วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ธุรกิจให้เป็น "ห้องเรียนชีวิต" ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับโลกการทำงานจริง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและขยายโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นต่ออนาคต ผ่านโครงการและรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งทุนการศึกษา การเรียนและทำงานควบคู่กัน การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และการสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม เพราะการเตรียมคนให้พร้อมสำหรับอนาคต ต้องเริ่มจากการสร้างโอกาสให้ได้ลงมือทำและเรียนรู้ในบริบทจริงตั้งแต่วันนี้
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า "เด็กและเยาวชนทุกคนมีศักยภาพที่จะเติบโตและประสบความสำเร็จ สิ่งที่ทำให้เส้นทางชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกันบ่อยครั้งไม่ใช่ความสามารถ แต่คือโอกาส เราจึงเชื่อว่าภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการเปิดประตูแห่งโอกาส ให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเตรียมความพร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะการสร้างคนในวันนี้ คือการสร้างอนาคตของประเทศในวันข้างหน้า กลุ่มเซ็นทรัลจึงนำศักยภาพและความหลากหลายของธุรกิจในเครือมาสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้เยาวชนมีทักษะ มีประสบการณ์ และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง"
.jpg)
จากความมุ่งมั่นดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัลได้ขับเคลื่อน "ห้องเรียนชีวิต" ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ กล่าวคือ
- Work-based & Dual Education เรียนจริง ทำงานจริง มีรายได้ระหว่างเรียน
- Business as a Learning Space พื้นที่ธุรกิจ คือห้องเรียนที่ดีที่สุด
- Academic & Research Collaboration จับมือมหาวิทยาลัยต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรม
- Curriculum Co-development ร่วมออกแบบหลักสูตรเพื่อทักษะแห่งอนาคต
โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. Work-based & Dual Education :
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ "โครงการทุนการศึกษาระบบทวิภาคี" ระดับ ปวส. และปริญญาตรี ที่สนับสนุนค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน พร้อมค่าที่พักและค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกงาน ปัจจุบันมีนักศึกษาเข้าร่วมสะสมกว่า 10,000 คน และได้รับการบรรจุเป็นพนักงานแล้วกว่า 3,839 คน
นอกจากนี้ยังมีโครงการ "3 ม. มีเงิน มีงาน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม" สำหรับนักเรียนที่จบ ม.6 หรือ ปวช. ที่ต้องการเรียนต่อระดับ ปวส. ควบคู่กับการทำงาน พร้อมรับรายได้และสวัสดิการอย่างครบถ้วน
ในกลุ่มธุรกิจเฉพาะทาง กลุ่มเซ็นทรัลได้พัฒนาโครงการร่วมกับสถานศึกษาหลายแห่ง ได้แก่ โครงการทุนทวิภาคีไทวัสดุ สายงานค้าปลีกและโลจิสติกส์, โครงการทุนทวิภาคี AUTO1 สายช่างยนต์ และโครงการ vFIX Short Course Training Program ร่วมกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ขณะที่เซ็นทารา และเซ็นทรัล เรสตอรองส์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันอาชีวศึกษาหลายแห่ง เพื่อส่งเสริมสหกิจศึกษาในอุตสาหกรรมบริการและอาหาร

2. Business as a Learning Space พื้นที่ธุรกิจ คือห้องเรียนที่ดีที่สุด : กลุ่มเซ็นทรัลเปลี่ยนพื้นที่และโจทย์ธุรกิจในเครือให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาสัมผัสบริบทการทำงานจริงและพัฒนาทักษะก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน
Central Retail Academy จัดกิจกรรม Learning Sessions for University Students ให้นักศึกษาเรียนรู้แนวโน้มอุตสาหกรรม Future Skills และกรณีศึกษาจากธุรกิจค้าปลีก มีผู้เข้าร่วมกว่า 643 คนใน 10 คลาส Tops ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนา Capstone Project จากโจทย์ค้าปลีกจริง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางธุรกิจ พร้อมเปิดรับมุมมองใหม่จากคนรุ่นใหม่กลับสู่องค์กร
เซ็นทารา เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติร่วม International Internship Program และ Centara Internship Program 2026 เรียนรู้จากมืออาชีพในสายงานบริการ การตลาด Sustainability และ Digital Content ส่วน เซ็นทรัล เรสตอรองส์ ร่วมกับสถาบันการศึกษาจัดโครงการ Recruitment Champion และความร่วมมือกับวิทยาลัยดุสิตธานีในธุรกิจอาหารและบริการ
3. Academic & Research Collaboration จับมือมหาวิทยาลัยต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรม : กลุ่มเซ็นทรัลร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ได้จริง และเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคธุรกิจสู่การสร้างคุณค่าทั้งเชิงพาณิชย์และสังคม
โครงการ Sustainovation Partnership for Net Zero 2050 ของ เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเครือข่ายพันธมิตร พัฒนานวัตกรรมด้าน Circular Economy, Green Road และ Start-up & SME Empowerment Central Retail Academy ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ Food Innopolis พัฒนา Fresh Food Academy ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านอาหารสด และ Food Safety Tops Care ร่วมมือกับ 5 มหาวิทยาลัยพัฒนาเภสัชกรรุ่นใหม่ผ่านทุนการศึกษาและการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ขณะที่ เซ็นทารา ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และ ESG Learning

4. Curriculum Co-development ร่วมออกแบบหลักสูตรเพื่อทักษะแห่งอนาคต : กลุ่มเซ็นทรัลทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ เพื่อสร้างความพร้อมให้เยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
Central Retail Academy มีบทบาทในการทบทวนและพัฒนาหลักสูตร (Curriculum Review & Industry Curriculum Validation) โดยนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจมาแลกเปลี่ยนกับคณาจารย์ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจร้านอาหาร เชื่อมการเรียนการสอนเข้ากับโมเดล Work-integrated Learning เซ็นทารา ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พัฒนาความร่วมมือใน 4 มิติ ทั้งการฝึกงานแบบ Project-based การพัฒนาทักษะต่อเนื่อง การร่วมพัฒนาหลักสูตร และการวิจัยนวัตกรรม และ vFIX ร่วมกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครพัฒนาหลักสูตรช่างระยะสั้นด้านเครื่องปรับอากาศที่ออกแบบตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

โครงการทั้งหมดนี้สะท้อนความเชื่อของกลุ่มเซ็นทรัลว่า ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้คนได้เติบโตไปพร้อมกัน โดยกลุ่มเซ็นทรัลจะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และร่วมสร้างทุนมนุษย์ที่เข้มแข็ง เพราะเบื้องหลังความก้าวหน้าของประเทศ ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานเพียงลำพัง หากเกิดจากผู้คนที่ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง และได้เติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี