วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
“เริ่มลองเล่นกีฬาหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ฟุตบอล ว่ายน้ำ วิ่งไอซ์ฮอกกี้ เทนนิส แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะกับตัวเอง จึงลองเล่นกอล์ฟตามคุณตา (พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์) เพราะที่บ้านมีอุปกรณ์อยู่แล้ว พอเล่นมาสักพักก็รู้สึกว่า นี่แหละคือกีฬาที่เหมาะกับเรา เพราะไม่ต้องวิ่งไปตีไปเหมือนฮอกกี้ ที่สำคัญกีฬากอล์ฟไม่ต้องแข่งกับใคร แค่แข่งกับตัวเราเองพอคุณตาทราบว่าจะเล่นกีฬากอล์ฟ แต่เราไม่มีความรู้เรื่องนี้มากพอ คุณตาจึงพาไปเรียนกอล์ฟ จึงเกิดเป็นความฝันครั้งใหม่ขึ้นว่า...อยากไปถึงระดับ PGA”
หนุ่มน้อยวัย 12 ปี บราโว่-บุระชวาลศิลป์ กล่าวถึงการค้นพบ “สิ่งที่ใช่”ของตนเอง และมุ่งมั่น “ไล่ตามความฝัน”อย่างสุดกำลัง นั่นคือ “กอล์ฟ” โดยก่อนหน้านั้น บราโว่ เริ่มต้นเส้นทางสายกีฬากับ “ฮอกกี้” มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ถึงขั้นไปปรึกษาคุณแม่เพื่อปรับการเรียนมาเป็นแบบ “โฮมสคูล” เพราะยอมรับว่าทนไม่ไหวกับการต้องฝึกซ้อมกีฬาจนดึกแล้วตื่นเช้าไปเรียน ซึ่งการเรียนแบบโฮมสคูลทำให้ฝึกซ้อมได้เต็มที่มากขึ้น
กระทั่งต่อมาเมื่ออายุ 9 ขวบ ได้รู้จักกับกีฬากอล์ฟจากคุณตาคือ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ และเริ่มหัดเล่นตามคุณตา เพราะที่บ้านมีอุปกรณ์อยู่แล้ว ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุน โดย บราโว่ ได้เข้าเรียนกอล์ฟที่ Golf Point Center สถาบันสอนกอล์ฟที่ทันสมัยที่สุด และได้โปร มาร์ค สนูกส์ (Mark Snooks) ที่มีประสบการณ์สอนมากกว่า 20 ปี เป็นครูช่วยขัดเกลาวงสวิง โดยสอนผ่านเครื่องกอล์ฟซิมูเลเตอร์ “TrackMan” ตั้งเป้าหมายว่าจะ “เทิร์นโปร” ตอนอายุ 15 ปี เพราะมองกอล์ฟเป็น “อาชีพ” แต่เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ใบปริญญาบัตร และเริ่มทำงานได้โดยไม่ต้องรอให้เรียนจบ
“เราเน้นเรียนวิชาที่สามารถใช้ได้จริงในเส้นทางอาชีพกอล์ฟ อย่าง คณิตศาสตร์ และภาษาต่างๆ เพราะต้องใช้หลักคำนวณวงสวิง แรงลม แรงหมุนของลูกกอล์ฟ ซึ่เป็นวิชาที่สำคัญมาก แต่วิชาอื่นๆ ก็ไม่ทิ้งถึงอย่างไร เส้นทางที่เลือกก็ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องฝ่าแรงกดดันเมื่ออยู่บนสนามแข่ง มีแพ้บ้าง แต่ก็ไม่ทำให้ละความพยายามในการฝึกซ้อม เพราะครอบครัวคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ” บราโว่-บุระ กล่าว
การฝึกซ้อมในแต่ละวันของบราโว่ เริ่มจากในทุกๆ เช้าจะว่ายน้ำวันละครึ่งชั่วโมง ส่วนช่วงเย็นจะวิ่งเบาๆ อีกครึ่งชั่วโมง นอกจากนั้น จะเป็นการฝึกทักษะกีฬากอล์ฟวันละ 4 ชั่วโมงซึ่งการฝึกจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ IN SEASON คือ แบบฝึกในฤดูกาลแข่งขัน, IN TOURNAMENT โปรแกรมฝึกในช่วงของการแข่งขัน และ OFF SEASON โปรแกรมฝึกในช่วงปิดฤดูกาลแข่งขัน “ทุกครั้งที่ฝึกซ้อมจะต้องทำอย่างมีคุณภาพ” ไม่ใช่ฝึกไปเรื่อยเปื่อยหรือแค่ได้ฝึกให้จบไปวันๆ
นอกจากนั้น ยังแบ่งเวลา 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อเข้าฟิตเนสสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) สร้างกำลังขา ภายใต้การดูแลของ โค้ชโปรเอก-พงศ์ศักดิ์ เพชรเศรษฐ ส่วนเรื่องอาหาร บราโว่ จะทานคาร์โบไฮเดรตก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง แต่จะเน้นโปรตีนเป็นหลัก และดื่มนมวันละ 1 ลิตรทุกวัน โดยแต่ละสัปดาห์จะมี Cheese Day หนึ่งวัน ที่จะกินไอศกรีมและขนมได้
บราโว่อธิบายถึงรูปแบบการออกกำลังกายหลากหลายประเภท อาทิ“Strength Training” สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยในเรื่องของการควบคุมการทำงานของกลไกสวิงให้มีความมั่นคงทั้งในเรื่องของการแข่งขันการฝึกซ้อม และเทคนิคการปรับพื้นฐานของทักษะได้รวดเร็วขึ้น “Cardio Vascular Training/Endurance” สร้างความทนทานของระบบไหลเวียนของเลือด จะช่วยในเรื่องของการแข่งขันและฝึกซ้อมได้ในระยะเวลาที่นานขึ้น เพราะกอล์ฟเป็นกีฬาประเภทที่ใช้ระยะเวลาในการแข่งขันนานถึง 4-5 วันเป็นอย่างน้อย อีกทั้งแต่ละวันจะใช้เวลาแข่งขันประมาณ 4-6 ชั่วโมง ฉะนั้น ระบบของการไหลเวียนของเลือดและความทนทานจึงจำเป็นมาก
“Reaction Training” ระบบการตอบสนอง จะช่วยในเรื่องของการทำงานและการควบคุมความเร็วของวงสวิง อีกทั้ง ยังเป็นส่วนร่วมในการฝึกในรูปแบบอื่นๆ ของกอล์ฟ เช่น การหยุดและเคลื่อนที่ การพัตต์ “Speed & Agility” ช่วยเรื่องของความเร็วและความว่องไว ซึ่งเป็นส่วนองค์ประกอบในการเปลี่ยนแปลง Club Speed, Head Speed ในการเคลื่อนที่ของกอล์ฟและมุมของร่างกาย “Mobility & Stability” เป็นรูปแบบโปรแกรมการฝึกที่เป็นจุดสำคัญที่สุดของวงสวิงกอล์ฟพื้นฐาน เพราะจะช่วยให้การเคลื่อนที่ของสวิงมีความสมดุลและสร้างมุมต่างๆให้เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
“Flexibility & Stretching” จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของข้อต่อและกล้ามเนื้อ ซึ่งมีผลสำคัญต่อการพัฒนาด้านทักษะของสวิง ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการบาดเจ็บอีกด้วย และ “Functional & Coordination” ความเชื่อมสัมพันธ์ เป็นโปรแกรมที่มีความหลากหลายมีความสัมพันธ์ของข้อต่อและกล้ามเนื้อในหลายส่วนร่วมกัน จะช่วยในการพัฒนาวงสวิงให้มีคุณภาพและมีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวในมุมต่างๆ ของกล้ามเนื้อที่เป็นแบบเฉพาะของการฝึกทักษะกอล์ฟโดยตรง
นอกจากร่างกายแล้ว “จิตใจ” ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะกอล์ฟ ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก บราโว่ เล่าว่า มีครั้งหนึ่งได้ดูละครโทรทัศน์เรื่อง “ทีใครทีมันส์” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ ทำให้รู้ว่าตนเองยังขาดในส่วนของ “โค้ชด้านจิตวิทยา (Mental Coach)” จึงปรึกษาคุณแม่ โดยในเบื้องต้นได้พยายามติดต่อกับ ดร.พิชิต เมืองนาโพธิ์ แต่ในช่วงนั้นท่านติดภารกิจดูแลคณะนักกีฬาทีมชาติไทย สู้ศึกซีเกมส์ที่ต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ดร.พิชิตก็ได้แนะนำให้รู้จักกับ ฮอลล์-ดร.ดลหทัย ทองตะนุนาม นักจิตวิทยาการกีฬาผู้มีประสบการณ์มากมายโดยเฉพาะกีฬากอล์ฟ และได้พูดคุยถึงปัญหาที่บราโว่กำลังประสบอยู่ขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์รุนแรง ความเกรี้ยวกราดระหว่างแข่ง หรือจะเป็นการทำลายข้าวของ เพราะเมื่อคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็ทำให้เกิดความผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นยิ่งเล่นยิ่งแย่ ซึ่งหลังจากพูดคุยปัญหาและปรึกษากับ ฮอลล์-ดร.ดลหทัยทำให้รู้สาเหตุของปัญหา และแก้ไขได้ในทันที
“เมื่อลงสนามแข่ง เรามีสมาธิมากขึ้น สามารถคุมสติให้เล่นตามเกมไม่มีอารมณ์เหมือนเมื่อก่อน เพราะพี่ฮอลล์จะสอนให้เราจัดการความเครียดของตัวเอง เราจึงนำมาปรับใช้ในระหว่างแข่ง เมื่อเราจัดการความเครียดได้แล้วก็ทำให้เราไม่กดดันตัวเองเล่นสบายขึ้น เริ่มตีพลาดน้อยลง หรือต่อให้ตีพลาดเราก็กลับมาตั้งหลักตีใหม่ได้เสมอ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น มีการคิดการอ่านตอนอยู่ในสนามมากขึ้น”
หนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง คือ “คุณแม่”ที่เป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว (Single Mom)” ซึ่งมักจะบอกกับลูกชายเสมอว่า “ไม่มีใครรู้อนาคต คุณแม่จะอยู่กับบราโว่ได้ถึงวันไหนก็ไม่รู้ เราสองคนไม่มีแบ๊กอัพ บราโว่จะต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้เร็วที่สุด” ทำให้ซึมซับทัศนคติด้านการพึ่งพาตนเองมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่การทำงานบ้านต่างๆ ด้วยตนเอง เช่นกวาดบ้าน ล้างจาน ซักผ้า หุงข้าว ทำอาหารจนถึงการทุ่มเทฝึกซ้อมกีฬากอล์ฟเพื่อที่จะสามารถยึดเป็นอาชีพได้ แต่ถึงกระนั้น บราโว่-บุระ ชวาลศิลป์ ก็ยอมรับว่ายังขาดอุปกรณ์สำหรับนักกอล์ฟอยู่ และอยากมีสปอนเซอร์ให้ความสนับสนุนการไล่ตามความฝัน
“สำหรับตัวบราโว่เอง โชคดีตรงที่ค้นพบตัวเองเจอได้ไว จึงมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเป็นอะไรและอยากไปให้ถึงจุดไหน นับว่ามีเวลาให้เราพัฒนาตัวเองต่อไป ถ้าใครมีความฝันบราโว่อยากให้เก็บฝันมาเป็นแรงผลักดันไม่ให้ตัวเองท้อแท้ ถึงแม้ว่าทางที่เดินอยู่จะลำบากก็ตาม” บราโว่กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี