วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงใฝ่เรียนรู้วิทยาการหลากสาขา การทรงรู้รอบกว้างไกลด้านจีนวิทยาเป็นที่ประจักษ์แจ้งชัด เมื่อผสานกับการทรงมีพรสวรรค์ในการประพันธ์และพระวิริยะหมั่นฝึกฝนการเขียน ก่อเกิดเป็นรัตนสารด้านจีนวิทยาจำนวนมาก ทั้งสารคดีเสด็จฯทรงเยือนประเทศจีน พระราชนิพนธ์แปลบทกวีนิพนธ์จีน นวนิยาย เรื่องสั้น บทละครพูด ความเรียงร้อยแก้ว สารคดีวิชาการ ปาฐกถาทรงบรรยาย และอื่นๆ
ในเทศกาลตรุษจีน ปีฉลูทอง 2564 นี้ นานมีบุ๊คส์ เชิญชวนผู้อ่านมาเรียนรู้และศึกษาสังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวจีนจากศตวรรษที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านพระราชนิพนธ์และพระราชนิพนธ์แปลอันทรงคุณค่า 14 เล่ม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
.jpg)
เล่มแรก พระราชนิพนธ์แปล บทละครพูดร้านน้ำชาในอดีตชาและร้านน้ำชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวจีนร้านน้ำชาเป็นที่พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนทุกหมู่เหล่า เหลาเส่อเขียนเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1957 ใช้ร้านน้ำชาในกรุงปักกิ่งเป็นฉากสำคัญ เนื้อหาสาระในบทละครนี้ได้อ้างอิงถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จีนในช่วง 5 ทศวรรษ (ค.ศ. 1898 ถึงทศวรรษ 1940) กล่าวถึงการปฏิรูปร้อยวันในสมัยจักรพรรดิกวางซู่ (ค.ศ. 1898) การแย่งชิงอำนาจหลังการปฏิวัติ ค.ศ. 1911 จนเข้าสู่ยุคขุนศึกในช่วง ค.ศ.1917-1928 สงครามต่อต้านญี่ปุ่น ค.ศ.1937-1945)การต่อสู้ระหว่างก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ เหลาเส่อจบลงโดยเห็นภาพร้านน้ำชาที่พยายามปรับตัวให้อยู่รอดในห้าทศวรรษนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ล้มเหลว เจ้าของร้านสิ้นหวังและฆ่าตัวตาย
เล่มที่สอง พระราชนิพนธ์แปล ผีเสื้อ นวนิยายเรื่องนี้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์จีนช่วง ค.ศ.1949-1979 แต่เน้นที่สังคมจีนในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม (ค.ศ.1966-1976) การเมืองในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมสับสนมาก มีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่ยึดมั่นอุดมการณ์คอมมิวนิสต์อย่างเคร่งครัดกับกลุ่มที่ยอมรับการปรับเปลี่ยนบ้าง เพื่อให้สามารถพัฒนาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าได้มากขึ้น ตัวเอกของเรื่องคือจางซือหยวน เป็นหนึ่งในกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน เคยมีตำแหน่งทางการเมืองหลังสมัยการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ แต่ชีวิตพลิกผันตกต่ำอย่างมากในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม แล้วกลับดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ยุคสี่ทันสมัย เป็นที่มาของชื่อผีเสื้อ เป็นปรัชญาของจวงจื่อที่พูดถึงชีวิตที่กลับไปกลับมา ไม่รู้ผีเสื้อกลายเป็นจวงจื่อ หรือจวงจื่อกลายเป็นผีเสื้อ

เล่มที่สาม พระราชนิพนธ์แปล เมฆเหิน น้ำไหล นวนิยายเรื่องนี้บันทึกภาพสังคมปัญญาชนในยุคสี่ทันสมัยผ่านเกาเหรินหยุนตัวเอกที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น เกาเหรินหยุนยึดมั่นในจริยะแห่งความเป็นครู แก่นของเรื่องนี้เน้นปัญหาจริยธรรมในสังคมปัญญาชนเมื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงในยุคสี่ทันสมัย ปัญญาชนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่มีอุดมคติและความเชื่อในระบบคุณค่าที่แตกต่างกันคุณค่าเดิมเน้นความรู้และคุณธรรม คุณค่านี้กำลังถูกท้าทายจากวัฒนธรรมใหม่ที่แพร่เข้ามา
เล่มที่สี่ พระราชนิพนธ์แปล หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า เรื่องนี้สะท้อนภาพชีวิตในหมู่บ้านชนบทของจีนเมื่อปลายทศวรรษ 1960 ที่ดำรงชีวิตในระบบคอมมูนประชาชน คอมมูนประชาชนเป็นองค์กรทางเศรษฐกิจด้านการผลิต มีหมู่บ้านเป็นพื้นฐานสำคัญของหน่วยผลิตย่อย รัฐบาลจีนจัดตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1958 และยกเลิกไปเมื่อ ค.ศ.1982 นวนิยายแสดงให้เห็นว่าในระบบคอมมูน หมู่บ้านในเรื่องยังยากจน จะเข้าไปติดต่อกับอำเภอก็ต้องเดินทางไกล ยากลำบาก ทุกคนต้องรับผิดชอบทำงานต่างๆตามหน้าที่ แม้แต่เด็กอายุน้อยก็ต้องช่วยทำงาน…ในเรื่องได้พูดถึงเด็กน้อยกล้าหาญบริสุทธิ์คนหนึ่งที่ชื่อเลาจา เป็นเด็กที่มีน้ำใจ สละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยคนแก่หนีภัยน้ำท่วม

เล่มที่ห้า พระราชนิพนธ์แปล ไป๋อิ๋นน่า หมู่บ้านลับลี้ริมฝั่งน้ำนำเสนอภาพชีวิตในหมู่บ้านชาวประมงในเมืองเล็กๆ ทางเหนือสุดของมณฑลเฮย์หลงเจียงซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ในหน้าหนาวหมู่บ้านนี้จะหนาวมาก น้ำในแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ชาวบ้านจับปลาได้เฉพาะแต่ในหน้าร้อนที่แพน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ จะแตกเป็นริ้วๆ ในช่วงที่ชาวบ้านจับปลาได้มาก พ่อค้าจากในเมืองจะมาซื้อปลาถึงหมู่บ้าน แต่หน้าร้อนปีนี้พ่อค้าร้านขายของชำในหมู่บ้านไปหลอกพ่อค้าในเมืองว่ายังไม่ถึงฤดูจับปลาที่หมู่บ้าน เมื่อไม่มีพ่อค้ามาซื้อปลา ชาวบ้านก็ย่างปลาบนเตียงคั่ง พ่อค้าร้านชำจึงตั้งราคาเกลือที่จะใช้ถนอมปลาได้สูงตามอำเภอใจและตัดสายโทรศัพท์ไม่ให้หมู่บ้านติดต่อโลกภายนอกได้ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม
ภายในเล่มยังประกอบด้วยเรื่องสั้นร่วมสมัยของนักเขียนชื่อก้องอีก 3 เรื่อง คือ ซุปที่อร่อยช่างน่ากลัวยิ่ง กินหม้อไฟในหน้าร้อนและคำไว้อาลัยหมา

เล่มที่หก พระราชนิพนธ์แปล นารีนครา เสนอภาพของสตรีในเมืองใหญ่ (อู่ฮั่น) ที่ใช้ชีวิตอยู่ได้ตามลำพังโดยไม่ต้องพึ่งผู้ชาย เป็นหัวหน้าครอบครัว มี่เจี่ยนางเอกของเรื่องเป็นหญิงม่าย เป็นเจ้าของร้านขัดรองเท้า มี่เจี่ยให้กำลังใจลูกน้องหญิงที่คิดเลิกกับสามีให้มีความกล้าหาญองอาจมาต่อสู้ผจญภัยในโลก แทนที่จะยอมจำนนต่อชีวิตครอบครัวที่ผิดหวัง ส่วนแม่ผัวของมี่เจี่ยแม้ว่าจะอายุ 80 กว่าปีแล้วก็เข้าใจโลกสมัยใหม่ สามารถผสานค่านิยมของโลกเก่าและโลกใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เล่มที่เจ็ด พระราชนิพนธ์แปล ตลอดกาลน่ะนานแค่ไหน เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าในสังคมจีนสมัยใหม่สตรีในเมืองใหญ่บางคนก็ยังยึดอยู่กับจารีตวัฒนธรรมเดิมที่ให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียสละ ไป๋ต้าสิ่งนางเอกของเรื่องเป็นเด็กดีตามที่พวกคนแก่เรียกว่าเด็กเหรินอี้ เมื่อเติบโตขึ้นปักกิ่งเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมแห่งความทันสมัย ไป๋ต้าสิ่งก็ต้องปรับตัวและเผชิญกับปัญหาการทำงานและความรัก แม้เธอจะถูกฝ่ายชายทิ้งไป แต่แล้วเมื่อชีวิตครอบครัวของเขาล้มเหลว เขาอุ้มลูกกลับมาหาเธอ ไป๋ต้าสิ่งต้องการปฏิเสธ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อความสงสาร เสียสละยอมแต่งงานกับเขา

เล่มที่แปด พระราชนิพนธ์แปล ความรักใดจะไม่ปวดร้าว สะท้อนปัญหาครอบครัวในสังคมจีนปัจจุบันจากมุมมองของสตรีที่มีการศึกษาสูงจบมหาวิทยาลัย พวกเธอต้องการความก้าวหน้าในการทำงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการแต่งงานและมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นสุข ในสภาพความกดดันของสังคม ความทะเยอทะยานในอาชีพการงานทำให้ผู้หญิงทำแท้งและกลายเป็นบาดแผลในใจ ท้ายที่สุดเมื่อมีลูกก็ต้องออกจากงานมาเลี้ยงลูก หมดความมั่นใจในตัวเอง และเริ่มสงสัยในความรักของสามี
เล่มที่เก้า พระราชนิพนธ์แปล รอยยิ้มของน้ำตาและหัวใจ รวมวรรณกรรมจีนร่วมสมัย 4 เรื่องของ 3 นักเขียนหญิงที่สะท้อนว่าความรักเป็นทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ทั้งยังสะกดใจให้ใคร่ครวญว่า ระหว่างความรักที่ถือประโยชน์เป็นที่ตั้งกับความรักที่เสียสละเพื่อผู้อื่น อย่างไหนจะทำให้ชีวิตมีความหมายและมีค่ามากกว่ากัน

เล่มที่สิบ มรกต พระราชนิพนธ์แปลเล่มใหม่ล่าสุดที่ชวนซาบซึ้ง เข้าใจพลังอันเพริศพรายหลายมิติของความรักอย่างแท้จริง โดย เจิ่งลิ่งเอ๋อร์ สาวน้อยผู้ปราดเปรื่องด้านคณิตศาสตร์ แต่ไร้เดียงสา
ในความรักจนยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อจั่วเวยชายที่ตนรักให้พ้นผิดจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อชาติ จนต้องถูกเนรเทศไปอยู่ยังถิ่นทุรกันดาร เธอมีลูกกับจั่วเวยโดยไม่คาดคิดและยังต้องผจญกับการดูถูกเหยียดหยามจากผู้คน แต่สิ่งที่ทำให้เธอยืนหยัดและเข้มแข็งได้คือเถาเทา ลูกผู้เชื่อมโยงชีวิตของเธอกับจั่วเวยเอาไว้ ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอต้องสูญเสียเถาเทาไปตลอดกาล แต่แล้ววันหนึ่งหลูเป่ยเหอเพื่อนสมัยเรียนผู้แอบรักจั่วเวยและกลายมาเป็นภรรยาของเขา ติดต่อขอให้เจิ่งลิ่งเอ๋อร์ช่วยทำภารกิจบางอย่างร่วมกับจั่วเวยเธอจะตัดสินใจอย่างไรดี
เล่มที่สิบเอ็ด เพียงวันพบวันนี้ที่สำคัญ รวบรวมเรื่องสั้นที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแปลไว้ในเวลาต่างๆ กัน เพื่อให้ผู้อ่านได้อ่านวรรณกรรมต่างประเทศที่มีคุณค่า และให้ผู้อ่านพินิจเห็นถึงความเสื่อมสลายทางจิตวิญญาณของสังคมสมัยใหม่ที่มนุษย์ใช้วัตถุเป็นเครื่องวัดความสุขในชีวิต

เล่มที่สิบสอง ศิลปะจีน ปาฐกถาพระราชนิพนธ์เรื่อง “ศิลปะจีน”มีเนื้อหาสาระเปี่ยมด้วยคุณค่า ครอบคลุมศิลปะจีนแขนงต่างๆ ครบถ้วนทั้งด้านทัศนศิลป์ ศิลปะการแสดง และวรรณศิลป์ อีกทั้งยังได้ทรงฉายภาพงานศิลปะประเภทต่างๆ ที่คัดสรรแล้วอีกประมาณ 130 ภาพประกอบการบรรยาย อันทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ซาบซึ้ง
เล่มที่สิบสาม มองสังคมจีนผ่านวรรณกรรม ปาฐกถาทรงบรรยายและพระราชนิพนธ์บทความเรื่อง “มองสังคมจีนผ่านวรรณกรรม” ซึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายและทรงเรียงร้อยในการสัมมนาทางวิชาการ “70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ค.ศ. 1949” เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2562 ดุจดั่งหน้าต่างที่เผยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมจีนผ่านถ้อยคำและความคิดที่กลั่นกรองเรียงร้อยผ่านนวนิยาย บทละคร และเรื่องสั้นจากนักเขียนจีนร่วมสมัย 13 ท่าน

เล่มที่สิบสี่ เมื่อข้าพเจ้าเขียนย่ำแดนมังกร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถด้านจีนวิทยาอย่างถ่องแท้ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนแต่ละครั้งได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรศิลปวัตถุที่จัดแสดงตามสถานที่สำคัญ รวมถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของประเทศจีนในแง่มุมต่างๆ คำบรรยายพระราชนิพนธ์นี้จึงไม่ได้มาจากการศึกษาเนื้อหาความรู้จากตำรับตำราทั่วไปหรือจากการได้เห็นได้ชมมามากอย่างหนึ่งอย่างใด หากแต่เป็นคำบรรยายของผู้ที่ทั้งได้ศึกษา ได้เห็น และมีประสบการณ์ความเข้าใจในประเทศจีนอย่างแจ้งชัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี