กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จทรงติดตามความก้าวหน้าและการดำเนินงาน  โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ รักษาโรคมะเร็ง แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จทรงติดตามความก้าวหน้าและการดำเนินงาน โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ รักษาโรคมะเร็ง แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีที่ทรงมุ่งมั่นตั้งพระทัยในการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และการสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมีพระนโยบายให้จัดตั้งโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งสามารถเข้าถึงกลุ่มยารักษามะเร็งประสิทธิภาพสูงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงติดตามความก้าวหน้าและการดำเนินงานของโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพระตำหนักพิมานมาศตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2563นับเป็นโรงงานต้นแบบผลิตเภสัชภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งที่มีความทันสมัยและครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการจัดตั้งเขตนวัตกรรมเภสัชศาสตร์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการต่อยอดนำงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการเข้าสู่กระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานสากล และสามารถนำผลิตภัณฑ์ยาที่ผลิตได้มาใช้กับผู้ป่วยได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้และประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการผลิตเภสัชภัณฑ์กับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตเภสัชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการรักษาโรคมะเร็งใช้ได้เอง


โอกาสนี้ ทรงปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ณ ห้องปฏิบัติการ ชั้น 3 โดยทรงเตรียมสารสำหรับวิเคราะห์เภสัชภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงสำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ทรงทดสอบสารปนเปื้อนของสารประกอบอนินทรีย์ในตัวยาสำคัญ ด้วยวิธีการเผาไหม้ทรงหาค่าความชื้นในตัวยาสำคัญ และทรงพิสูจน์เอกลักษณ์ของสารในการผลิตยาเพื่อตรวจวิเคราะห์ควบคุมคุณภาพทางเคมีฟิสิกส์ชั้นสูง และควบคุมคุณภาพด้านจุลชีวะ ในการผลิตยารักษามะเร็งกลุ่มมุ่งเป้าที่มีประสิทธิภาพของยาสามารถควบคุมโรคได้ดี และมีอาการข้างเคียงต่อผู้ป่วยต่ำ ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้ายากลุ่มนี้มากถึงปีละกว่าหมื่นล้านบาท ด้วยสมรรถนะและความสามารถในการผลิตยาจากโรงงานเภสัชภัณฑ์ในพระดำริแห่งนี้จะช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการผลิตเภสัชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงให้แก่ประเทศไทย พร้อมกันนี้ทรงทดสอบการปลดปล่อยตัวยาสำคัญจากยาเม็ด และทดสอบความแข็งความหนา และความกร่อนของยาเม็ดด้วย

จากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงดำเนินไปที่ชั้น 1 เพื่อทอดพระเนตรส่วนผลิตยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า ซึ่งมีเครื่องจักรระบบสนับสนุนสำหรับการผลิตยาเม็ดที่ทันสมัย อาทิเครื่องชั่งสารสำคัญในการผลิตยา และสารช่วยทางเภสัชกรรมอื่นๆ เครื่องผสมและเครื่องทำ Granule เครื่องตอกอัดยามะเร็งให้เป็นเม็ดที่สามารถตอกอัดยาเม็ดต่อเนื่อง 170,000 เม็ดต่อชั่วโมง และเครื่องเคลือบยาเม็ดระบบปิด โดยเครื่องจักรทั้งหมดมีการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความปลอดภัยสูงมาก ระดับ OEB5 เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นยาฟุ้งกระจาย เป็นอันตรายต่อตัวผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม

อาคารโรงงานแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และสมรรถนะ โดยสถานที่ผลิต และเครื่องจักรมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมีการทำงานอย่างอัตโนมัติในระบบปิดภายใต้สภาวะแวดล้อมของการทำงานที่มีความสะอาด ปลอดภัย เหมาะสมสำหรับการผลิตยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ยาที่มีคุณภาพสูง และคงไว้ซึ่งสวัสดิภาพสูงสุดต่อผู้ปฏิบัติงานรวมทั้งป้องกันสารเคมีปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม มีระบบการควบคุมคุณภาพ และการประกันคุณภาพ เพื่อให้ได้มาตรฐานการผลิตยาในระดับสากล อีกทั้งยังครอบคลุมถึงการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ในพระดำริอื่นๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิต GMP อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้มีการร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศเพื่อการวิจัยและพัฒนาตำรับยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยโดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรฐานสากลในการผลิตรุ่นทดลอง เพื่อการศึกษาคุณสมบัติของตำรับยาให้ครบถ้วนก่อนการขึ้นทะเบียนยา และมีแผนที่จะขยายการผลิตเพื่อนำไปใช้อย่างกว้างขวางภายในปีพ.ศ.2566 นี้

นอกจากการเตรียมความพร้อมการผลิตยารักษามะเร็งแล้ว ปัจจุบันโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริได้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาตำรับยาอื่นๆ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาโรคภัยต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาตำรับยาเม็ดฟาวิพิราเวียร์ ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามข้อกำหนด มีความคงตัวมีขั้นตอนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน เหมาะแก่การผลิตที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่ผู้ที่มีความสนใจต่อไป และการพัฒนาตำรับยูเรียครีมสำหรับใช้เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังในผู้ป่วยมะเร็งที่มีปัญหาผิวแห้ง เป็นต้น

ในปีที่ผ่านมาโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ได้เผยแพร่องค์ความรู้จากการปฏิบัติงาน และเป็นแหล่งฝึกอบรมการออกแบบสถานที่ผลิตยา เครื่องจักร ระบบสนับสนุนกระบวนการผลิต วิธีการตรวจรับรอง รวมไปถึงการบริหารจัดการอุตสาหกรรมการผลิตยา ให้แก่ นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เช่น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นต้น

นับเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่ประเทศไทยมีโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัยแบบครบวงจรเป็นแห่งแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยพระกรุณาธิคุณที่ทรงนำความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของปวงชนชาวไทยอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top