตรอเบอร์รี่, โพรลีน พบมากในไข่ขาวจมูกข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จากนม กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ด,ไกลซีน พบมากในหนังหมู หนังไก่ และเจลาติน หรืออาหารที่มีโปรตีนสูงต่างๆ, ทองแดง พบมากในเนื้อสัตว์ เมล็ดงา ผงโกโก้ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเลนทิล นอกจากนี้ ร่างกายของเรายังต้องการโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นในการสร้างโปรตีนใหม่ เช่น โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นแหล่งของกรดอะมิโนชั้นยอด

สิ่งที่ทำลายคอลลาเจน มีอะไรบ้าง? การรับประทานน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีมากเกินไป น้ำตาลจะขัดขวางความสามารถของคอลลาเจนในการซ่อมแซมตัวเอง ควรลดการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีให้น้อยที่สุด

การได้รับแสงแดดมากเกินไปเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายและลดการสร้างคอลลาเจน ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดมากเกินไป และป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอนอกจากนี้ การสูบบุหรี่ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง ส่งผลให้แผลหายช้าลง และทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้น

รู้จัก “คอลลาเจน คอมเพล็กซ์”ส่วนผสมที่พบบ่อยในผลิตภัณฑ์คอลลาเจน เนื่องจากคอลลาเจนสามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างหลากหลาย การบริโภคสารอาหารต่างๆที่ช่วยสร้างคอลลาเจนอาจไม่เพียงพอทำให้หลายคนเลือกที่จะบริโภคผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเสริมเข้าไปอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ดีมักจะมีส่วนผสมของ คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ ที่ประกอบด้วย คอลลาเจน
เปปไทด์จากปลาทะเล เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว ที่มีคุณสมบัติที่ส่งเสริมการทำงานของกันและกันในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย โดยนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า คอลลาเจนคอมเพล็กซ์ มีส่วนช่วยให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้น 15% และเม็ดสีผิวลดลง 20% ใน 60 วันอีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top