วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
หนึ่งในนักสะสมผลงานที่สะท้อนคุณค่าวัฒนธรรมและศิลปะชั้นสูงของเอเชีย มร.รอล์ฟ วอน บูเรนผู้ก่อตั้ง โลตัส อาร์ต เดอ วีฟร์ (Lotus Arts de Vivre) แบรนด์จิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านชื่อก้องโลก นำของสะสมหาชมยากของตัวเองที่รวบรวมรักษาไว้ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ทั้งเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่รังสรรค์โดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์จากดินแดนอาทิตย์อุทัย มาจัดแสดงให้เหล่านักสะสมและผู้ชื่นชอบผลงานศิลปะในวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ชื่นชมในนิทรรศการ “The Spirit of The Cherry Blossom” Masterpiece Exhibition
นิทรรศการ “The Spirit of The Cherry Blossom” Masterpiece Exhibition รวบรวมไว้ซึ่งผลงานที่ล้ำค่าและหาชมได้ยากมากกว่า 200 ชิ้นซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นได้พบเจอกับความยากลำบากมากมายนับหลายร้อยปี อาทิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความอดอยาก โรคภัยนานาชนิด และสงคราม นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยังมีความขัดแย้งกันภายในประเทศกว่า 400 ปี เหตุการณ์ต่างๆ นี้ ทำให้การดำเนินชีวิตของสามัญชนทั่วไปเป็นไปอย่างยากลำบากและไม่สามารถคาดเดาสิ่งใดได้ ในสภาวะแห่งความไม่แน่นอนนี้เองทำให้งานศิลปะมีความสำคัญอย่างมากกับชาวญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความสวยงามที่ผู้สร้างมองเห็น ช่างฝีมือจึงใช้จิตใจและจิตวิญญาณทั้งหมดของพวกเขาในการสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นพร้อมกับคำนึงอยู่เสมอว่าผลงานที่สร้างขึ้นนี้อาจเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลงานทุกชิ้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและงดงามอย่างยิ่งแสดงให้เห็นถึงความฝันของช่างฝีมือที่ต้องการจะสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้นให้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ในขณะเดียวกันผลงานเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของชีวิต และเต็มเปี่ยมไปด้วยปรัชญาที่เปรียบเสมือนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเหล่าผู้สร้างสรรค์อีกด้วย

ผู้เข้าชมงานจะได้ดื่มด่ำไปกับจิตวิญญาณแห่งดินแดนดอกซากุระที่ถูกนำเสนอโดยฝีมือของ ลักขณา คุณาวิชยานนท์ ที่ปรึกษาด้านศิลปะและภัณฑารักษ์อิสระ (Curator) ของ Lotus Arts de Vivre อีกทั้งยังดำรงตำแหน่ง รักษาการผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ผู้ซึ่งมีประสบการณ์อันเกี่ยวเนื่องกับศิลปะร่วมสมัยมาอย่างยาวนาน ผ่านโซนจัดแสดง 3 ส่วน ได้แก่ Japanese Aristocratic and Noble Life-โซนวิถีชีวิตขุนนางและชนชั้นสูงชาวญี่ปุ่น จัดแสดงด้วยชิ้นงานอันทรงคุณค่า อาทิ ชุดเกราะซามูไรที่มีตราประทับของราชวงศ์อิมพีเรียล จากศตวรรษที่ 18 หน้ากากโนห์ (Noh Mask) เก่าแก่อายุมากกว่า 120 ปี ฉากกั้นญี่ปุ่นโบราณ อายุราว 200 ปี ที่ยังคงความงามอย่างสมบูรณ์แบบแจกันไม้สักแกะสลัก และแจกันเคลือบแลคเกอร์แบบโบราณ ที่บอกเล่าเรื่องราวประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม และสะท้อนวิถีชีวิตของขุนนางและชนชั้นสูงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่งคั่งและเพียบพร้อมไปด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตอย่างรอบด้าน โดยเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงในอดีตจะต้องมีความรอบรู้ในศาสตร์และศิลป์แห่งการใช้ชีวิต อาทิ การจัดดอกไม้อิเคบานะ พิธีชงชา การสวมใส่เสื้อผ้าหลากสีสัน ตลอดจนการใช้ภาชนะกระเบื้องเคลือบมูลค่าสูงจากต่างแดน และของตกแต่งบ้านที่ทำจากงานเคลือบแลคเกอร์สุดประณีต ในยามว่างการชมการแสดงหน้ากากโนห์ ซึ่งนักแสดงจะสวมใส่หน้ากากพร้อมแสดงท่าทางให้เข้ากับเสียงดนตรีอันไพเราะขับขานบอกเล่าเรื่องราวของเทพเจ้า วีรบุรุษและวีรสตรีผู้โด่งดัง คือความบันเทิงรูปแบบหนึ่งสำหรับเหล่าชนชั้นสูงของญี่ปุ่นในอดีต หน้ากากโนห์ยังถือได้ว่าเป็นตัวแทนของลักษณะนิสัยของชาวญี่ปุ่น เพราะเมื่อมองไปยังหน้ากากนี้จะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ใดๆ แต่ถ้าหากพิจารณาในมุมมองและแสงเงาที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยจากเดิม ก็จะรับรู้ได้ว่าหน้ากากโนห์มีหลากหลายอารมณ์ซ่อนเร้นอยู่อย่างน่าอัศจรรย์

The Art of Dressing โซนศิลปะการแต่งกายและแฟชั่น จัดแสดง คอลเลคชั่นกระเป๋าและเครื่องประดับแลคเกอร์ ที่ Lotus Arts de Vivre ได้รังสรรค์ขึ้นใหม่โดยช่างฝีมือชั้นสูง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะและปรัชญาแบบญี่ปุ่น รวมถึงพัสตราภรณ์ล้ำค่าอายุหลายร้อยปี อาทิ ชุดกิโมโนโบราณ เสื้อคลุมผจญเพลิง และผ้าคลุมนักแสวงบุญจากสมัยเมจิ ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความหลงใหลที่ชาวญี่ปุ่นมีให้แก่ผ้าและสิ่งทอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรังสรรค์ลวดลายกิโมโนและเครื่องนุ่งห่มยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยสมัยโบราณแต่ละชนชั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าที่แตกต่างกันไป เช่น ชาวนา พ่อค้า และช่างฝีมือ จะสวมชุดกิโมโนที่ทำจากผ้าฝ้ายหรือป่าน ในขณะที่ชนชั้นสูงจะสวมชุดกิโมโนที่ทำจากผ้าไหม อีกทั้งญี่ปุ่นยังมีเทคนิคในการรังสรรค์เครื่องแต่งกายอันเลื่องชื่อ เช่น การถักทอผ้าโอบิผสมผสานกับขนของนกยูงและเส้นไหมทองคำ หรือเทคนิคหัตถกรรมโบราณ ที่รู้จักกันในนามคาตางามิ (Katagami) หรือเทคนิคงานหัตถกรรมลายฉลุญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 1,000 ปี ความล้ำเลิศเหล่านี้ยังได้ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอิทธิพลในด้านแฟชั่นและการแต่งกาย ในประเทศต่างๆ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย
Wabi Sabi the beauty of transience and imperfection-โซนวาบิ ซาบิ ความสวยงามในความไม่ยั่งยืนและความไม่สมบูรณ์แบบ จัดแสดงแจกันเซรามิกสมัยใหม่ ถาดเครื่องใช้ ในหลากหลายดีไซน์ จากฝีมือของศิลปินชื่อดัง อาทิ มาสุโอะ อิเคดะ (Masuo Ikeda) ฮิเดกิ อะรากามะ (Hideki Arakama) และ นากาชิมะ คะซึโนริ (Nakashima Katsunori) ที่ได้นำเอาปรัชญา วาบิ ซาบิ อันเป็นแนวคิดที่ยอมรับและยกย่องความงามในความไม่สมบูรณ์แบบไม่เที่ยงตรง ไม่สมดุล และเรียบง่าย ด้วยความซาบซึ้งในธรรมชาติและวิถีแห่งความเป็นไป ซึ่งถูกปลูกฝังในการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งมาประยุกต์ใช้ แต่ละชิ้นงานยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของการไม่นำตัวเองเป็นศูนย์กลางและการตระหนักว่าเราอยู่ในสภาวะที่แปรเปลี่ยนอยู่เสมอ วาบิ ซาบิที่ชิ้นส่วนอันล้ำค่าที่สุดมักจะแตกร้าวขึ้นสนิม และไม่สมบูรณ์ สิ่งของที่แสดงถึงปรัชญานี้จึงดูสวยงามไปตามอายุที่มากขึ้น และยิ่งวัตถุที่เปราะบาง แตกหัก หรือเป็นเอกลักษณ์มากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชมมากขึ้นเท่านั้น
นิทรรศการจัดแสดงที่ Lotus Arts de Vivre-Theatre of Indulgence Gallery (พระราม 3) ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ผู้สนใจสามารถ
นัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้าชมชิ้นงานได้ที่ Email concierge@lotusartsdevivre.com และโทร.089-6676077 หรือชมคอลเลคชั่นทั้งหมดแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.lotusartsdevivre.com/
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี