Logo วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
‘บิ๊ก-ณภัทร’ คว้ารางวัลระดับโลก  ผู้กำกับรุ่นใหม่ เลือดใหม่ M39

‘บิ๊ก-ณภัทร’ คว้ารางวัลระดับโลก ผู้กำกับรุ่นใหม่ เลือดใหม่ M39

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.
Tag : บิ๊ก-ณภัทร
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นักเล่าเรื่องตัวยงคนใหม่ที่ล่าสุดไปคว้าชัยระดับโลก“บิ๊ก-ณภัทร ตั้งสง่า” ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่และเป็นนักกิจกรรมตัวยงที่ปัจจุบันเป็นทั้งโปรดิวเซอร์ผู้กำกับนักเขียนเจ้าของ Production House Spark Life Entertainment, อาจารย์พิเศษวิชา Digital Content Creation and Media Production คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ และได้รับทุนการศึกษาต่อด้านภาพยนตร์จากหนึ่งในสถาบันด้านภาพยนตร์ระดับนานาชาติที่ติด 1 ใน 16 Top International Film School ของโลก,AFiSBusan Asian Film School ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศเกาหลี และ Busan Film Commission กับก้าวใหม่ครั้งสำคัญของเค้าในฐานะคนรุ่นใหม่ของค่ายภาพยนตร์ “M39” ที่ใครหลายๆ คนอยากทำความรู้จักตัวตนของเค้า จากเด็กหนุ่ม ผู้ผลิต คิด และทำหนังสั้นประกวดมากว่า 70 เรื่อง ทุกเวทีทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จากคนที่ล้ม สะดุด ประสบปัญหา อุบัติเหตุช่วงวิกฤตที่สุดของชีวิต จนถึงวันที่เขามีแรง มีพลัง มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ก้าวเดินต่อได้ “บิ๊ก-ณภัทร ตั้งสง่า” เล่าว่า

 


 

“สวัสดีครับผม บิ๊ก-ณภัทร ตั้งสง่า ปัจจุบันเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่นักเขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง ผมจบการศึกษา ปริญญาตรีนิเทศศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาควิชาภาพยนตร์(ทุน BU Creative และ ทุน BU to NEW YORK)ปริญญาโท นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขา Digital Marketing มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (ทุนศิลปิน)-เป็นตัวแทนไทยที่ได้รับรางวัลด้านภาพยนตร์ในระดับประเทศและระดับนานาชาติรวมแล้วกว่า 30 เวที และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยประจำปี 2013 เข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้นำเยาวชนด้านภาพยนตร์ระดับเอเชีย (Film Leaders Incubator) ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และที่เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น- เป็นตัวแทนประเทศไทยนำภาพยนตร์สั้นไปฉายในหมวด ShortFilm Corner เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2015- ได้รับทุน Fantastic Film School จากเทศกาลภาพยนตร์ Bucheon International Fantastic Film Festival (BIFAN) ในปี 2018- เป็นตัวแทนประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุน AFiS Busan Asian Film School โรงเรียนชั้นนำด้านภาพยนตร์ติดอันดับโลกของเกาหลี ในช่วงปี 2020-2021 และได้รับรางวัลชนะเลิศพิชชิ่งโปรเจกท์ภาพยนตร์ขนาดยาวจากโรงเรียน และหน่วยงาน Busan Film Commission 

ผมเริ่มต้นทำหนังตั้งแต่อายุ 15 ได้รับรางวัลหนังสั้นครั้งแรกตอนอยู่ ม.4 ตอนที่สอบตก จน ม.6 ผลงานหนังสั้นก็ได้มีโอกาสไปฉายที่ญี่ปุ่น และเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปร่วมเทศกาลหนังที่ต่างประเทศและเจอเพื่อนๆ ทำหนังต่างชาติมากมาย เคยไปแกร่วอยู่ที่อเมริกามาเกือบปีช่วงจบ ม.6 ตอนนั้นอยากเข้าไปเรียนฟิล์มระดับโลกมีช่วงที่หันไปทำหนังสั้นล่ารางวัลจนได้ฉายา นักล่ารางวัลไปเลยช่วงหนึ่ง ตอนอยู่มหา’ลัย มีปีหนึ่งทำหนังสั้นไปตั้ง15 เรื่อง 

 

 

หลายคนอาจเจอวิกฤตชีวิตในช่วงโควิด แต่ผมโดนรับน้องก่อนหน้านั้นปีหนึ่งครับ ปีนั้นผมเจอหลายอย่างมาก เช่น งานโดนแคนเซิ่ลเป็นสิบงาน โดนคนใกล้ตัวโกงเผลอล้างคอมพ์จนไฟล์สำคัญในรอบปีครึ่งหายไปแล้วกู้ข้อมูลกลับมาไม่ได้ ลาออกจากโปรเจกท์ทำมาร่วมปีแต่วิสัยทัศน์ไม่ตรงกับลูกค้า แต่ความพีคในปีนั้นอยู่ที่วันที่ 7 เดือน 7 ของปีนั้น ในวันฝนตกกระหน่ำพูดตรงๆคือผม “เกือบตาย” คือประสบอุบัติเหตุลื่นล้มอย่างแรงผลลัพธ์คือกระดูกสันหลังหักไปสองจุด ต้องนอนบนเตียงเฉยๆ สามเดือน หลังจากนั้นผมเลยนั่งทบทวนชีวิตทั้งหมดไปจนถึงไล่ดูหนังหลายร้อยเรื่อง คิดอย่างเดียวว่า “ขอแค่ไม่พิการ และลุกออกไปเดินสองขาใช้ชีวิตแบบเดิมได้เราก็ดีใจแล้ว” พอเราลุกกลับมาได้ใหม่อีกครั้งเลยสัญญาว่าจากนี้ แข่งกับตัวเองนะ ซึ่งพอเราปล่อยวางแบบนั้น มันกลับมีความสุขกว่าเยอะเลย ในปีนั้นคุยกับเพื่อนๆ จนรู้สึกว่าอยาทำโปรเจกท์หนังเรื่องหนึ่งมากๆ เมื่อ Project P. หรือต่อมาที่เรารู้จักกันในชื่อ The President เมื่อผมลุกออกไปไหนมาไหนได้อีกครั้ง เลยหาคอร์สเขียนบทเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง จนได้ไปเรียนคอร์สหนึ่งที่ชื่อว่า Writer Lab ของพี่ปุ๊ก-พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ คลาสนั้นเขาให้เอาโปรเจกท์หนังยาวมาพรีเซนต์หน้าห้องและพูดคุยกันพอผมพูดจบ อยู่ดีๆ ก็มีพี่คนหนึ่งที่เป็นนักเรียนร่วมคลาส ชวนผมมาพูดคุยทำความรู้จักด้วย เลยมารู้ทีหลังว่า พี่เขาไม่ใช่แค่นักเรียนในคลาส แต่เป็นผู้บริหารค่ายภาพยนตร์

 

 

จากวันที่ได้รู้จักกัน พี่นก (คุณนก-ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์” Managing Director & Executive Producer ผู้บริหาร บริษัท เอ็มเทอร์ตี้ไนน์(M39) จำกัด) พี่นกได้ให้คำแนะนำอะไรกับบิ๊กบ้าง?

“หลังจากที่ได้รู้จักพี่นก ผมจำได้ตั้งแต่วันแรกเลยว่าพี่นกสนใจโปรเจกท์ที่ผมกำลังพัฒนาอยู่แต่ตอนนั้นผมก็สองจิตสองใจว่าจะลุยเอาจริงกับมันเลยดีไหมนะ เพราะตอนนั้นก็มีอีกโปรเจกท์หนึ่งที่รักมากๆ และพัฒนามาหลายปี อยากทำด้วยเช่นกัน แต่สุดท้าย ผมก็เบนเข็มมาที่โปรเจกท์นี้ก่อน เพราะเห็นถึงความเป็นได้หลายอย่างที่น่าจะทำในช่วงเวลานี้มากกว่า ประจวบเหมาะกับช่วงที่เกิดเหตุการณ์โควิด พี่นกก็โทรมาถามความคืบหน้าว่า ไปถึงไหนแล้ว? ยังทำอยู่ไหม? ตอนนั้นพอพี่เขาเชียร์อัพว่าอยากให้เรื่องนี้ได้ทำเป็นหนังใหญ่ฉายโรง จนเราคลอดบททรีตเมนต์ซีนาริโอออกมาก่อนที่บทร่างนี้ ทางเกาหลีสนใจและให้ทุนเราไปเรียนและพัฒนาโปรเจกท์ต่อที่นั่น ซึ่งผมก็อัพเดทส่งข่าวความคืบหน้าให้พี่นกเสมอครับ ผ่านไปอีกที 2 ปีแล้ว ตอนนี้ก็ค่อยๆ สุกงอมมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมลุยแล้วครับขอบคุณพี่นกและทาง M39 ที่ผลักดันและให้โอกาสโปรเจกท์พวกเราครับ

“การส่งบทประกวดเวทีระดับโลก ผมรอมาสามปี แพ้มาสองรอบเพราะรอบนี้คือการสอบแข่งชิงทุนไปเรียนฟิล์มต่อที่เกาหลีร่วมกับการพัฒนาโปรเจกท์ภาพยนตร์ขนาดยาวที่นั่น และค่อยมาแข่งกันต่อว่าโปรเจกท์ไหนที่จะได้รางวัลไปบ้างคือโรงเรียนที่ผมสมัครไปมีชื่อว่า AFiS Busan Asian Film School เป็นแหล่งรวมคอนเนคชั่นของคนทำหนังหน้าใหม่ของเอเชีย เป็นสถาบันที่ได้รับการจัดลำดับให้ติดท็อป International Film School ของโลก

ด้วยโลกที่เจอโรคโควิดพอดี เขาเลย แคนเซิ่ลปีที่ผมควรจะได้ไป เลื่อนไปอีกปี สรุปคือปี 2020 กับ 2021 เลยได้เรียนรวมกันเลย ตอนนั้นมีประมาณสามสิบกว่าคนจากหลายสิบประเทศ แต่เทอมแรกเขาสอนเป็นระบบออนไลน์ มางานเข้าตรงเทอมที่สอง ที่รู้อีกทีคือ เราต้องแข่งขันอีกรอบเพื่อที่จะได้ไปเรียนเทอมต่อไปที่เกาหลี สุดท้ายคนที่ได้ไปก็เหลือเพียงสิบคน ส่วนเราก็รอดไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นเขาจึงมีการเรียนการสอนควบคู่ไปกับการให้เมนทอร์จากฝั่งเกาหลี อยู่ที่นั่นสี่เดือน ซึ่งบางคนเป็นทีมงานผู้สร้างหนังรางวัลระดับโลก มาประกบเราและช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโปรเจกท์ จากนั้นเขาถึงให้มีการแข่งขันพิชโปรเจกท์กันอีกทีแต่ในส่วนตรงนี้เขาเปิดให้คนที่ได้เรียนออนไลน์มาตั้งแต่เทอมแรกได้แข่งขันด้วย โปรเจกท์ที่เข้าร่วมมันเลยมี 24 โปรเจกท์ 17 ประเทศ

สุดท้าย THE PRESIDENT ได้รับรางวัลชนะเลิศพิชชิ่ง BFC Award หรือ Busan Film Commission Award โดยทางกรรมการได้มีการคัดเลือกโปรเจกท์ที่มีความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยได้รับรางวัลชนะเลิศ ร่วมกับผลงานอีกเรื่องจากประเทศคาซัคสถาน ครับผม”

 

 

เป้าหมายที่สูงสุดในชีวิตของคุณคือ

“ถ้าตอบแบบทะเยอทะยานคงต้องตอบแบบใครหลายคนว่า เราทำหนัง ความฝันสูงสุดคือไปให้ถึงออสการ์ แต่พอโตขึ้นมาเรายิ่งพบว่าเอาแค่ให้ได้ทำหนังดีๆ แล้วฉายโรงให้ได้ก่อนก็พอ (ฮาๆๆ) เอาจริงๆ ผมอยากทำหนังที่สร้างอิมแพคหรือ Call to Action บางอย่างน่ะฮะ อย่างที่เคยทำครั้งหนึ่งคือเราไม่เคยคิดว่าการทำหนังของเราจะมีผลทำให้คนมาบริจาคเงินสร้างตึกให้โรงพยาบาลกว่าสามสิบล้านบาท ตอนนั้นเรารู้สึกว่ามันไปไกลกว่ารางวัลใดๆที่เราได้รับมาซะอีก แต่ถามว่ารางวัลยังสำคัญสำหรับเราไหม ผมตอบเลยว่าแน่นอน เพราะอยู่วงการนี้พูดตามตรงว่างานที่เราทำมันยากในทุกๆProcess นะฮะ กว่าจะได้แต่ละเรื่องบางงานเป็นปีบางงานหลายปี มีเรื่องให้นอยด์หรือเฟลบ่อยครั้งรางวัลมันเหมือนยาชูกำลังใจเป็นเหมือนบัตรต่ออายุทางจิตวิญญาณตบไหล่แล้วบอกว่า สู้ต่อไปนะเอ็งอย่าเพิ่งรีบยอมแพ้แล้วไปทำอย่างอื่น ถ้าถามว่ามีอะไรส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปก็อยากจะส่งต่อแรงบันดาลใจด้วยผลงานของเรา เราเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ที่จะเป็นเลือดใหม่ของวงการ อยากให้มาลุยกันอีกเยอะๆ เพื่อช่วยกันยกระดับคอนเทนต์บ้านเรา เราไม่ได้ขายฝันนะระหว่างทางต้องพูดตรงๆ ว่าหลายคนรอบตัวเราก็ยอมแพ้ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดใครเลย เพราะภาระชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราเลยต้องคิดเสมอว่าเรายังโชคดีแค่ไหนที่ยังได้จุดนี้ทำสิ่งที่เรารักอยู่ อย่างน้อยมีคนเห็นคุณค่าและให้โอกาสเราเราเชื่อว่าทุกคนมีเส้นทางการเติบโตของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน สิ่งที่อยากฝากคือ “อย่ายอมแพ้ในสิ่งที่เรารัก เพราะชีวิตเราเกิดมาครั้งเดียว ทำให้เต็มที่วันนี้ ดีกว่ายอมแพ้แล้วรู้สึกผิดหรือคาใจไปตลอด” เราคิดอย่างนั้นนะคือถ้าเราทำออกมาแล้วเฟลจริง อย่างน้อยเราก็ได้เต็มที่ ไม่มีอะไรคาใจแล้ว ดังนั้น ถ้าโอกาสยังไม่มาถึงต้องสู้ต่อไปเรื่อยๆ มันยาก มันเหนื่อย มันอาจมีช่วงที่เจ็บปวด แต่มันจะมีวันของเรา ถ้าเราไม่หยุดพยายามที่จะเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี”

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved