วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
โรโบเวลธ์ กรุ๊ป ผู้นำในการให้บริการด้านการลงทุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Wealth Techผุดโปรเจกต์เพื่อสังคม ผ่าน odini application ภายใต้คอนเซปต์ “พี่ได้ออม น้องได้เรียน”ที่นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าได้ออมเงินผ่านการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดโอกาสในประเทศไทยด้วย
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โรโบเวลธ์กรุ๊ป จำกัดเผยว่าโปรเจกต์“พี่ได้ออม น้องได้เรียน”เกิดขึ้นจากการเห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยทั้งด้านการศึกษา ด้านรายได้ และด้านความมั่งคั่งจากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในตลาดทุนพบว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งในระดับที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพ ทำให้มีเงินไม่พอใช้จ่าย ไม่มีเงินเหลือเก็บ ส่งผลให้ความมั่งคั่งไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอายุการทำงานที่เพิ่มขึ้น และเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อคนเพียง 20,000 บาทต่อเดือนนั้น (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) มาจากการที่เขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในช่วงมัธยม ดังนั้นโอกาสในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่การงานที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง มีเงินเก็บ ก็จะน้อยกว่าคนที่มีวุฒิการศึกษาดีๆทั่วไปจากสถิติของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประเทศไทยมีนักเรียนยากจนและด้อยโอกาสประมาณ2 ล้านคนหรือ30% จากจำนวนนักเรียนทั้งหมดในประเทศไทย
โปรเจกต์นี้จึงเกิดขึ้น เพื่อหวังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ต้นเหตุส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาและความมั่งคั่งไปพร้อมกัน โดยตั้งใจสร้างให้“พี่ได้ออมน้องได้เรียน”เป็นโปรเจกต์ต่อเนื่องของโรโบเวลธ์ทุกปีซึ่งในระยะแรกจะใช้ odini เป็นช่องทางหลักในการทำโปรเจกต์ เนื่องจากมีฐานผู้ใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในโครงการนี้ได้อย่างทั่วถึง
นายชลเดช เผยต่อว่า “พี่ได้ออม น้องได้เรียน” จะถูกแบ่งเป็น 2 เฟสด้วยกัน เฟสแรกเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 30เม.ย. 2564 โดยodiniจะมอบทุนการศึกษาผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์จำนวน 0.20% ของยอดเงินที่ทุกคนลงทุนผ่านodini(คำนวณจากเงินลงทุนสุทธิของหน่วยลงทุนที่ได้รับการจัดสรร)และเงินส่วนนี้ไม่ได้หักจากเงินของผู้ลงทุน แต่odiniจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสมทบเงินตามสัดส่วนดังกล่าว จากนั้นมูลนิธิยุวพัฒน์จะนำเงินไปจัดสรรและมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กขาดโอกาสระดับชั้นมัธยมศึกษาคนละ 7,000 บาทต่อปี และระดับชั้นปวช. คนละ 14,000 บาทต่อปี โดยการคัดเลือกนักเรียนทุนจะคัดจากฐานะของครอบครัวที่มีความยากจนเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนต่อจนจบชั้น ม.6 หรือ ปวช.3
ส่วนเฟสที่สองนั้น odiniจะTop Up เงิน 0.20% ให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกมูลนิธิหรือโรงเรียนที่ต้องการมอบเงินจำนวนนี้ได้เอง โดยสามารถทำรายการดังกล่าวได้บน odini applicationนอกจากนี้ระบบจะมีการแสดงหน้าจดหมายขอบคุณจากน้องๆ ที่ได้รับทุนการศึกษาผ่านโปรเจกต์“พี่ได้ออม น้องได้เรียน” และลูกค้าจะได้รับใบเสร็จที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วยดังนั้น สำหรับทุกคนที่ลงทุนกับ odiniแล้ว ผลตอบแทนจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องของเงิน หรืออนาคตของตัวเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ร่วมกันเปิด “ประตูโอกาส” ให้กับอนาคตของเด็กขาดโอกาสไปพร้อม ๆ กัน
นายชลเดช ปิดท้ายว่า ปี 64 ได้ตั้งเป้ามอบเงินทุนการศึกษารวม 3,000,000 บาทเพื่อสร้างโอกาสด้านการศึกษาให้กับเยาวชนในประเทศไทย ให้เด็กเหล่านี้ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เติบโตมามีหน้าที่การงานและมีรายได้ที่ดี จนสามารถออมเงินและเข้าถึงการลงทุนได้ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ จนท้ายที่สุดปัญหาที่เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งจะถูกแก้ไขได้อย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี