‘หัวใจอาสา RUN FOR LOVE ครั้งที่ 11’  ขยับกายห่างไกลโรค-ลดเหลื่อมล้ำกลุ่มเปราะบาง

‘หัวใจอาสา RUN FOR LOVE ครั้งที่ 11’ ขยับกายห่างไกลโรค-ลดเหลื่อมล้ำกลุ่มเปราะบาง

วันพุธ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับกิจกรรมเดิน-วิ่ง “สังคมสดใสด้วยหัวใจอาสา ครั้งที่ 11 Run for Love” จัดโดยมูลนิธิหัวใจอาสา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย มูลนิธินวัตกรรมเพื่อสังคม องค์กรภาครัฐและเอกชน เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยแบ่งเป็นการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร, การวิ่ง 5 กิโลเมตร และกิจกรรมเดินเพื่อสุขภาพ 2.4 กิโลเมตร

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิหัวใจอาสา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชน
ทุกเพศทุกวัยตลอดจนคนพิการ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในองค์กร ต่างๆ ออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิต เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อันได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ และโรคอ้วน อีกทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย เห็นคุณค่าของการให้และการมีหัวใจอาสา ที่มุ่งสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม และการช่วยเหลือ และแบ่งปันให้แก่ผู้อื่น


นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ และผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า จากข้อมูล
ในปี 2562 คนไทยเสียชีวิตด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องสูงถึง 427.4 คน ต่อประชากร 100,000 คน โดยการเพิ่มกิจกรรมทางกายจะเป็นอาวุธสำคัญในการป้องกันโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs ในกลุ่มวัยทำงาน

โดยองค์กรอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า บุคคลที่สุขภาพปกติในวัยทำงานควรมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และควรปฏิบัติเป็นประจำอย่างน้อย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ ขณะที่โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางกายของประชากรไทย ปี 2563 โดยศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) พบว่าคนไทยมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอถึงร้อยละ 45.67 ดังนั้น การที่คนไทยกลับมามีกิจกรรมทางกาย อย่างการเดินวิ่งให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการป่วยด้วยโรค NCDs

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพให้คนกลุ่มเปราะบาง ที่ถูกละเลย หลงลืม หรือเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เข้าถึงสิทธิสวัสดิการต่างๆ ในสังคม ที่ผ่านมา สสส. และภาคีเครือข่าย ผลักดันให้เกิดนโยบาย พัฒนาความรู้ เพื่อให้เกิดสังคมแห่งความสุขและเท่าเทียมสำหรับทุกคน (Inclusive Society) ที่ส่งเสริมให้คนทุกกลุ่มมีศักดิ์ศรีและสุขภาวะที่ดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายของ สสส. คือทำให้คนพิการทุกคนมีงานทำ มีสิทธิ์และได้รับการศึกษา เทียบเท่ากับคนทุกกลุ่ม ซึ่งงานเดิน-วิ่งหัวใจอาสา Run for Love สะท้อนให้เห็นหัวใจขององค์กร ที่ต้องการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ร่วมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้เพื่อให้คนพิการแสดงศักยภาพของตัวเอง และทำให้สังคมเห็นว่าการวิ่งไร้ขีดจำกัด คนทุกกลุ่มสามารถวิ่งได้ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า มูลนิธินวัตกรรมฯ ขับเคลื่อนโครงการคนพิการเข้าสู่ปีที่ 7 มีเป้าหมายให้คนพิการมีงานทำ มีอาชีพ และมีสุขภาวะที่ดี จึงเกิดระบบการติดตามสุขภาพคนพิการ Health tracking ควบคู่กิจกรรม “70 วันมหัศจรรย์ของฉัน” ที่มุ่งเน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ภายใต้ 4 ภารกิจ 1.ขยับกายขยายปอดออกกำลังกาย วันละ 30 นาที 2.คนอ่อนหวาน งดของหวาน ทานน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน 3.ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วต่อวัน หรือ 2 ลิตร และ 4.มนุษย์ผัก วันละ 4 กำมือ เพิ่มพลังขับถ่าย

มีคนพิการและองค์กรท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 3,000 คน ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 69 ของคนพิการที่เข้าร่วมตื่นตัว
ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ในอนาคตมีแผนจะขยายโครงการต่อไป โดยสามารถติดตามข่าวสารของโครงการ และภาพกิจกรรมงาน RUN FOR LOVE เดิน-วิ่ง กับคนพิการ ได้ทางแฟนเพจ คนพิการต้องมีงานทำ-มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ได้ที่ www.facebook.com/konpikanthai

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top