542.jpg
เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ  มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.05 น.
Tag :

ยามเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยเฉพาะ “อุทกภัย” ชื่อหน่วยงานที่หลายคนคุ้นหูและภาพจำที่หลายคนคุ้นตา นั่นคือ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ที่อยู่เคียงข้างและเป็นที่พึ่งของผู้ประสบภัยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หรือที่ทุกคนคุ้นเคยในพระนามว่า “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” หรือ “พระองค์ภาฯ” ภาพของพระองค์ที่ทรงลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมกับน้ำพระทัยที่หลั่งไหล
ดั่งสายธารแห่งพระเมตตานั้นยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงดวงใจของพสกนิกรไทย ที่พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งพิงและเป็นที่พึ่งพาให้กับพวกเขาตราบจนทุกวันนี้


ภาพคุ้นชินของพสกนิกรไทยกับการที่พระองค์ภา ทรงลงไปให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ที่ประสบภัยด้วยพระองค์เอง ยังคงเป็นภาพที่ประทับอยู่ในจิตใจอันสัมผัสได้ถึงน้ำพระทัยที่ทรงมีอย่างเปี่ยมล้น เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยาก ทั้งภาพที่ทรงแจกถุงยังชีพด้วยพระองค์เอง ภาพทรงช่วยประกอบอาหารร่วมกับพระมารดา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในโรงครัวพระราชทาน ภาพพระองค์ทรงดูแลผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงภาพแห่งความทรงจำอื่นอีกมากมาย อันสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน โดยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร ทั้งการเฝ้าระวังก่อนเกิดภัย บรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดภัย และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

“มูลนิธิฯ จะเป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ในด้านสังคมและมนุษย์ มีการประสานงานกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งด้านการป้องกัน เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการสูญเสีย ด้านการบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี และการฟื้นฟูให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิต
อย่างปกติได้อย่างยั่งยืน ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงาน บูรณาการ มุ่งขณะเข้าใจปัญหาแบบองค์รวม ดำเนินการตามเป้าหมายอันเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืนให้กับสังคม”

พระนโยบาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

รวมไปถึงหลักการที่พระองค์พระราชทานเอาไว้ และเป็นที่ยึดถือปฏิบัติของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นั่นคือ “เข้าก่อนออกทีหลัง”

“มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พวกเรา เข้าก่อน ออกทีหลัง” นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวไว้เมื่อครั้งเหตุการณ์มหาอุทกภัยจังหวัดเชียงราย ในปี 2567 ว่า “เพราะทันทีที่ได้รับข้อมูลจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติและแหล่งต่างๆ จะลงพื้นที่ และถ้า ณ จุดนั้นขาดอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการตอบโต้ภัยพิบัติและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็จะแจ้งเข้ามายังมูลนิธิฯ การจัดหาอุปกรณ์สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว”

สถานีโทรมาตรอัตโนมัติเป็นหนึ่งในโครงการที่พระองค์ภา ทรงเล็งเห็นถึงการเตือนภัยก่อนที่จะเกิดเหตุ มีพระดำริให้มูลนิธิฯ ดำเนินการจัดตั้งเสาสถานีโทรมาตรอัตโนมัติขึ้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นต้นแรก ทำหน้าที่ตรวจวัดอากาศและปริมาณน้ำเพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นและพัฒนาจนสามารถส่งผลแบบทันท่วงที และติดตั้งอีกหลายจุดทั่วประเทศไทยในเวลาต่อมา

“เมื่อน้ำจบแล้ว หลายหน่วยอาจออกจากพื้นที่กันไปแล้ว แต่มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่คอยทำความสะอาด เพื่อส่งผู้ประสบภัยกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่เรายังอยู่เพื่อเยียวยา และฟื้นฟูอาชีพให้ผู้ประสบภัยกลับมามีอาชีพ มีรายได้ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
ได้อย่างที่เคยเป็น และเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้มาจากพระวิสัยทัศน์ขององค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที” นายวีระศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายถึงพระวิสัยทัศน์ของพระองค์ภา ที่เป็นหลักการในการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนั้น

“การฟื้นฟูหลังน้ำลดก็มีความหมายอยู่เหมือนกัน เพราะน้ำท่วมทำความเสียหายให้อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพ ผู้ต้องสร้างรายได้จากอุปกรณ์ต่างๆ ... ทางมูลนิธิฯ ก็เลยจัดเงินทุน สิ่งของจำเป็นมาช่วยสนับสนุนให้ฟื้นคืนกลับสู่อาชีพต่างๆ และกลับคืนสู่ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุด”

พระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งเสด็จไปทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของแก่ผู้ประสบอุทกภัย หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นับเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความอาลัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ เมื่อพระองค์ภาฯ เสด็จสู่แดนสรวง ตลอดพระชนม์ชีพ
ของพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อคนไทย และทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการมุ่งมั่น และพัฒนาที่ยังคงจารึกอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่รู้ลืม อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ทรงเป็นเจ้าหญิงที่เป็นที่พึ่งพาของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ทุกพระราชปณิธาน
อันแน่วแน่ ทรงห่วงใยและปรารถนาเพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยอันจะเป็นแนวพระราชจริยวัตรหลักที่สภากาชาดไทยน้อมนำ มุ่งมั่น และสานต่อสืบไป

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากรสภากาชาดไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top