วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
วรพจน์ สุภิมารส
แต่ละคนอาจมีเหตุผลที่ทำให้อยากจะวิ่งในทุกๆ วันบางคนวิ่งเพื่อลดน้ำหนักและการมีสุขภาพที่ดี หรือต้องการเอาชนะตัวเอง ให้การวิ่งเป็นกระดุมเม็ดแรกของความสำเร็จ วิ่งเพื่อเงินรางวัล ของที่ระลึก หรือวิ่งเพื่อได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ และหนึ่งในงานวิ่งที่น่าสนใจในปีนี้คือ Captain Colors Run ซึ่งเป็นการวิ่งการกุศลเก็บระยะ เพื่อมอบอุปกรณ์กีฬาและสีทาอาคาร แก่โรงเรียนระดับประถมศึกษาที่ขาดแคลน ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 3
ในตลาดสีทาบ้าน หลายคนคงคุ้นหูกับชื่อ “สีกัปตัน” ซึ่งมีอายุแบรนด์กว่า 40 ปี และกิจกรรม Captain Colors Run คืออีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคม ในนามบริษัท กัปตัน โค๊ทติ้ง จำกัดสิ่งที่ Captain Colors Run แตกต่างจากกิจกรรมเพื่อสังคมทั่วไป นั่นคือ การที่พวกเขาไม่ได้ชักชวนออกมาวิ่ง หรือนำสิ่งของไปให้กับผู้ที่ขาดแคลนธรรมดาๆ แต่ลูกเล่นที่ถูกใช้เพื่อ Run โปรเจกท์นี้คือ การให้ใครก็ได้มาร่วมวิ่งเพื่อมอบคะแนนให้กับโรงเรียนที่สมควรจะได้รับของรางวัลมากที่สุด
วรพจน์ สุภิมารส กรรมการผู้จัดการบริษัท กัปตัน โค๊ทติ้ง จำกัด และหนึ่งในผู้คิดค้นโปรเจกท์ Captain Colors Run เล่าว่าก่อนจะมาเป็น กัปตัน คัลเลอร์ รัน (Captain Colors Run) พวกเขาคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะมอบสิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับผู้ที่ขาดแคลนมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างการมีส่วนร่วมให้กับตัวแทน ชุมชน และสังคมในระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์กัปตัน
“ส่วนตัวผมก็เติบโตมาจากการเรียนโรงเรียนรัฐบาล และคุ้นเคยกับการเห็นโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา เห็นการรอคอยโอกาส เมื่อเรามาอยู่ในองค์กรที่มีศักยภาพจะช่วยได้ และเรากำลังมองหากิจกรรมที่เหมาะสมอยู่ เราจึงมีไอเดียอยู่ที่ “การวิ่ง”เพราะเป็นกีฬาที่ใครๆ ก็สามารถร่วมได้ และกีฬานี่แหละที่จะเป็นตัวสร้างคน ทั้งคนที่มาร่วมวิ่งเองที่จะได้พัฒนาศักยภาพ และโรงเรียนที่จะต่อยอดในการใช้กีฬาในการสร้างบุคลากรของประเทศชาติที่ร่างกายแข็งแรง สมองแจ่มใส”
การวิ่งของ Captain Colors Run จะแตกต่างจากการวิ่งแบบปกติที่ผู้ชนะมักเป็นผู้ที่แข็งแรงและมีความพร้อมมากที่สุด แต่ Captain Colors Run จะเป็นการวิ่งแบบ Virtual Run หรือการวิ่งแบบเสมือน ซึ่งนั้นหมายความว่าเราสามารถวิ่งตอนไหนก็ได้วิ่งเท่าไรก็ได้ โดยไม่มีระยะวิ่งที่ต้องสะสม และบางทีผู้ชนะอาจไม่ใช่เป็นผู้ที่แข็งแรงที่สุด หากแต่เชื่อมโยงกับผู้คนมากที่สุด โดยกติกาของ Captain Colors Run ประกอบไปด้วย 1.ลงทะเบียนออนไลน์ฟรี ผ่าน Line Official @captaincolorsrun และกรอกข้อมูลส่วนตัวระบุอำเภอที่ต้องการมอบอุปกรณ์กีฬา หรือสีทาอาคาร 2.เริ่มวิ่งเก็บระยะวิ่ง 1 กิโลเมตร เท่ากับ 1 คะแนน 3.เก็บผลวิ่ง จาก Application ติดตามการวิ่ง ในโทรศัพท์มือถือ หรือ Wristband/Smart watch ดังนี้ Nike Run Club, Map My Run by Under Armour, Adidas Running App Runtastic, Samsung Health, Garmin Connect™ App, Strava, Huawei Health, Mi Fit และ Activity 4.ส่งผลวิ่ง ผ่าน Line Official @captaincolorsrun เข้าเมนู “ส่งผลวิ่ง” เพื่อนำผลไปประมวลหาผู้ชนะ
วรพจน์ กล่าวถึงที่มาของไอเดียนี้ว่า การเปิดโอกาสให้ใครก็ได้มาวิ่งถือเป็นการสร้างให้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ทั้งยังเป็นการแฝงถึงปรัชญาของการพัฒนาตัวเองและการช่วยเหลือผู้อื่นไปพร้อมๆ กัน เพราะแม้จะวิ่งได้มากที่สุด ไกลที่สุด แข็งแรงที่สุด แต่ผู้ที่ได้รับรางวัล จะเป็นอำเภอหรือโรงเรียนที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีความเห็นร่วมกันว่าสมควรจะได้รับรางวัลมากที่สุด เชื่อมโยงกับผู้วิ่งมากที่สุด
“ลองคิดดูว่า ถ้าเราอยากจะมอบอุปกรณ์กีฬา มอบของรางวัลให้กับใคร เราก็อยากจะให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนที่สุด ซึ่งการจะหาผู้เหมาะสมตรงนี้ ไม่มีใครรู้ดีกว่าคนในชุมชนแน่ๆ เพราะผู้ที่จะเลือกว่าจะให้ใคร คือนักวิ่งที่อยู่ในการแข่งขันเอง อย่างในการจัดงานเมื่อครั้งที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา ในลิสต์ผู้ชนะมีโรงเรียนที่อยู่ในถิ่นที่ทุรกันดาร เดินทางลำบาก ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจตระเวนชายแดน และนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อเข้าไป ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าโรงเรียนเหล่านี้มีที่ใดอีกบ้าง แต่เรื่องนี้คนในชุมชนรู้ดีกว่าใคร เพราะตอนที่เขาเริ่มวิ่ง เขาจะเลือกอำเภอ หรือเลือกโรงเรียนก่อน แล้วช่วยกันร่วมแรงร่วมใจพาโรงเรียนหรืออำเภอนั้นไปถึงเส้นชัย
ทั้งนี้ การจัดงานใน 1-2 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลามอบรางวัล เราใช้เวลาเดินทางไปโรงเรียนมากกว่า 4-6 ชั่วโมง บางพื้นที่การเดินทางไม่สะดวกนัก ในช่วงหน้าฝน ถนนหนทางจะเละเทะมากหรือที่ภาคใต้เราไปพบกับโรงเรียนหนึ่งที่มีนักเรียนถึง 80 คนโดยทั้งโรงเรียนมีครู 3 ท่าน นี่คือตัวอย่างของช่องว่างทางสังคม เราทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแบบนี้มีจริงๆ ในประเทศไทย และจากประสบการณ์เรารู้เลยว่ากิจกรรมที่เราทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมเช่นนี้ มันถูกต้องแล้ว”
ท่ามกลางแคมเปญเพื่อสังคมและกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ Captain Colors Run เป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มตัวแทนในพื้นที่มากที่สุด เพราะเมื่อกิจกรรมถูกตั้งด้วยไอเดียของการแบ่งปันอย่างทั่วถึง ตัวแทนจัดจำหน่ายสีกัปตัน จะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในชุมชนของตัวเอง ขณะเดียวกันก็สร้างบรรยากาศความเป็น “ทีม” ซึ่งต้องทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อพาอำเภอหรือโรงเรียนที่ตัวเองผูกพันมีรายชื่อในฐานะ “ผู้ชนะ”
“เราเชื่อว่า ทุกคนมีจังหวัด มีอำเภอที่เราผูกพัน มีความสัมพันธ์กับบ้านเกิด กิจกรรมนี้ทำให้เขาได้ไปรวมตัวกัน พูดถึงเรื่องเดียวกัน ถ้าทุกคนวิ่งให้กับอำเภอได้ วิ่งให้เด็กที่เขาอยากช่วยได้ เราเชื่อว่าทุกคนอยากจะวิ่ง นี่จึงเป็นกติกาที่เราต้องเริ่มต้นว่าต้องเลือกว่าจะวิ่งเพื่ออำเภอไหน วันที่ส่งมอบรางวัลให้กับโรงเรียนวันนั้นไม่ใช่แค่อุปกรณ์กีฬา หรือสีกัปตันเท่านั้น แต่ชาวบ้านนักธุรกิจในพื้นที่ และตัวแทนจำหน่ายจะเข้ามามีส่วนร่วมได้ ทุกฝ่ายร่วมกันบริจาคเพื่อชุมชนที่เขาเลือก ผมเองก็เช่นกัน ตอนที่มอบรางวัลให้กับผู้ชนะใน 1-2 ปีแรก ก็นึกถึงวันที่ตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัดและมีผู้มอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน ซึ่งอุปกรณ์ที่จะได้ใน Captain Colors Run นี้ จะเป็นลูกฟุตบอล วอลเลย์บอล ฟุตซอล แบดมินตัน ฯลฯ โดยมีคีย์หลักที่จะเป็นกีฬาซึ่งเล่นเป็นทีม ใครๆ ก็สามารถร่วมเล่นได้ ไม่จำกัดเพศและวัย”
ถึงตรงนี้ก็ชัดเจนว่า Captain Colors Run คืองานวิ่ง ที่ผู้ชนะไม่ได้เป็นผู้รับรางวัลเอง หากแต่เป็นการมอบโอกาสและส่งต่อเพื่อให้โรงเรียนที่มีความพร้อมน้อยกว่า และ CaptainColors Run ครั้งที่ 3 ที่จะมีขึ้นนี้ คือการต่อยอดจากการแข่งขันครั้งที่ 1 และ 2 ในปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ (ขาดในช่วงปี 2564 จากสถานการณ์โควิด-19)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี