วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
ขยะติดเชื้อทางการแพทย์ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ของไทย

ขยะติดเชื้อทางการแพทย์ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ของไทย

วันเสาร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag : ขยะติดเชื้อทางการแพทย์
  •  

ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด ปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์ก็ทวีจำนวนมากขึ้น หากเราไม่สามารถกำจัดขยะประเภทนี้ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ในระดับสากลนั่นหมายความว่ามันคือระเบิดเวลาลูกใหญ่มหึมาของสังคมไทย 

รายการไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับนายแพทย์พงศ์ธร เกียรติดำรงวงศ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสุขภาพ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่นับวันจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกขณะ 


l คุณหมอครับ ช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาโควิด-19 ระบาด มันส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์มากกว่าก่อนหน้ามีโรคนี้ระบาดมากมายกี่เท่าครับ 

น.พ.พงศ์ธร : เวลาคำนวณหาปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์ เราคิดเบื้องต้นจากจำนวนผู้ป่วยที่นอนเตียงในโรงพยาบาลครับ คนไข้ในโรงพยาบาลหนึ่งคนสร้างขยะเฉลี่ยครึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัม และต้องดูด้วยว่าผู้ป่วยป่วยด้วยโรคอะไร ถ้าเป็นผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดก็จะมีขยะนี้มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ต้องผ่าตัด สำหรับภาพรวมในบ้านเรามีปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 53 ล้านกิโลกรัมต่อปี แต่ย้ำว่านี้คือตัวเลขที่ได้จากโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีขยะติดเชื้ออีกจำนวนไม่น้อยที่อยู่ตามบ้านเรือนประชาชน เพราะมีประชาชนป่วยแต่ไม่ได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทุกคน ซึ่งบอกได้ว่าตัวเลขนี้ไม่น้อย แต่เราไม่มีจำนวนที่ชัดเจน ตัวอย่างชัดๆ คือผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ที่รักษาตัวที่บ้าน ก็สร้างขยะติดเชื้อได้ โดยเฉพาะน้ำมูก เสมหะ น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ เป็นต้น และยังมีสารคัดหลั่งที่ออกมาจากร่างกายคนป่วย ซึ่งมีเชื้อโรคและสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ แต่สำหรับน้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของคนปกติไม่ถือเป็นขยะติดเชื้อ แต่เป็นสิ่งปฏิกูลที่ต้องได้รับการกำจัดในแบบที่เหมาะสม เพื่อกันการแพร่กระจายของแบคทีเรียด้วย ซึ่งขยะติดเชื้อกับสิ่งปฏิกูลใช้การกำจัดในกรรมวิธีที่ต่างกันมากยิ่งถ้าเป็นขยะติดเชื้อยิ่งต้องป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จากผลการศึกษาพบว่าช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้ขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งเท่าตัว ถามว่ามันมาจากไหน อธิบายได้ง่าย ๆ คือ ช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้ใช้หน้ากากอนามัย ถุงมือ face shield ชุด PPEในการตรวจรักษาคนป่วยทั่วไป แต่เมื่อเกิดปัญหาโควิด-19 ระบาด บุคลากรทางการแพทย์ต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวทุกคนและทุกวัน นี่ยังไม่นับการ swab test หาเชื้อจากคนที่ไปรับการตรวจ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าปริมาณขยะติดเชื้อมากขึ้นอย่างแน่นอน ยิ่งจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 มาก ปริมาณขยะติดเชื้อก็ยิ่งมากเป็นเงาตามตัว 

l การกำจัด ทำลายขยะติดเชื้อทางการแพทย์มีกรรมวิธีแตกต่างจากการทำลายขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลทั่วไปอย่างไรครับ เพราะผมเห็นว่าช่วงนี้มีขยะเพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะจากการ delivery สินค้าที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น เวลาสั่งข้าวหนึ่งกล่อง จะมีขยะเกิดขึ้นเยอะมาก 

นพ.พงศ์ธร : ขยะมูลฝอยทั่วไปทำลายได้ง่ายกว่าขยะติดเชื้อทางการแพทย์ เพราะสามารถนำขยะมูลฝอยบางอย่างไป recycle และ reuseได้เมื่อผ่านกระบวนการที่ถูกต้องได้มาตรฐานการแปรรูปและทำความสะอาด ขยะเปียก เช่นพวกอาหารที่ย่อยสลายง่าย สามารถนำไปฝังกลบได้ เอาไปทำปุ๋ยหมักได้ ส่วนพวกขยะแข็งที่ย่อยสลายยาก เช่น พลาสติก ปูน โลหะต่างๆเราจะนำไป recycle แต่ขยะติดเชื้อทางการแพทย์ต้องนำไปทำลายโดยวิธีการเฉพาะ เช่นเผาด้วยความร้อนสูงกว่า 700 องศาเซลเซียสขึ้นไป เพื่อให้การเผาไหม้สมบูรณ์ภายใต้การควบคุมดูแลที่ได้มาตรฐานสูงสุด นั้นคือวิธีที่ดีที่สุดที่ใช้กันอยู่ แต่ก็มีมลภาวะเกิดขึ้นได้ และมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเตาเผาที่มีราคาสูงมากตัวอย่างเข็มฉีดยา การฆ่าเชื้อบนเข็มก็ทำได้หลายวิธีเช่นทำลายด้วยสารเคมี ทำลายด้วยความร้อนสูง การอาบรังสี การอบนึ่งด้วยความไอน้ำและแรงดันสูง คือกระบวนการ sterilization แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเข็มนั้นแม้จะผ่านกระบวนการฆ่าทำลายเชื้อโรคแล้ว แต่เข็มยังคมและแหลม ดังนั้นเวลาทิ้งก็ต้องทำให้คมของเข็มหมดไปก่อน ดังนั้นดีที่สุดสำหรับการทำลายเข็มคือใช้ความร้อนหลอม เพราะฉะนั้นการทำลายขยะติดเชื้อแต่ละชนิดจึงต้องดูว่าวิธีใดเหมาะสมที่สุด และประหยัดที่สุด 

l แหล่งทำลายขยะติดเชื้อทางการแพทย์ในบ้านเราไม่มีในทุกจังหวัด และมีจำกัดมากทำให้ต้องนำขยะติดเชื้อจากที่หนึ่งไปทำลายในอีกที่หนึ่ง ซึ่งการขนย้ายขยะติดเชื้อก็นับว่าเป็นอันตรายต่อมนุษย์มิใช่น้อยใช่ไหมครับ  

นพ.พงศ์ธร : ใช่ครับ เราไม่มีแหล่งทำลายขยะติดเชื้อทางการแพทย์มากนัก มีเฉพาะที่เท่านั้น เพราะกฎหมายกำหนดไว้ แต่เดิมการกำจัดขยะติดเชื้อในบ้านเราใช้การเผาด้วยความร้อนสูงมากๆ เพื่อให้ไม่เกิดมลพิษตามมา ซึ่งเรื่องนี้โรงพยาบาลไม่มีเตาเผาชนิดนี้ ครั้นจะสร้างเตาเผาขยะติดเชื้อในชุมชน ชาวบ้านก็คัดค้านอีกเพราะกลัวอันตราย เราจึงพบว่ามีการนำขยะติดเชื้อจากจังหวัดหนึ่งส่งไปเผาในอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะติดเชื้อที่สูงมาก เพราะต้องใช้รถยนต์ที่ติดตั้งตู้บรรจุขยะติดเชื้อแล้วก็ยังเสี่ยงมาก หากเกิดอุบัติเหตุใดๆ กับรถขนขยะติดเชื้อ ทางที่ดีควรกำจัดขยะติดเชื้อในจุดที่เกิดขยะ เพราะลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน และลดค่าใช้จ่ายค่าขนส่ง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทันสมัยที่สามารถใช้กำจัดขยะติดเชื้อได้ดีและสะดวกกว่าเดิม แถมไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้าน sterilization ซึ่งถ้าถามว่าแล้วจะทำอย่างไรกับเข็ม ก็ตอบว่าเมื่อผ่านการ sterilized แล้ว ก็นำเข็มไปลบคมก็หมดปัญหา เราเน้นเรื่องการกำจัดขยะติดเชื้อด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เน้นความปลอดภัยของชุมนุม และลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะ นี่คือเรื่องของขยะติดเชื้อ แต่ส่วนของครัวเรือนทั่วไปที่ไม่ได้สร้างขยะติดเชื้อก็ต้องช่วยกันคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพราะการแยกขยะช่วยลดปริมาณขยะได้อย่างดี เพราะบางอย่างนำไป reuse, recycleได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ 

l การกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีค่าใช้จ่ายสูงมากไหมครับ เพราะหลายคนวิตกเรื่องค่าใช้จ่ายมาก 

นพ.พงศ์ธร : มีค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องกำจัดขยะติดเชื้อแน่นอนครับ แต่ไม่สูงมากนักเมื่อคำนึงถึงการเสียค่าขนย้าย และอันตรายจากการกำจัดโดยผิดวิธี ปกติการกำจัดขยะติดเชื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 15-20 บาท ซึ่งการติดตั้งเครื่องกำจัดขยะติดเชื้อด้วยระบบไอน้ำและมีแรงดันสูงเป็นกรรมวิธีที่น่าสนใจมาก เพราะสามารถกำจัดขยะติดเชื้อต่างๆ รวมๆ กันได้ผมเห็นว่าชุมชนน่าจะให้ความสนใจกับการกำจัดขยะติดเชื้อภายในชุมชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะโรงพยาบาลประจำชุมชน หากแต่ละชุมชนสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองก็นับว่าเป็นการแก้ปัญหาขยะติดเชื้อได้ตรงประเด็นที่สุด ล่าสุดการกำจัดขยะติดเชื้อในประเทศต่างๆ ก็ไม่เน้นการเผาเหมือนในอดีต ผมเห็นว่าประชาชนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตเพื่อให้รอดพ้นจากภัยของขยะติดเชื้อ ต้องรู้ว่าหากเรากำจัดมันไม่ดีแล้ว มันก็คืออันตรายที่ใหญ่หลวงของสังคมของเรา แล้วมันจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโรคตามมาในที่สุด มีหลักฐานมากมายแสดงว่าในชุมชนต่างประเทศเกิดปัญหาโรคระบาดเพราะต้นเหตุมาจากการทำลายขยะติดเชื้อไม่ได้มาตรฐาน 

l มีสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นบ่อยมากคือ หน้ากากอนามัยที่เราสวมกันทุกวัน ถูกทิ้งเกลื่อนตามที่ต่างๆ นี่คือระเบิดเวลาลูกใหญ่ของสังคมไหมครับ เราต้องทำอย่างไรกับการทิ้งหน้ากากอนามัยให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 แพร่กระจาย 

นพ.พงศ์ธร : อันดับแรกคือ เมื่อจะทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ขอให้บรรจุในถุงพลาสติกแล้วรัดปากถุงให้แน่นสนิท แต่หากจะให้ดีก็ต้องนำไปแช่น้ำยาฆ่าเชื้อก่อน หรือจะแช่น้ำยาฟอกขาวจำพวกคลอลีน (Sodium Hypochlorite)ก็ได้ หรือจะใช้คลอลีนเม็ดละลายน้ำแล้วนำหน้ากากอนามัยแช่งก่อนจะทิ้งในถุงพลาสติดที่ปิดปากให้แน่นสนิทก็ได้ หรือง่ายสุดคือต้มน้ำให้ร้อน 100 องศาเซลเซียสแล้วแช่งหน้ากากอนามัยก่อนนำไปทิ้งในถุงพลาสติกที่ปิดปากให้แน่นก็ได้ นี่คือการลดเชื้อโรคที่ติดอยู่กับหน้ากากอนามัยที่ดีที่สุด ที่เราสามารถช่วยกันได้ทุกคน แล้วเราควรจะต้องมีถุงขยะสำหรับขยะติดเชื้อไว้ในบ้าน เพื่อแยกขยะติดเชื้อกับขยะทั่วไป เพื่อให้เราปลอดภัยและช่วยให้คนเก็บขยะปลอดภัยด้วย อันดับแรกผมขอให้ทุกบ้านแยกขยะก่อน แล้วตามมาด้วยการแยกขยะติดเชื้อ เรื่องนี้จำเป็นนะครับ และขอให้ทุกคนช่วยกันทำ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคระบาดในสังคมไทยได้เป็นอย่างดีซึ่งที่ผ่านมานั้นสังคมไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยไปสักนิด เราหละหลวมในเรื่องสำคัญนี้ แล้วคิดว่าไม่มีปัญหา แต่ขอย้ำว่านี่คือตัวการสำคัญอย่างหนึ่งของการแพร่ระบาดเชื้อโรคในสังคมไทยการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ดีที่สุดคือประชาชนทุกคนต้องช่วยกันดูแลตัวเอง และดูแลชุมชน อย่าปล่อยให้เป็นภาระของบุคลากรทางการแพทย์เพียงลำพัง เพราะมันจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายมือ และไม่ทันการณ์ ส่วนการรอให้รัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหาขยะติดเชื้อในทุกชุมชนก็น่าจะไม่ทันการณ์เช่นกัน เพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับทุกชุมชนได้ในเวลาอันจำกัด และเป็นไปได้ยากมาก  

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

แผงโซลาร์เซลล์ระเบิด ในสถานที่วิจัยรถไฟฟ้า EV ย่านกำแพงแสน

ทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษี ประเทศที่ต่อต้านไม่ให้ สหรัฐฯ ครอบครอง กรีนแลนด์

เลยเฝ้าระวังพิเศษ! ‘ฝนซ้ำหนาว’ กำชับ 14 อำเภอสำรวจเครื่องกันหนาวช่วย ปชช.

ทวี ยันคดีฮั้ว สว. ต้องเดินหน้า ยังอยู่ในอายุความ ย้ำไม่เคยแทรกแซง กกต.แจ้งข้อหาเอง

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved