546.jpg
ยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนการรับวัคซีนโควิด 19

ยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนการรับวัคซีนโควิด 19

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19ในสถานที่ฉีดวัดซีนแล้ว มาดูว่าทำไมจึงไม่จำเป็นในการต้องวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19 กันนะครับ

ข้อสนับสนุนข้อเดียวของการวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19 คือ ช่วยคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาหากพบว่ามีความดันโลหิตสูง ซึ่งในเวลาที่เราต้องระดมการฉีดวัคซีนแบบนี้ ควรหาวิธีการคัดกรองความดันโลหิตโดยวิธีอื่นมากกว่า


แต่มีข้อคัดค้านการวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19 อยู่หลายประการ ได้แก่

ทำให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิด 19 หลายรายเสียโอกาสในการได้รับวัคซีนโควิด 19 เนื่องจากความดันโลหิตสูงขึ้น เพราะมีความเครียด กลัววัคซีน กลัวโรงพยาบาล กลัวหมอ ที่เรียกว่า white-coat hypertension ในวันที่มาตรวจ บุคลากรหน้างานจึงไม่กล้าให้รับวัคซีน

การวัดความดันโลหิต ณ จุดบริการวัคซีน ไม่สามารถทำตามมาตรฐานได้ (ตามภาพประกอบ) รวมทั้งการใช้ขนาดของถุงรัดที่เหมาะสมในผู้ป่วยร่างใหญ่ก็ไม่สามารถทำได้ จึงอาจทำให้ได้ค่าความดันโลหิตที่สูงกว่าที่เป็นในแต่ละคน

แนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนโควิด 19 แก่ผู้ใหญ่และผู้ป่วยอายุรกรรม ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กำหนดไว้ว่า ผู้ป่วย/บุคคลต่อไปนี้สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้อย่างปลอดภัย และแนะนำให้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ทันทีที่ทำได้ ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวซึ่งอยู่ในภาวะคงที่ เช่น โรคความดันเลือดสูงหรือโรคเบาหวานซึ่งไม่มีภาวะวิกฤติแม้ยังควบคุมระดับความดันเลือดหรือระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ตามเป้าหมาย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจึงสามารถที่จะรับการฉีดวัคซีนได้ ยกเว้นมีภาวะวิกฤติของความดันเลือดสูงคือโรคความดันโลหิตสูงฉุกเฉิน ซึ่งจะมีอาการหัวใจวาย ความรู้สึกตัวน้อยลง ชัก หรือมีไตวายเฉียบพลัน

เสียเวลาในการตรวจ ทำให้เกิดคอขวดในระบบบริการฉีดวัคซีน รวมทั้งต้องใช้บุคลากรเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น และทำให้มีผิวพื้นสัมผัสที่อาจเป็นแหล่งของการแพร่เชื้อโดยไม่จำเป็น

ในหลายๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย และประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ ไม่ได้มีการวัดความดันโลหิตก่อนการให้วัคซีนแต่อย่างไร

ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการฉีดวัคซีนโควิด 19กับการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิต มีเพียงรายงานพบว่าความดันโลหิตตัวล่างลดลงเล็กน้อยหลังได้รับวัคซีน เมื่อเทียบกับก่อนได้รับวัคซีน

การฉีดวัคซีนโควิด 19 ในเมืองไทยหลายล้านโดสแล้ว ยังไม่มีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขว่ามีการเกิดโรคความดันโลหิตสูงฉุกเฉินที่สัมพันธ์กับการ
ได้รับวัคซีน

พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์

ประธาน ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top