ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โนรา’ มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมแห่งมนุษยชาติ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โนรา’ มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมแห่งมนุษยชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.15 น.
Tag :

จากงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติครั้งแรก ที่กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานมหกรรม “เสน่ห์เมืองหนังโนรา รังสรรค์ศิลป์ถิ่นใต้” เมื่อวันที่ ๑๐-๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๕ ที่ตลาดน้ำทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นั้น นอกจากจะรับรู้ว่าพัทลุงนั้น เป็นถิ่นกำเนิดโนรา ที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศขึ้นทะเบียน “โนรา” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อจาก “โขน” และ “นวดไทย” แล้ว ยังได้เห็นลีลาการตีโพนคือกลองพื้นเมืองของพัทลุงจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวิญญ์ สิทธิเชนทร์รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ส่วนจะเป็นโพนมงคลใบไหนใน ๙ ลูก ที่มีชื่อว่า ก้องฟ้า, พสุธาลั่น,ขวัญเมือง, เรืองฤทธิ์, พิชิตไพรี, ศรีมงคล,  พ้นภัยพาล,สำราญฤกษ์, เกริกเกรียงไกร ก็อยู่ที่ลีลาท่าทางการตีของสามประธานเปิดงานนั่นแหละ สำหรับเรื่อง โนรา นั้นเป็นชื่อเรียกการแสดงท่ารำพื้นเมืองของภาคใต้ มาจากคำว่า “นระ” เป็นภาษาบาลี-สันสกฤต แปลว่า มนุษย์ ซึ่งมีการร่ายรำของตนมาแต่เดิม ส่วนการรำ “โนรา” นั้น เป็นท่ารำเสมือนกับท่าร่ายรำของเทวดา กล่าวคือ โนรานั้นมีท่ารำแม่บทอย่างเดียวกับละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสดผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ ที่จะสรรหาคำให้สัมผัสกันอย่างฉับไวและมีความหมาย ทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกายล้วนเป็นภูมิปัญญาเฉพาะถิ่นแม้จะคล้ายศรีลังกาก็ตาม ส่วนเครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่นอก หรือปี่ในและกรับ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเข้าร่วมด้วย เดิมนิยมใช้ผู้ชายล้วนแสดงวันนี้มีผู้หญิงแสดงร่วมด้วย ซึ่งมักสับสนว่ามาจากมโนราห์ ซึ่งเป็นชื่อวรรณคดีเรื่องหนึ่งที่มีชื่อ พระสุธนและมโนราห์ กินนร เป็นตัวเอกของเรื่อง

ตำนานการเกิดโนรานั้นมีเรื่องเล่าขานกันมาว่ากาลครั้งนั้นมีเมืองหนึ่งแม้ไม่บอกว่าเมืองอะไรก็น่าจะพัทลุงนั่นแหละ เมืองนี้มีเจ้าเมืองนามว่า พญาสายฟ้าฟาด ซึ่งมีพระธิดาชื่อ นางนวลทองสำลีแล้วคืนวันหนึ่งนั้นนางได้ฝันเห็นกินนรออกมาร่ายรำให้ชม ลีลาท่ารำของกินนรนั้นงดงามมหัศจรรย์ยิ่งนัก จนทำให้นางจดจำท่ารำในฝันได้ทั้ง ๑๒ ท่าไว้ขณะที่ร่ายรำนั้นมีเสียงดนตรีบรรเลงประกอบท่ารำด้วย เมื่อนางตื่นขึ้นนางจึงทบทวนร่ายรำตามลีลาและท่าทางตามฝัน และเสวยเกสรดอกบัวเป็นอาหาร ต่อมานางเกิดตั้งครรภ์โดยไม่ทราบที่มาที่ไป จึงทำให้พญาสายฟ้าฟาดโกรธมากจึงให้เนรเทศพระธิดาพร้อมบริวารลอยแพออกไปจากเมือง แพนั้นพานางนวลทองสำลีและบริวาร ลอยออกไปในทะเลสาบใหญ่และไปติดที่เกาะกะชัง ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา หลังจากนางให้กำเนิดพระโอรสแล้ว เมื่อพระโอรสเติบโตนางก็สอนพระโอรสร่ายรำลีลาตามท่าทางของกินนรตามที่ฝันมาแต่ครั้งโน้นจากนั้นพระโอรสได้หนีออกมาร่ายรำในเมืองจนความทราบถึงพญาสายฟ้าฟาดจึงสั่งให้พาเด็กชายคนนี้เข้าวังเพื่อจะชมการร่ายรำที่ชาวบ้านร่ำลือนัก พญาสายฟ้าฟาด รู้สึกพอใจการร่ายรำที่งดงามมากประเด็นเล่าก็มาหยุดตรงที่หน้าตาเด็กชายนี้คลับคล้ายคลับคลาพระธิดาที่ลอยแพไป จึงสอบความจึงรู้ว่าเด็กชายคนนี้เป็นหลานของตนนั่นเอง พญาสายฟ้าฟาดจึงมอบเครื่องต้นและเทริดให้แก่เด็กน้อย และแต่งตั้งให้เป็น “ขุนศรีศรัทธา” ทำหน้าที่เป็นครูสอนและดูแลการร่ายรำโนราของเมืองนี้ขุนศรีศรัทธาผู้นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บรมครูโนราผู้ยิ่งใหญ่” ที่นักแสดงโนราพากันนับถือสืบทอดกันมาจนถึงวันนี้ ด้วยการเป็นถิ่นกำเนิดโนราในพัทลุงนั้นทำให้มีการสนับสนุน ส่งเสริมศิลปะพื้นบ้าน “โนรา” มาตลอด มีการสืบสานผู้สืบทอดเชื้อสายจัดงานโนราโรงครูขึ้นทุกปี แต่ด้วยเป็นการแสดงที่นิยมในวิถีถิ่นวิถีไทยนั้นจึงทำให้การแสดงโนราแพร่หลายไปทั่วภาคใต้และมีการประยุกต์ในการแสดงหนังตะลุงด้วย การจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติจึงยกย่องวิถีถิ่นวิถีไทยให้ปรากฏถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งมีโครงการจัดขึ้นทุกภาคคือ ภาคกลางจัดที่ จ.ตราด ในเดือนเมษายน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่ จ.กาฬสินธุ์ ในเดือนพฤษภาคม และภาคเหนือจัดที่ จ.พิษณุโลก ในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้วิถีชีวิต ประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละภาคแล้วยังได้รับรู้ถึงสินค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และผลิตภัณฑ์จากชุมชนวัฒนธรรมในจังหวัดต่างๆ ในภาคนั้นไปพร้อมกันด้วย


ตีกลองโพนเปิดงาน
ตีกลองโพนเปิดงาน
การแสดงโนราในอดีต
การแสดงโนราในอดีต
สืบสานศิลปะโนรา
สืบสานศิลปะโนรา
สืบสานโนราเมืองพัทลุง
สืบสานโนราเมืองพัทลุง
ครูโนราลงโรง
ครูโนราลงโรง
พิธีเปิดมหกรรมวัฒนธรรมที่พัทลุง
พิธีเปิดมหกรรมวัฒนธรรมที่พัทลุง
หนังตะลุง
หนังตะลุง
ผลิตภัณฑ์ลูกปัดโนรา
ผลิตภัณฑ์ลูกปัดโนรา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top