542.jpg
ย้ายท่าเรือคลองเตย ผุดคอมเพล็กซ์-ไร้กาสิโน

ย้ายท่าเรือคลองเตย ผุดคอมเพล็กซ์-ไร้กาสิโน

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.05 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือไทยให้เป็นประตูการค้าแห่งโอกาสของประชาชน และเป็นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยที่เชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของโลกเข้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนมีนโยบายศึกษาการย้ายภารกิจท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ไปยังท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมดในระยะยาว เพื่อให้ไทยมีท่าเรือสินค้าหลักเพียงแห่งเดียว ลดต้นทุนการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และรองรับการขนส่งสินค้าทางทะเลได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงก่อนก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังว่ากำหนดแนวทางให้ทยอยย้ายภารกิจจากท่าเรือกรุงเทพหรือไม่ หากมีมติเดิม จะดำเนินการตามแนวนโยบายนั้น แต่หากไม่มี จะนำเรื่องเข้าสู่การหารือร่วมกับ กทท. และเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันท่าเรือกรุงเทพรองรับตู้สินค้า 1.3 ล้านทีอียูต่อปี ขณะที่ท่าเรือแหลมฉบังรองรับได้ 8-10 ล้านทีอียู และรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้โดยตรง ต่างจากท่าเรือกรุงเทพที่มีข้อจำกัดด้านร่องน้ำและเส้นทางเดินเรือ ทำให้เสียเวลาและต้นทุนในการขนส่ง รวมถึงส่งผลกระทบต่อการจราจรจากรถบรรทุกที่ต้องเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร การรวมศูนย์จึงถือเป็นแนวทางที่คุ้มค่ากว่าในเชิงบริหารจัดการ

“หากย้ายการขนส่งสินค้าออกจากท่าเรือกรุงเทพไปรวมที่ท่าเรือแหลมฉบังได้ จะนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และเน้นย้ำชัดเจนว่าต้องไม่มีกาสิโน พื้นที่ที่จะพัฒนา ประกอบด้วย ท่าเรือเรือสำราญ ท่าเรือท่องเที่ยว และโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดี เพื่อสร้างรายได้ให้ กทท. ผ่านการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบสัมปทานระยะยาว” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่สำคัญจะนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับชุมชนคลองเตย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรอบท่าเรือที่มีอยู่กว่า 12,600 ครัวเรือน หรือประมาณ 40,000 คน โดยจะเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากแนวราบที่แออัดให้เป็นที่อยู่อาศัยแนวตั้งในลักษณะอาคารสูงที่ทันสมัย นอกจากนี้จะพัฒนาพื้นที่ที่เหลือเป็นสวนสาธารณะ ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนต้นแบบ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสูง คาดว่าจะใช้เนื้อที่ 500-600 ไร่ ยืนยันว่าจะลงพื้นที่ไปเจรจาและชี้แจงทำความเข้าใจกับคนในชุมชนด้วยตนเอง เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์และสวัสดิการที่จะได้รับในอนาคต

“ผมสั่งให้ชะลอแผนพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ 2,353 ไร่ที่เคยศึกษาไว้ เพราะต้องปฏิวัติแผนใหม่ให้สอดคล้องแนวคิดย้ายไปแหลมฉบัง จากนั้นจึงพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด ไม่ใช่ทยอยพัฒนา” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ท่าเรือกรุงเทพยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่ในระยะยาวมีเป้าหมายที่แน่ชัด คือ ปิดท่าเรือกรุงเทพ หลังจากลดบทบาทลงจนรวมศูนย์การขนส่งสินค้าไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังได้ทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะต้องปิดภายในปีไหน เพราะต้องผ่านกระบวนการศึกษารายละเอียด มีการหารือกับผู้บริหาร และคณะกรรมการ กทท. รวมถึงชุมชนคลองเตย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งต้องพิจารณามติ ครม.เดิม ก่อนที่จะกำหนดทิศทางอย่างเป็นทางการ

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า รัฐบาลจะยุติการใช้คำว่าโครงการแลนด์บริดจ์ และ พ.ร.บ.SEC เพื่อสร้างความสบายใจแก่ทุกฝ่าย โดยยืนยันว่ายังเดินหน้าศึกษาโครงการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน พร้อมรอข้อสรุปผลการศึกษารายละเอียดทั้งด้านท่าเรือ ระบบราง และรูปแบบการลงทุนต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top