วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
แม่วัย 67 สุดช็อครู้ข่าวเศร้าลูกสาวหนึ่งในผู้เสียชีวิตเครนมรณะคร่าชีวิต เผยเพิ่งกลับมาอยู่กับแม่ช่วงปีใหม่พาไปคำชะโนดไหว้ขอพรปู่ศรีสุทโธเป็นที่สุดท้าย ก่อนเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ แม่เล่าไปน้ำตาคลอไปบอกลูกสาวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงส่งเงินมาให้แม่ใช้ทุกเดือน ทุกๆ ปีในวันปีใหม่และวันสงกรานต์จะมาเยี่ยมแม่ สงกรานต์นี้ซื้อตั๋วไว้ก่อนแล้ว เพื่อกลับมาเยี่ยมแม่อีกครั้ง น้ำตาไหลสูญเสียสามีเมื่อ4 ปียังทำใจไม่ได้ปีนี้ต้องมาสูญเสียลูกสาวอีก วันเกิดเหตุลูกสาวกำลังเดินทางไปร่วมงานศพแม่สามีที่อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยภรรยาน้องชายสามี เสียชีวิตทั้งคู่
15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากโศกนาฏกรรมเครนมรณะหล่นมาทับผู้โดยสารภายในรถไฟจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ที่อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อเช้าวันที่ 14 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าหนึ่งในนั้นเป็นชาวจ.อุดรธานี ต่อมาเวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 112 บ้านหม้อ หมู่ 4 ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายเปรมประภาพร ศรีสุธรรม หรือ “แจ๋ว” อายุ 46 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเครนมรณะครั้งนี้

โดยบรรยากาศที่บ้านเป็นไปอย่างโศกเศร้ามีชาวบ้านมากางเต็นท์ เตรียมโต๊ะเพื่อจัดงานศพ พร้อมกันนี้ชาวบ้านเดินทางมาให้กำลังใจกับนางผ่อน ศรีสุธรรม อายุ 67 ปีซึ่งเป็นแม่ของนางเปรมประภาพร ยังมีอาการโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียลูกสาวไปอีกคน หลังจาก 4 ปีที่แล้วสูญเสียสามีไปยังทำใจไม่ได้ปีนี้ต้องมาสูญเสียลูกสาวอีก

นางผ่อน บอกว่า ลูกสาวคือนางเปรมประภาพร เป็นลูกสาวคนที่ 2 จากลูก 3 คน พอเรียนจบแค่ป.6 ก็ไปทำงานกรุงเทพฯ นานกว่า 35 ปีแล้ว เริ่มต้นจากเด็กล้างจานไปทำงานหลายที่จนไต่เต้าจนเป็นหัวหน้าคนงานที่โรงงานพลาสติค ทุกๆ เดือนจะส่งเงินให้แม่เดือนละ 6,000 บาท โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์จะกลับมาเยี่ยมแม่ทุกปีเพราะเป็นห่วงแม่และรู้ว่าแม่อยู่บ้านคนเดียว อย่างปีนี้กลับมาอยู่กับแม่วันที่ 28 ธ.ค.68 กลับไปทำงานเมื่อวันที่ 2 ม.ค.69 มาอยู่กับแม่ 4 วัน ก็กลับไปทำงาน แต่ก่อนกลับไปทำงานวันที่ 1 ม.ค.พาแม่ไปไหว้ปู่ศรีสุทธไว้ขอพร เป็นที่สุดท้ายที่พาแม่ไป

วันเกิดเหตุลูกสาวพร้อมภรรยาของน้องชายสามี ที่เขาเรียกว่า สะใภ้ใหญ่และสะใภ้พากันนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯเพื่อไปร่วมงานศพแม่ของสามี ที่อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ โดยนั่งโบกี้ที่ 2 ทราบว่านั่งตรงที่นั่งหมายเลข 37 และ 38 โดยที่นั่ง 37 คือน.ส.ตา ภรรยาของน้องชายสามีลูกสาวนั่ง ส่วนหมายเลข 38 นางแจ๋วลูกสาวเป็นคนนั่ง เหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟครั้งนี้สูญเสียทั้ง 2 คนสะใภ้เล็กและสะใภ้ใหญ่

เขาเป็นคนรักแม่มาก โทรหาแม่ทุกวัน ส่งเงินมาให้แม่ทุกเดือน เพราะเป็นห่วงแม่ เขารู้ว่าแม่อยู่คนเดียว หากกลับมาหาแม่ก็จะพาไปแม่ทานข้าวตามห้าง เขาบอกว่า อยากให้แม่เปิดหูเปิดตา แม่เลี้ยงมาอยากตอบแทนบุญคุณแม่ อะไรอร่อยๆ ก็อยากให้แม่ทาน แพงแค่ไหนก็จ่ายให้ได้ แต่การสูญเสียครั้งนี้แม่บอกเลยใจแทบขาด ใจสั่นร้องไห้ทุกเวลาหลังรู้ข่าว ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร เพิ่งสูญเสียสามีไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วยังทำใจไม่ได้มาปีนี้ต้องสูญเสียลูกสาว เขาเป็นคนดีมาก ที่ผ่านมาเขายอมทำงานหนักเพื่อส่งเงินมาให้แม่และให้น้องชายได้เรียนหนังสือ จำได้ครั้งหนึ่งลูกสาวน้อยใจอยู่ว่าไม่ได้เรียนหนังสือให้แต่น้องเรียน แต่เขาก็ไม่ว่าอะไรยิ่งทำงานหนักส่งเงินให้น้องเรียนช่วยแม่ และในเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ทุกๆ ปีลูกสาวจะกลับมาเยี่ยมแม่ มาอยู่กับแม่มากอดแม่ สงกรานต์ปีนี้ซื้อตั๋วไว้รอแล้วเพื่อกลับมาหาแม่อีกครั้ง แต่สงกรานต์ปีนี้ลูกสาวของแม่ไม่ได้กลับมาหาแม่อีกแล้ว!!! หัวอกคนเป็นแม่เล่าไปก็น้ำตาไหล
ทางด้านนายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง เผยว่า ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่ามีคนอุดรเสียชีวิตในโศกนาฏกรรมเครนหล่นทับรถไฟ ต่อมามีผู้ใหญ่บ้านบ้านหม้อ โทรมาแจ้งว่า ขอให้ไปรับศพเพราะมีชาวบ้านในหมู่บ้านเสียชีวิตจากเครนหล่นทับที่โคราช จึงรีบประสานให้ทีมงานไปทันที เหตุการณ์ครั้งนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอย่างสุดซึ้ง คาดว่าศพจะเดินทางมาถึงประมาณ 5-6 ทุ่มคืนนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี