‘ความเครียด’ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว  แพทย์แนะหาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

‘ความเครียด’ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว แพทย์แนะหาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงต้องทำงานที่บ้าน (Work from Home) ส่งผลให้มีระยะเวลาในการทำงานยาวนานขึ้นกว่าปกติ จนทำให้ไม่สามารถแยกแยะสถานที่ทำงานออกจากบ้านได้ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของอาการ “ผิวเครียด” แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “ธัญ” (THANN จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทองมา “แนะนำ “ความเครียด” ภัยเงียบใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิว พร้อมแนะแนวทางรับมือกับอาการผิวเครียด” กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “ชิโซะ คอลเลคชั่น” (Shiso Collection)  ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวย มาเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง อาทิ พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ชวมณฑ์ปวโรดม และ กนกรส กิตติขจร


แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้กล่าวถึงผลกระทบของความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อผิว รวมถึงวิธีการรับมือกับอาการผิวเครียดว่า “อาการ “ผิวเครียด” เป็นโรคทางจิตวิทยาผิวหนัง(Psychodermatology)  เกิดจากสภาวะของจิตใจหรือความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อสภาพของผิวพรรณ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นอาการหนึ่งของโรค “ภูมิแพ้” ซึ่งรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายเพราะต้นตอของอาการนั้นมาจาก “ความเครียด”โดยสามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆ คือ ความเครียดไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “ฮอร์โมนแห่งความเครียด” ออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเสียสมดุล ส่งผลเสียต่อกระบวนการทำงานของร่างกายและผิวพรรณ ทำให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่น ระคายเคือง เป็นสิว ติดเชื้อได้ง่าย

นอกจากนี้ฮอร์โมนความเครียดยังไปกระตุ้นการหลั่ง “เมลาโนไซด์ สติมูเลติงฮอร์โมน” (Melanicyte Stimulating Homone หรือ MSH) ซึ่งส่งผลต่อการสร้างเม็ดสี (Melanin) ทำให้หน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ เข้มขึ้นได้ ดังคำโบราณบอกว่าหน้าดำคร่ำเครียด อีกทั้งยังส่งผลยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาวหรือ “โกรทฮอร์โมน” (Growth Hormone)ทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้าน สิว ริ้วรอยก่อนวัยและความหย่อนคล้อยได้ อาการ “ผิวเครียด” หากยิ่งสะสมเป็นเวลานานมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมามากขึ้นเท่านั้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

ชวมณฑ์ ปวโรดม

แนวทางสำหรับรับมือกับอาการผิวเครียด เริ่มจากการดูแลตัวเองจากภายในนั่นคือ พยายามลดความเครียด หรือออกห่างจากสิ่งที่ทำให้เครียด หาวิธีการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เช่น การใช้กลิ่นหอมบำบัด ดนตรีบำบัด สวดมนต์นั่งสมาธิ ออกกำลังกายเบาๆ อย่างโยคะ พิลาทิส เต้นรำ หากิจกรรมที่ชื่นชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ดูแลอาหารการกิน เลือกอาหารที่มีประโยชน์เน้นกลุ่มโปรตีน และไขมันดี อย่างเช่น โอเมก้า 3, น้ำมันมะกอก, ไขมันจากถั่ว เพราะเป็นสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมนต้านความเครียด รวมถึงอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่วนการดูแลตัวเองจากภายนอก ควรให้ความสำคัญการดูแลผิวเพิ่มเติมจากขั้นตอนปกติ เช่น การกระชับรูขุมขนและคืนความสมดุลของผิวด้วยแอสตริเจนต์โทนเนอร์, การเติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิวด้วยไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น, การปกป้องผิวจากริ้วรอยและความหย่อนคล้อยแห่งวัยด้วยเฟเชียลเซรั่ม และการคืนความกระจ่างใสสู่ผิวด้วย รีไวทอลไลซิ่งเฟซ มาส์ก อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลผิวให้มีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติได้”

ด้าน เซเลบริตี้สาว ชวมณฑ์ ปวโรดมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวว่า “ช่วงนี้เราต้องเวิร์ก ฟรอม โฮม ทำให้การจัดสรรเวลาไม่ค่อยลงตัวนัก ระหว่างเรื่องงาน และเวลาที่เราต้องพักผ่อน ร่างกายจึงเกิดความเหนื่อยล้าและรู้สึกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว และยังส่งผลต่อผิวพรรณอย่างเห็นได้ชัด เช่น ผิวหมองคล้ำและแห้งอีกด้วย จึงมานั่งวิเคราะห์ดูถึงสาเหตุจึงรู้ว่าเราจำเป็นต้องหมั่นสังเกตสภาวะร่างกายและจิตใจของเราทุกวันว่าเป็นอย่างไร หากเริ่มอ่อนล้า หรือเครียด เราก็จะเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการหากิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างงานศิลปะทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด ควบคู่กับการดูแลสุขภาพผิว โดยเราจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการทำความสะอาดและปรับสภาพผิวหน้าหลังการล้างด้วยการใช้แอสตริเจนต์ โทนเนอร์ เพื่อขจัดการกับสิ่งสกปรกตกค้างและกระชับรูขุมขน ซึ่งเราก็มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ อย่างการแช่โทนเนอร์ในตู้เย็น เมื่อเวลานำออกมาใช้ก็จะรู้สึกว่าผิวเย็นสดชื่นได้ทันที รวมถึงการบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยก่อนวัย”

กนกรส กิตติขจร

 สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “ชิโซะคอลเลคชั่น”  ได้แก่ “แอสตริเจนต์ โทนเนอร์”(Astrigent Toner) โทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน และคืนความสมดุลของผิวหลังล้างหน้า มีส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติ “รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก” (Revitalising Face Mask)มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ “เฟเชียล เซรั่ม”(FacialSerum)  เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว พัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ เพิ่มความชุ่มชื้น “ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น”)Hydrating Emulsion) ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top