วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
โรงพยาบาลศิริราช นำเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และคลาวด์ AI มาพัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ป่วย และยังเป็นต้นแบบพัฒนาโรงพยาบาลอัจฉริยะแห่งอื่นๆ ของประเทศไทยต่อไป
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการ “ศิริราชต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลกด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G (Siriraj World Class 5GSmart Hospital)” โดยมี นายชัยวุฒิธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคม ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.อ.ดร.นทีศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทยนายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยรศ.นพ.วิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช และผู้บริหาร ร่วมพิธีณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภาคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวรายงานความเป็นมาและความคืบหน้าโครงการฯว่า ศิริราชดำเนินโครงการต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างต้นแบบ “โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)” ร่วมกับเหล่าพันธมิตรในการนำเทคโนโลยี 5G Cloud AI และ Digital Disruption มาประยุกต์ใช้ในการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อเพิ่มคุณภาพและผลิตภาพการรักษาพยาบาล สร้างประสบการณ์ที่ดีในการมารับบริการ ตลอดจนการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพระดับตติยภูมิขั้นสูงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้ง เพื่อเป็นต้นแบบในการให้บริการทางการแพทย์รูปแบบใหม่แก่วงการสาธารณสุขของโลก
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือในการจัดตั้ง Innovation Lab และแพลตฟอร์มนวัตกรรม เพื่อบ่มเพาะโครงการนวัตกรรมใหม่ในอนาคต ประกอบด้วย 9 โครงการย่อย ดังนี้ 1.ระบบการแพทย์ฉุกเฉินอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์ : Smart EMS 2.ระบบห้องฉุกเฉินอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์ : Smart Emergency Room 3.ระบบการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผ่านเครือข่าย 5G : Pathological diagnosissystem with 5G and artificialintelligence 4.ระบบผู้ช่วยการดูแลและสร้างเสริมสุขภาพรายบุคคล สำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ผ่านเครือข่าย 5G :5G AI Platform for NCD 5.ระบบทำนายปริมาณการใช้และการจัดการสินค้าคงคลัง ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์(AI) ผ่านเครือข่าย 5G: SmartInventory Management 6.ระบบเวชระเบียนกลางด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน : Permission based block chain for personal health record 7.ระบบขนส่งกลางด้วยรถไร้คนขับ 5G : Smart Logistic with 5G Self-Driving car 8.จัดหาอุปกรณ์ติดตั้งระบบ Multi-access Edge computing (MEC) 9.จัดหาติดตั้งระบบ Hybrid Cloud
ทั้งนี้ แต่ละโครงการสามารถดำเนินการได้ตามแผนงาน และได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน และคาดว่าทุกโครงการจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้การดำเนินการครั้งนี้จึงถือได้ว่า ศิริราชเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย ในการพัฒนาโครงการต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G และการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ในการให้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์ (Smart Hospital with 5G cloud AI solution) เป็นการนำร่องในรูปแบบบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ และความศรัทธาสู่ประชาชนคนไทย
พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการฯ ว่า “กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลในกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมมีภารกิจสำคัญในการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อรองรับการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงในยุคเทคโนโลยี 5Gส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ และส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีในภาคส่วนต่างๆ อีกทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนแนวนโยบายรัฐบาล ภายหลังจากคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ มีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการนำร่องโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) เป็นโครงการต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G โดยได้เล็งเห็นศักยภาพของโรงพยาบาลศิริราชที่ประกอบไปด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลต้นแบบอัจฉริยะ (Smart Hospital)ให้สามารถเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ได้ดังนั้น กสทช. และสำนักงาน กสทช. จึงได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ รวมทั้งประสานงานการใช้งานคลื่นความถี่ และถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เพื่อให้สามารถนำไปใช้รองรับการขยายผลไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นสูงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต่อไป
ด้าน นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “หัวเว่ยได้ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชเพื่อผลักดันให้โรงพยาบาลศิริราชเป็นต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลกด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G พร้อมเปิดตัวศูนย์ Innovation Lab ที่อาคารศรีสวรินทิรา เป็นการต่อยอดจากโครงการที่หัวเว่ยช่วยวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน 5G ให้กับทางโรงพยาบาลเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่การยกระดับภาคสาธารณสุขของประเทศไทยในอนาคต ทั้งนี้การสนับสนุนช่วยศิริราชในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะ เป็นไปตามพันธกิจของหัวเว่ยที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย สนับสนุนช่วยเหลือประเทศไทย”
นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย กล่าวเน้นย้ำว่าหากประเทศไทยมีความจำเป็นใดที่ประเทศจีนสามารถสนับสนุนได้ จีนจะยังคงมอบความช่วยเหลือให้ประเทศไทยเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดต่อไป นอกจากนี้ เขายังเชื่อมั่นเรื่องความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยด้านสาธารณสุขอัจฉริยะในอนาคต โดยเขากล่าวว่า“ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในด้าน5G ได้กลายเป็นโมเดลตัวอย่างสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งช่วยให้ไทยกลายเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ที่สามารถเปิดตัวการใช้งานเทคโนโลยี 5G ในเชิงพาณิชย์ได้ประเทศจีนพร้อมร่วมมือกับประเทศไทยเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายและการพัฒนาเศรษฐกิจ และพร้อมสนับสนุนหัวเว่ยและบริษัทสัญชาติจีนอื่นๆในการส่งเสริมให้เกิดโรงพยาบาลอัจฉริยะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยและประชาชนจีนให้ดียิ่งขึ้น”
สำหรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยี 5G ว่า “ผมมีความยินดีและภูมิใจที่ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยระบบ 5G และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับใช้ในต้นแบบโรงพยาบาลอัฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ของศิริราช โดยรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของเทคโนโลยีจึงได้มีนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ ซึ่งให้ทุกภาคส่วนตลอดจนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและความเท่าเทียมทางด้านดิจิทัลของประเทศไทย วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ 5G ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ทางด้านการแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานของแพทย์ ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้ โดยจะนำร่องด้วยโรงพยาบาลศิริราชและจะขยายไปโรงพยาบาลอื่นๆ วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ ผมต้องขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยสำหรับมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ที่มีร่วมกันมาโดยตลอด เราขอชื่นชมทางโรงพยาบาลศิริราช และขอขอบคุณทางหัวเว่ย กสทช. ภาคเอกชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าทุกอย่างจะได้รับการสานต่อสู่ต้นแบบของการเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะทั่วทั้งประเทศไทย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี